-
เมืองไทยฯโกยเบี้ยQ1รวม1.1หมื่นล.
เมืองไทยประ กันชีวิต โชว์เบี้ยรับรวมไตรมาสแรก 1.1 หมื่นล้านบาทเปิดขาย 2 กรมธรรม์ใหม่ ด้านแอกซ่าประกันชีวิต รุกประกันสุขภาพ ให้คุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาท
นายสาระ ล่ำซำ กรรม การผู้จัดการและประธานเจ้าหน้า ที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประ กันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกของ ปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีอัตราเติบโตที่ดี โดยมีเบี้ยประกันรับปีแรก ประมาณ 4,599 ล้านบาท เติบ โต 46% เบี้ยต่ออายุประมาณ 6,717 ล้านบาท เติบโต 20% ส่งผลให้มีเบี้ยรับรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
ล่าสุด บริษัทได้เปิดขาย ผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รูปแบบภาย ในงานมันนี่ เอ็กซ์โป 2012 ประ กอบด้วย เมืองไทยสมาร์ทเซฟวิ่ง 10/6 เป็นแผนการออมเงินระยะสั้น ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 6 ปี ความคุ้มครองถึง 10 ปี และกรมธรรม์เมืองไทยบิ๊กแคช แบ็ก จะสามารถตอบโจทย์สำ หรับผู้ที่แสวงหาความอุ่นใจกับเงินครบสัญญาถึง 110% โดยการชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 10 ปี แต่ให้ความคุ้มครองถึง 20 ปี
นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ เพื่อการออมทรัพย์เช่น เมืองไทยสมาร์ท เซฟเวอร์ 10/1 เมือง ไทยท็อปเซฟเวอร์ 10/4 เมืองไทยสมาร์ทเซฟเวอร์ 3(5/1) และ เมืองไทยได้ใจ 3/2 คาดงานช่วง 4 วันในงานนี้ น่าจะมีเบี้ยประกันรับประมาณ 200 ล้านบาท
น.ส.สายฝน สัจจศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า ปัจ จุบันคนไทยเริ่มตระหนักถึงความ สำคัญของการประกันสุขภาพ เนื่องจากแนวโน้มของค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 10-15% โดยบริษัทได้เปิดตัวแผนประกันชีวิตและสุขภาพ "กรุงไทย-แอกซ่า คอมพลีท เฮลท์ โซลูชั่น" ที่ให้ความคุ้มครองครอบ คลุมทั่วโลก ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยความคุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาทแบบเหมาจ่าย รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 80 ปี สามารถต่ออายุความคุ้มครองตลอดชีพถึงอายุ 99 ปี รับประกันทั้งโรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ทำฟัน คลอดบุตร ยกเว้นเพียงเอดส์.
09:08 น.
1 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
สหประกันชีวิต เดินหน้าเปิดศูนย์ประสานงานในสหกรณ์
บมจ.สหประกันชีวิต เปิดศูนย์ประสานในสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายเจริญ ศิริไชยา สหกรณ์จังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิด นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สหประกันชีวิต นายวินัย กลัดสมัย รองประธานฯ และนายพันธ์ทิพย์ เปอร์เชาน์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555
นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด ที่มอบความไว้วางใจให้สหประกันชีวิต ดูแลสวัสดิการให้สมาชิก โดยเปิดเป็นศูนย์ประสานงาน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่าง บริษัทฯ กับตัวแทนประกันชีวิต สมาชิกสหกรณ์ผู้เอาประกันภัย เป็นการสร้างหลักประกันความเสี่ยงให้กับสหกรณ์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดอบรม “สวัสดิการประกันชีวิต เป็นความสุขของสมาชิก เป็นภูมิคุ้มกันของสหกรณ์” เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันชีวิตสู่สมาชิกสหกรณ์ อีกด้วย
09:08 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
ศรีเมืองถล่มชั้น 2, 3 ให้ 5 แสนคุ้มภัยน้ำท่วมยันเบี้ยไม่แพง/วงการชี้ทุนสูงสุดในท้องตลาด
ประกัน รถเพิ่มคุ้มครองภัยน้ำท่วม ยังระอุ! ล่าสุด ็โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัยิโหนกระแสออกสินค้าใหม่ชั้น 2 และ 3 เพิ่มคุ้มครองน้ำท่วมทุนประกันถึง 500,000 บาท ย้ำจ่ายเบี้ยเพิ่มไม่มาก ทุนแสนถ้าเป็นรถเก๋งควักเบี้ยเพิ่มแค่ 645 บาท ค่าเสียหายส่วน แรก 2,000 บาท หวังเป็นทางเลือกลูกค้าได้ความคุ้มครองครบ วงการชี้ทุน 500,000 สูงสุดในท้องตลาด ด้านสินมั่นคงเผยทำตลาดมาตั้งแต่ต้นปีเชื่อยอดขายน่าจะไปได้ดี ลูกค้ากลัวน้ำท่วม เหมือนปีก่อน ส่วนไทยเศรษฐกิจฯ ขอเวลาศึกษาข้อมูลภาพดาวเทียม ็จิสด้าิ พื้นที่เรดโซนและจุดปลอดภัย นาย หลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจะขายกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ Smile Plus Flood ที่เพิ่มความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมรถคันเอาประกันภัยด้วยทุนประกันสูงสุดถึง 500,000 บาท รวมทั้งคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ค่ารักษา พยาบาล การโจรกรรม และไฟไหม้ ซึ่ง เป็นแนวโน้มของตลาดที่ลูกค้าต้องการ ความคุ้มครองลักษณะนี้ ขณะที่ค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ มากอยู่ในพิกัดที่ทางสำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด โดยทุนประกันภัย 100,000 บาท ลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นจากเดิม 645 บาท (ราคารวมภาษี) สำหรับรถเก๋ง หากเป็นรถปิกอัพค่าเบี้ยประกัน 967 บาทและรถตู้ ค่าเบี้ยประกัน 1,182 บาท โดยมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) 2,000 บาท ในกรณีที่ลูกค้าเลือกทุนประกันภัยสูงค่าเบี้ยประกันภัยจะลดต่ำลงเรื่อยๆ สำหรับ ลูกค้าที่สนใจประกันภัยรถ ยนต์ประเภท Smile Plus Flood นั้นหาก เป็นลูกค้าที่มีประกันภัยรถยนต์รูปแบบเดิมคือประเภท Smile 2 Plus Extra และ Smile 3 Plus Extra อยู่แล้วแต่ต้อง การขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมจะต้อง ยกเลิกกรมธรรม์เดิมและออกกรมธรรม์ใหม่ที่คุ้มครองประเภท 2+ และ 3+ (Smile Plus Flood) ส่วนลูกค้าใหม่ที่สนใจสามารถ ซื้อได้ทันที แหล่งข่าวจาก สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ประกันรถยนต์แบบใหม่ของโตเกียวมารีนศรีเมือง ที่คุ้มครองภัยน้ำท่วมสูงสุดถึง 500,000 บาทน่าจะเป็นทุนประกันสูงสุดในท้องตลาดหากเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดที่จะให้ความคุ้มครองเฉลี่ยประมาณ 100,000-200,000 บาท โดยเชื่อว่ายอดขายรวมในตลาดอาจจะไม่มากเหมือนที่คาดการณ์กันไว้ในตอนแรก เพราะรถใหม่ซื้อประกันชั้น1 อยู่แล้ว ด้านนายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ ็สยามธุรกิจิ ว่า บริษัทนำแบบประกันชั้น 2 และชั้น 3 แบบใหม่เพิ่มความคุ้มครองภัยน้ำท่วมออกขายมาตั้งแต่ต้นปียอดขายน่าจะไปได้ดี เพราะเบี้ยประกันไม่แพงมากจ่ายเพิ่ม ขึ้นแค่ 500 บาทเทียบกับความคุ้มครอง 100,000 บาทจากเดิมไม่มีความคุ้มครอง และลูกค้าต้องซ่อมเองซึ่งถัวเฉลี่ยค่าซ่อม รถที่ถูกน้ำท่วมเมื่อปีก่อนอยู่ประมาณ 100,000 บาท "ผมยังไม่เห็นตัว เลขแต่เชื่อว่าน่าจะโอเคไม่งั้นเราก็ไม่นำออกมาทำตลาด ปีที่แล้วรถถูกน้ำท่วมเยอะมากที่ไม่ได้ทำชั้น 1 ก็มาก คนที่ทำชั้น 1 ไม่มีปัญหา เรามีทางออกให้กับลูกค้า" นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามแผนการในปีนี้ บริษัทจะออกประกัน ชั้น 2 และ 3 บวกภัยน้ำท่วมแต่จนถึงตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอดูความเหมาะสม และศึกษาสถานการณ์จากภาพถ่ายดาว เทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA : จิสด้า ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณไหนบ้าง และจุดไหนที่มีความปลอดภัย
09:08 น.
1 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
ประกันภัยพิบัติวุ่นไม่เลิกงุบงิบ บังคับซื้อ
กว่าที่รัฐบาลจะจัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ" ขึ้นมาได้รวมถึงทำคลอด "กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" ออกมาขายให้กับประชาชนก็วุ่นวายและใช้ เวลาหลายเดือน พอเริ่มขายยังวุ่นไม่เลิกเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขความคุ้มครอง ในกรมธรรม์อีกซึ่งยังไม่มีข้อสรุป ทั้งการกำหนดวงเงินเอาประกัน (ทุนประกัน) ขั้นต่ำอย่างบ้านอยู่อาศัยที่จะซื้อ ประกันภัยพิบัติควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ การจำกัดความรับผิด (sub limit) ที่จะขยายเพดานให้สูงขึ้น รวมไปถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการขายซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจน โดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกัน ภัยพิบัติ (บอร์ดกองทุน) ให้เหตุผลในการแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เบี้ยประกันภัยในตลาดโลกปรับ ตัวลดลง ล่าสุด ก็ส่อเค้าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกเมื่อคปภ.จะยกเลิกกรมธรรม์ประกัน อัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยรูปแบบเดิมที่คุ้มครอง 6 ภัยพื้นฐาน ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยานและภัยเนื่องจากน้ำให้เหลือแค่กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่ อาศัยที่เพิ่มความคุ้มครองภัยพิบัติอยู่ในฉบับเดียวกันซึ่งเป็น กรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่งอนุมัติออกมาให้บริษัท ขายเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาเท่ากับประชาชนที่จะทำประกันอัคคีภัยบ้านจะต้องถูกบังคับให้ ซื้อประกันภัยพิบัติโดยอัตโนมัติ "จริงๆ กรมธรรม์ใหม่ทางคปภ.อนุมัติ ให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการขายมาตั้งแต่ 28 มีนาคมนี้แล้วแต่ต้องให้เวลาบริษัทเตรียมความพร้อมปรับระบบงาน เขียนโปรแกรม ทำหน้าตารางกรมธรรม์ใหม่เลย ให้ใช้กรมธรรม์เดิมคู่กับของใหม่ชั่วคราวก่อนตอนแรกจะยกเลิกวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ แต่เราเสนอกับคณะอนุกรรมการด้านประกันภัยพิบัติที่มีท่านเลขาธิการคปภ. เป็นประธานที่ประชุมกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าบางบริษัทอาจจะทำไม่ทัน เลยมีระยะผ่อนผันให้จนถึงเดือนมิถุนายนระหว่าง นี้ลูกค้าสามารถซื้อทั้ง 2 แบบได้ แต่เมื่อถึงมิถุนายนจะไม่มีกรมธรรม์อัคคีภัยรูปแบบเดิมอีกแล้วจะมีแต่แบบ ใหม่ที่บวกภัยพิบัติอยู่ในกรมธรรม์" "จีรพันธ์ อัศวะธนกุล "นายกสมาคมประกันวินาศภัย หนึ่งในคณะอนุกรรมการชุดนี้กล่าว และเสริม ว่า ระยะผ่อนผันดังกล่าวยังรวมถึงกรมธรรม์ใหม่คือประกันภัยทรัพย์สินสำหรับภัย ธรรมชาติทั่วไปและภัยพิบัติส่วนที่เกินจากกองทุนฯ ซึ่งคปภ. เพิ่งอนุมัติกรมธรรม์เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย ซึ่งในเรื่องบังคับซื้อมีการคุยกันในคณะอนุกรรมการฯมีสิทธิ์ทำ ได้หรือไม่ ตามหลักหากลูกค้าไม่ต้องการประกันภัยพิบัติก็ทำได้ในช่องความคุ้มครองภัย พิบัติใส่ทุนประกันเป็นศูนย์>> ทุนขั้นต่ำบ้าน 2 หมื่นเบี้ย 100 บาท เอสเอ็มอี 3 หมื่นเบี้ย 300 บาท อย่าง ไรก็ดี ในการซื้อประกันภัยพิบัติ หากเป็นบ้านอยู่อาศัยกำหนดให้ซื้อความคุ้มครองวงเงินเอาประกันภัย (ทุนประกัน) ขั้นต่ำ 20,000 บาท เบี้ยค่าประกันภัย 100 บาท เพื่อให้เกิดความชัดเจนเนื่องจากเงื่อน ไขเดิมไม่กำหนดทุนประกันภัยขั้นต่ำกำหนด แค่ทุนประกันสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีกำหนดทุนประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท เบี้ยประกัน 300 บาท ส่วนอุตสาหกรรมยึดเกณฑ์เดียวกับเอสเอ็มอีขยาย "ซับ ลิมิต" รายใหญ่เป็น 50% >> ชี้โรงงานเสี่ยงแห่ซื้อ/ไม่เสี่ยงเมิน นายก สมาคมประกันวินาศภัยกล่าวอีกว่าสมาคมยืนยันข้อเสนอที่จะให้ขยายความคุ้ม ครองวงเงิน การจำกัดความรับผิดสูงขึ้นเป็น 50% จากเดิมกำหนดไว้ 30% สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่เฉพาะ ที่มีเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปและต้องมีมาตรการบริหารความ เสี่ยงที่ดีโดยจะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป รวมถึงกำหนดสัดส่วนการรับความเสี่ยงภัยไว้เองของบริษัทประกันภัยสำหรับบ้าน อยู่อาศัยได้สูงสุดถึง 95% จากเดิมกำหนด ขั้นต่ำ 1% แต่ไม่ได้บอกสูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรม ได้สูงสุดถึง 25% ซึ่งคณะอนุกรรมการฯจะนำข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อบอร์ดกองทุนพิจารณา อย่าง ไรก็ดี ในประเด็นบังคับบ้านอยู่อาศัยที่จะซื้อประกันอัคคีภัยต้องซื้อประกันภัย พิบัติด้วยนั้น "สยามธุรกิจ" เคยนำเสนอเรื่องนี้มาแล้วในช่วงตอนที่จัดทำกรมธรรม์ใหม่ๆ ว่าแนวทางจะออกมาลักษณะนี้ "วิชัย สันติมหกุลเลิศ" ประธานคณะกรรมการประกันภัยทรัพย์สิน สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า กรมธรรม์ที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ได้แก่ 1.กรมธรรม์อัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบเดิม 2.ประกันอัคคีภัยและภัยพิบัติสำหรับบ้านอยู่อาศัย 3.กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติและ 4..กรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินสำหรับภัยธรรมชาติทั่วไปและภัยพิบัติส่วนเกิน รองรับบริษัทประกันภัยที่จะขายความคุ้ม ครองทั้ง 2 ภัยซึ่งในเดือนมิถุนายนกรมธรรม์ แบบแรกจะถูกยกเลิกไป "ตั้งแต่เดือน มิถุนายนเป็นต้นไปบ้าน ทุกหลังที่จะทำประกันอัคคีภัยต้องซื้อภัยพิบัติด้วยทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท การทำตลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างของมิตซุย สุมิโตโม ลูกค้าในพื้นที่เสี่ยงตอบรับเยอะเขาอยากได้ความคุ้มครองสูงกว่าซับ ลิมิต ส่วนพื้นที่ไม่เสี่ยงไม่ค่อยตอบรับ หรือตอบ รับเอาซับ ลิมิตแค่ 10-20% ลูกค้าบางคน ไม่รู้ว่ามีความคุ้มครองแผ่นดินไหวและลูก เห็บด้วย คิดว่ามีแต่น้ำท่วมอย่างเดียวต้อง ทำความเข้าใจกับเขา ที่พูดกันว่าประกันภัยพิบัติเคลมยาก เงื่อนไขเยอะก็สอดคล้อง กับค่าเบี้ยประกันถูก" >> วงการแนะเพิ่มคุ้มครองเอสเอ็มอี คปภ.เผย 20 วินาศภัยขายภัยพิบัติ แหล่ง ข่าวจากบริษัทประกันภัยให้ความเห็นกับ "สยามธุรกิจ" เพิ่มเติมว่า เงื่อนไขบางข้อที่ยังไม่นิ่ง มีการปรับเปลี่ยน ตลอดทำให้เกิดความปั่นป่วนในการทำตลาดพอสมควร ขณะที่การขยายซับ ลิมิต เป็น 50% เฉพาะลูกค้ารายใหญ่ที่มีทุน ประกันภัย 5,000 ล้านบาทขึ้นไปเป็นการจำกัดเฉพาะกลุ่มควรจะเปิดกว้างให้กับเอส เอ็มอีด้วยพวกเขามีความต้องการเพราะปีที่ผ่านมาเคยได้รับความคุ้มครองเต็ม 100% แต่ปีนี้ลดลงมาเหลือ 30% ควรจะจำกัดเงื่อนไขแค่มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่ดีทุนประกันภัยเท่าไหร่ ก็ได้สามารถซื้อความคุ้มครองได้ถึง 50% อย่างไรก็ดี ในประเด็นให้บริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงภัยไว้เองได้ถึง 25% สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีและรายใหญ่นั้น แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า มีบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่อยากจะขอเพิ่มเกิน 25% เนื่องจากเขาซื้อประกันความเสียหายส่วนเกิน(Excess of loss) รองรับความต้องการของลูกค้าที่อยากจะซื้อประกันภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ตั้งแต่ก่อนกองทุนฯจะเกิดโดยจ่ายเบี้ยประกันไปแพงมาก แต่เมื่อเกิดกองทุนฯ รับประกันในอัตราเบี้ยประกันที่ถูกกว่า ลูกค้าหันไปซื้อเบี้ยของกองทุนแทนเท่ากับที่บริษัทสูญเงินค่าเบี้ยไปจึงอยาก จะเก็บความเสี่ยงเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมไว้เองให้มากกว่าเดิมเพื่อให้คุ้ม กับค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปก่อนหน้า มองอีกแง่ความเสี่ยงของกองทุนลดลงด้วย "ข้อมูล ที่ได้ตัวแทนที่เริ่มขายกรมธรรม์ภัยพิบัติในช่วงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาลูกค้ายังไม่ค่อยซื้อ เพราะพอรวมๆ กันแล้วเบี้ยแพง ส่วนใหญ่ซื้อประกันภัยธรรมชาติมากกว่าโอกาสได้เงินเคลมมีมากกว่าประกันภัย พิบัติ ซึ่งมีเงื่อนไขเยอะ เคลมยาก " ด้าน"จิรวุฒิ บุญศิริ" บมจ.ไทยพาณิชสามัคคีประกันภัย กล่าวว่า การขยายเพดานให้บริษัทประกันภัยเก็บความเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้นไม่มีผลต่อ บริษัทเพราะปกติบริษัทรับความเสี่ยงประกันภัยพิบัติไว้เองมากกว่า 1% อยู่แล้วเนื่องจากซื้อประกันต่อความเสียหายส่วนเกินภัยธรรมชาติรวมภัยพิบัติ ไว้ตั้งแต่กองทุนยังไม่เกิดเหมือนกับอีกหลายบริษัท ถ้าไม่เก็บความเสี่ยงไว้เองให้สูงกว่าขั้นต่ำเท่ากับซื้อไว้ฟรี "ประเวช องอาจสิทธิกุล" เลขาธิการคปภ.กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัยพร้อมที่จะขายกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว 20 บริษัทจาก 54 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ
09:08 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
KPIเล็งบุกธุรกิจประกันภัยโฟกัสลูกค้ารายย่อยปั๊มเบี้ย
นาย สุพชัย เปียแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงปีที่ผ่านมา ว่า บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 2,140 ล้านบาท กำไรรับประกันภัย 569 ล้านบาท กำไรการลงทุนสุทธิ 229 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน 329 ล้านบาท และผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมประมาณกว่า 270 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2554 ทำได้เพียง 136 ล้านบาท
ทั้ง นี้ เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทภายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ระดับ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 21% โดยปี 2554 ทำได้ประมาณ 2,140 ล้านบาท ส่วนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยกว่า 1,000 ล้านบาท
นอก จากนี้ กำไรรับประกันภัยปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 900 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 58% ซึ่งทำได้ประมาณ 58% ส่วนกำไรการลงทุนสุทธิตั้งเป้าหมายที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 1% ที่ทำได้ประมาณ 229 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 180%
บริษัท ตั้งเป้าหมายในการทำอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Return on Equity Ratio) หรือ ROE ของบริษัทให้เกิน 2 หลักภายในระยะ 1-2 ปีนี้ ตามที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และในช่วงที่ผ่านมา KTB มีนโยบายให้บริษัทลูกทุกแห่งที่อยู่ในเครือทำ ROE ให้ได้ 2 หลักขึ้นไป
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ROE ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่ KTB ต้องการที่ 2 หลักนั้น บริษัทจำเป็นต้องขยายกิจการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตรงกับกลุ่ม ลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อยให้เป็น 80% จากเดิมอยู่ที่ 70%
นายสุพชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จากการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 59 คณะกรรมการได้เห็นชอบและอนุมัติเป็นมติพิเศษให้บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชนจำกัด เร็วกว่ากำหนดที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ภายในปี 2556 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้
สำหรับ นโยบายด้านการลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ที่ระดับ 6% จากพอร์ตเงินลงทุนทั้งสิ้นที่มีอยู่ประมาณ 3,700 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากการลงทุนปีนี้ที่ระดับ 230 ล้านบาท
อย่าง ไรก็ตาม แผนการลงทุนของบริษัทปีนี้เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นทุน หน่วยลงทุน พันธบัตร หุ้นกู้ และเงินให้กู้ยืม ส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้นทุนและหน่วยลงทุน รับว่าสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทค่อนข้างมาก จึงยังให้ความสำคัญกับการลงทุนดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทลงทุนในหุ้นทุน และหน่วยลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จากพอร์ตเม็ดเงินลงทุน 3,700 ล้านบาท
09:08 น.
1 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
กรุงไทยพานิชประกันภัยโฟกัสลูกค้ารายย่อยปั๊มเบี้ย
กรุงไทยพานิชประกันภัยโฟกัสลูกค้ารายย่อยปั๊มเบี้ย
กรุงไทยพานิชประกันภัย เล็งบุกธุรกิจประกันภัย โฟกัสลูกค้ารายย่อยปั๊มเบี้ย นายสุพชัย เปียแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงปีที่ผ่านมาว่า บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 2,140 ล้านบาท กำไรรับประกันภัย 569 ล้านบาท กำไรการลงทุนสุทธิ 229 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน 329 ล้านบาท และผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมประมาณกว่า 270 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2554 ทำได้เพียง 136 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทภายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ระดับ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 21% โดยปี 2554 ทำได้ประมาณ 2,140 ล้านบาท ส่วนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีเบี้ยกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจาก นี้ กำไรรับประกันภัยปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 900 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 58% ซึ่งทำได้ประมาณ 58% ส่วนกำไรการลงทุนสุทธิตั้งเป้าหมายที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 1% ที่ทำได้ประมาณ 229 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 180%
กรุงไทยพานิชประกันภัยตั้งเป้าทำ ROE ให้เกิน 2 หลัก
บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย ตั้งเป้าหมายในการทำอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Return on Equity Ratio) หรือ ROE ของบริษัทให้เกิน 2 หลักภายในระยะ 1-2 ปีนี้ ตามที่ของบริษัทให้เกิน 2 หลักภายในระยะ 1-2 ปีนี้ ตามที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และในช่วงที่ผ่านมา KTB มีนโยบายให้บริษัทลูกทุกแห่งที่อยู่ในเครือทำ ROE ให้ได้ 2 หลักขึ้นไป
ปัจจัย สำคัญที่ส่งผลให้ ROE ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่ KTB ต้องการที่ 2 หลักนั้น บริษัทจำเป็นต้องขยายกิจการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตรงกับกลุ่ม ลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อยให้เป็น 80% จากเดิมอยู่ที่ 70%
นายสุพชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จากการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 59 คณะกรรมการได้เห็นชอบและอนุมัติเป็นมติพิเศษให้บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชนจำกัด เร็วกว่ากำหนดที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ภายในปี 2556 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับนโยบายด้านการลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ที่ระดับ 6% จากพอร์ตเงินลงทุนทั้งสิ้นที่มีอยู่ประมาณ 3,700 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากการลงทุนปีนี้ที่ระดับ 230 ล้านบาท
แผนการลงทุนกรุงไทยพานิชประกันภัยปีนี้
อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนของบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย ปีนี้เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นทุน หน่วยลงทุน พันธบัตร หุ้นกู้ และเงินให้กู้ยืม ส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้นทุนและหน่วยลงทุนรับว่าสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัท ค่อนข้างมาก จึงยังให้ความสำคัญกับการลงทุนดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทลงทุนในหุ้นทุนและหน่วยลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จากพอร์ตเม็ดเงินลงทุน 3,700 ล้านบาท
09:01 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
บริษัทกรุงเทพประกันภัย จัดโปรโมชั่นครั้งยิ่งใหญ่
บริษัทกรุงเทพประกันภัย จัดโปรโมชั่นครั้งยิ่งใหญ่ ในงานมหกรรมการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย Money Expo 2012 ภายใต้ Theme "Unlimited Future อนาคตไร้ขีดจำกัด" โดยนำเอาโปรโมชั่นสุดพิเศษ ทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยสุดคุ้มชุดมนุษย์เงินเดือน ประกันอัคคีภัย ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทาง และประกันภัยสุขภาพ
09:01 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
กิตติรัตน์ เปิดงานมันนี่ เอ็กซ์โป
กิตติรัตน์ เปิดงาน Money Expo 2012 ธนาคาร บริษัทการเงิน บริษัทประกันชีวิต ประกันภัย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และบริษัทผู้ค้าทองคำ เข้าร่วมงานรวม 232 แห่ง อัดแคมเปญแน่นจูงใจนักลงทุน
วันนี้ (17พฤษภาคม) เวลา 08.39น. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานบริการการเงินครบวงจร มันนี่ เอ็กซ์โป 2012 (Money Expo 2012) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด "Unlimited Future : อนาคตไร้ขีดจำกัด”
นายสันติ วิริยะรังสฤษดิ์ ประธานการจัดงานมันนี่ เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า มหกรรมการเงินครั้งที่ 12 จัดบนพื้นที่ 35,000 ตารางเมตรของอิมแพค เมืองทองธานี มีธนาคารและสถาบันการเงิน 232 แห่ง รวมทั้งบริษัทประกันภัย ประกันชีวิตบริษัทหลักทรัพย์ และหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมงาน งานนี้จะจัดจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
โดยแต่ละบริษัทได้จัดแคมเปญสุดคุ้มมานำเสนอมากมาย โดยในส่วนของบริการทางการเงิน ธนาคารและบริษัทการเงิน (นอนแบงก์) ได้นำ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อการศึกษา และบัตรเครดิต มาแข่งขันกันอย่างเต็มที่ รวมถึงโปรโมชั่นดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0% พร้อมกับนำแคมเปญต่างๆ มาแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แคมเปญที่น่าสนใจภายในงาน ได้แก่
แคมเปญสินเชื่อบ้าน
- ธ.กสิกรไทย : อัตราดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 50 ปี ลุ้นรับ รถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5
- ธ.อาคารสงเคราะห์ : ลูกค้าทั่วไป อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือน, ลูกค้าบ้านหลังแรก อัตราดอกเบี้ย 0% 3 ปี
- ธ.ไทยพาณิชย์ : อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือน รับฟรี หนังสือ “ฮวงจุ้ยดี ก็มีสุข”
- ธ.กรุงเทพ : อัตราดอกเบี้ย 0.9% 1 ปี
- ธ.กรุงศรีอยุธยา : อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก
- ธ.กรุงไทย : อัตราดอกเบี้ย 0% 9 เดือน
- ธ.ทีเอ็มบี : อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอด 3 ปีแรก 4.22%
- ธ.ธนชาต : อัตราดอกเบี้ย 0% 9 เดือน
แคมเปญสินเชื่อบุคคล
- ธ.กรุงศรีอยุธยา : อัตราดอกเบี้ย 0% 2 เดือน
- ธ.กสิกรไทย : อัตราดอกเบี้ย 0% รับเงินใน 1 ชั่วโมงหลังการอนุมัติ
- ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย : อัตราดอกเบี้ย 0% 2 เดือน
- ธ.ทีเอ็มบี : อัตราดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง รู้ผลพิจารณาเบื้องต้นใน 1 วันทำการทันที
แคมเปญสินเชื่อเอสเอ็มอี
- ธ.กรุงศรีอยุธยา : อัตราดอกเบี้ย 0% 3 ปี
- ธ.กรุงไทย : อัตราดอกเบี้ย 3% 5 ปี สำหรับเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัย
- ธ.เอสเอ็มอี : 3 สินเชื่อสุดฮอตอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ได้แก่ สินเชื่อโครงการ OTOP, สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์สินเพื่อเป็นที่ตั้งสถานประกอบการ และสินเชื่อรายย่อยทั่วไป
ขณะที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ได้นำพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ อายุ 2.4 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี มาเปิดให้จองซื้อภายในงาน โดยมีวงเงินซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เพื่อการออมและการลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝาก/สลากออมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนสูงมาให้เลือกออมเงินอีกมากมาย นอกจากนี้ทางสถาบันการเงินยังจัดแคมเปญน่าสนใจมาดึงดูดนักออมด้วย อาทิ
แคมเปญเงินฝาก/สลากออมทรัพย์
- ธ.กรุงไทย : เงินฝากประจำ Net Flexible Fixed เลือกระยะเวลาฝากได้ตั้งแต่ 1-365 วัน
- ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย : เงินฝากออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย 3.5%
- ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : เงินฝากอุ่นใจ เงินฝากระยะสั้น 4 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3%, สลากออมทรัพย์ทวีสินชุดกล้วยไม้พระนาม ราคาหน่วยละ 500 บาท อัตราดอกเบี้ย 3 ปีในอัตราหน่วยละ 22.5 บาท และมีสิทธิ์ลุ้นโชครางวัลรวมมูลค่ากว่า 68.5 ล้านบาท ทุกวันที่ 16 ของเดือน รวม 36 ครั้ง
- ธ.เกียรตินาคิน : เปิดบัญชีเงินฝาก รับสิทธิ์ “ถอยรถป้ายแดง ดาวน์ 0%” หรือ “ถอยรถหรู ผ่อนสบายๆ”
- ธ.ออมสิน : เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต รับของที่ระลึกตามวงเงิน เช่น สลากออมสินพิเศษ, iPad, iPhone4S
- ธ.อาคารสงเคราะห์ : เงินฝากประจำ 5 เดือน แบบขั้นบันได (Step Up) อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 6%
ด้าน บริษัทประกันชีวิต ประกันภัย มีการนำเสนอกรมธรรม์ที่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงิน อาทิ
แคมเปญกรมธรรม์ประกันชีวิต
- บ.ไทยประกันชีวิต : ประกันชีวิต ชำระเบี้ย 7 ปี รับความคุ้มครอง 14 ปี เมื่อชำระเบี้ยประกันตามวงเงินที่กำหนด รับทันที รถยนต์ Nissan Almera, iPhone4s หรือ iPad3, LED TV, แผ่นช้างทองคำ
- บ.โตเกียวมารีน ประกันชีวิต : เปิดตัว 3 แบบประกันใหม่ล่าสุด Hero 10/1 ชำระเบี้ยครั้งเดียว เฉลี่ยผลตอบแทน 4.21%, ประกันบำนาญ Pension Choice 5 และ 6 เมื่อชำระเบี้ยประกันตามวงเงินที่กำหนด รับทันที แพ็กเกจล่องเรือสำราญรอบทะเลเมดิเตอเรเนียน, แพ็กเกจล่องเรือสำราญรอบประเทศญี่ปุ่น-เซี่ยงไฮ้, แพ็กเกจทัวร์มาเก๊า
- บ.แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต : ประกันชีวิต สะสมทรัพย์ Growth 5/2 ชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี เฉลี่ยผลตอบแทน 5.14%
- บ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต : ประกันชีวิต-สุขภาพกรุงไทย-แอกซ่า คอมพลีท เฮลท์ คุ้มครองตลอดชีพ (99 ปี) ทุนประกันสูงสุด 100 ล้านบาท รับประกันอายุสูงสุด 80 ปี
- บ.เมืองไทยประกันชีวิต : ประกันสะสมทรัพย์ เมืองไทย สมาร์ท เซฟวิ่ง 10/6 ชำระเบี้ย 6 ปี รับเงินคืน 10% ทุกปี, ประกันเมืองไทย Big Cash Back ชำระเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 20 ปี รับเงินโบนัสพิเศษ 10% กรณีไม่มีเคลม, ประกันเมืองไทย สมาร์ท เซฟวิ่ง 5/1 ชำระเบี้ยครั้งเดียว อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4.5%
- บมจ.กรุงเทพประกันภัย : ซื้อประกันภัยรถยนต์ ผ่อนชำระเบี้ยในอัตรา 0% เป็นระยะเวลา 3 เดือน
- บ.เอไอเอ (ประเทศไทย) : นำเสนอแบบประกันที่หลากหลาย พร้อมรับ หนังสือเข็มทิศหัวใจ และ Policy Zip-Lock Bag
สำหรับบริการทางการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดพื้นที่ Investor City : เมืองแห่งการลงทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งกลุ่มที่ยังไม่เริ่มลงทุน และผู้ที่ลงทุนอยู่แล้ว โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และผู้ค้าทองคำ/โกลด์ฟิวเจอร์ส พร้อมอัดโปรโมชั่นดีๆ สำหรับงานครั้งนี้ อาทิ
แคมเปญเปิดบัญชีหุ้น/ซื้อทองคำ-โกลด์ฟิวเจอร์ส
- บ.จีแคป : ลงทุนทอง ลุ้นรับทองคำแท่ง 10 บาท และบัตรที่พัก Pool Villa ที่ เทวัญดารา พร้อมรับ Cash Back คืนทันที ทุกๆ 2,000 บาท เมื่อวางหลักประกันในงาน
- บ.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส : เทรด Gold Futures/Silver Futures ผ่านอินเทอร์เน็ต ลุ้นรับ iPhone4
- บ.คลาสสิก โกลด์ : เปิดบัญชีลงทุนทองคำแท่งออนไลน์, Gold/ Silver Futures, Gold ETF ลุ้นรับจี้ทองคำแท้ และสร้อยคอทองคำ
- บลจ.บัวหลวง : ซื้อกองทุน ลุ้นรับ แพ็กเกจทัวร์ฮ่องกง/ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสัมมนาลงทุนในหุ้น กองทุนรวม และทองคำ ถึง 12 หัวข้อสัมมนาจาก 25 กูรู ด้านการเงินการลงทุน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Money Expo 2012 ได้ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 17 ถึงวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2555 ในเวลา 10.00 — 20.00 น.
09:01 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
ทีเอ็มบี เปิดบูธภายใต้แนวคิด ‘Blue Planet’
ทีเอ็ม บี เปิดบูธภายใต้แนวคิด ‘Blue Planet’ พร้อมมอบประสบการณ์ทางการเงิน ที่ตอบสนองหลากหลายความต้องการของลูกค้า ในงาน Money Expo 17-20 พ.ค. นี้
อย่าพลาด! ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ยพิเศษตลอด 3 ปีแรก 4.22% และประกันภัยตัวล่าสุดที่ มอบความคุ้มครองบ้านชัวร์ 100% จากภัยธรรมชาติ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ยืนกลาง) นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร วารสารการเงินธนาคาร (ด้านซ้าย) และนายประดิษฐ์ เลี่ยวศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสาขา ทีเอ็มบี (ด้านขวา) ร่วมเปิดบูธ ทีเอ็มบี ภายใต้คอนเซปต์ Blue Planet (บลู แพลเน็ต) ในงาน Money Expo Bangkok 2012 พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ทางการเงินที่แตกต่าง ซึ่งจะตอบสนองทุกไลฟสไตล์และความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านและผู้ที่กำลังผ่อน บ้านอยู่ ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านกับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยพิเศษตลอด 3 ปีแรก 4.22% ตอกย้ำแนวคิดที่ต้องการแนะนำให้ลูกค้าเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยตลอด 3 ปีแรก และอย่าหลงกับดอกเบี้ย 0% เพียงไม่กี่เดือน และเปิดตัวครั้งแรกกับ ทีเอ็มบี ประกันบ้าน ชัวร์ 100% ที่จะมอบความคุ้มครองให้บ้านจากภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ลูกเห็บ ยังรวมถึงไฟไหม้ และโจรกรรม ทั้งความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในอาคารด้วยเบี้ย ประกันเพียง 4,700 บาทต่อทุนประกันรวมสูงสุด 1 ล้านบาท
สำหรับบูธทีเอ็มบี ในงาน Money Expo 2012 ครั้งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Blue Planet ซึ่งเป็นโครงการเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อโลก ที่น่าอยู่ขึ้นของทีเอ็มบี โดยวัสดุที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการตกแต่งบูธทีเอ็มบีครั้ง นี้ เป็นวัสดุ Re-use, Re-cycle และ Re-duce เพื่อลดการทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น เซ็ตเก้าอี้นั่ง พื้นบูธ เป็นต้น รวมถึงกิจกรรมรักษ์โลกแบบสร้างสรรค์อื่นๆ อาทิ เกมส์และของสมนาคุณภายในงานอีกมากมาย
พบกับไฮไลท์ดีๆที่ ทีเอ็มบี เตรียมไว้เพื่อบ้านที่ลูกค้ารักและข้อเสนอสุดพิเศษอื่นๆ พร้อมของรางวัล อีกมากมาย ทุกครั้งที่สมัครผลิตภัณฑ์ทีเอ็มบี ในงาน Money Expo Bangkok 2012 ที่บูธทีเอ็มบี ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี17-20 พฤษภาคม นี้เท่านั้น
09:01 น.
1 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-
‘แบงก์แอสชัวรันส์’เบี้ยใหม่โตลิ่ว 42% ‘เมืองไทย-ไทยพาณิชย์’ชิงแชมป์
ธุรกิจประกันชีวิตในไตรมาสแรกปี 2555 เติบโตได้อย่างน่าพอใจ เป็นไปตามคาดที่เติบโตเกินกว่าเป้าหมายทั้งปี 15% เล็กน้อย คือ เติบโตได้ 17% ขณะ เดียวกันการแข่งขันในแต่ละช่องทางจำหน่ายก็ยังคงดุเดือด โดยข้อมูลจากสมาคม ประกันชีวิตไทย ระบุว่า เบี้ยใหม่ (New Business Premium) ที่ประกอบไปด้วยเบี้ยปีแรก (FYP) และเบี้ยชำระครั้งเดียว หรือซิงเกิล พรีเมี่ยม (Single Premium) ในไตรมาสแรกปี 2555 มีปริมาณเบี้ยเข้าสู่ธุรกิจมากถึง 27,472.1 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 25% >> แบงก์แอสชัวรันส์เบี้ยใหม่โต 42% ตัวแทนบวก 15%-ไดเรกต์ติดลบ ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์สามารถสร้างเบี้ยใหม่เข้าสู่ระบบได้มาก ที่สุดถึง 14,583.4 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 42% มากที่สุดในบรรดา ทุกช่องทางจำหน่าย คิดเป็นสัดส่วน 53.08% ของเบี้ยใหม่ทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2554 ที่อยู่ที่ 46.78% ส่วนช่องทางตัวแทนในไตรมาสแรกปี 2555 นี้ แม้จะยังมีเบี้ยใหม่เพิ่มขึ้น ถึง 15% ด้วยจำนวน 11,025.9 ล้านบาท แต่ในแง่ของสัดส่วนลดลงเหลือ 40.13% เมื่อเทียบกับ 43.87% ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2554 ขณะที่ช่องทางคาดหมายกันว่ายังมาแรงอย่างต่อเนื่องอย่างช่องทางไดเรกต์ ที่มีตัวชูโรงอย่างการขายผ่านทีวี (DRTV : Direct Response TV) และช่องทางขายผ่านโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) ในไตรมาสแรกปีนี้กลับ เติบโตติดลบเป็นครั้งแรกถึง 14% มีเบี้ยใหม่เข้ามา 776 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส แรกปี 2554 ทำได้ถึง 903.4 ล้านบาท เช่นเดียวกับช่องทางอื่นๆ (Other) ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านไปรษณีย์ การขายผ่านอินเตอร์เน็ต และการ Walk In เดินเข้ามาซื้อเอง ไตรมาสแรกปีนี้เบี้ยใหม่ ก็ติดลบ 5% ด้วยเบี้ย 1,086.9 ล้านบาท เทียบกับ 1,144.6 ล้านบาท ที่ทำได้ในไตรมาสแรกปี 2554 >> “เมืองไทย” รักษาแชมป์ขายผ่านแบงก์ “ไทยพาณิชย์” ขนสินค้าท้าชิง สำหรับช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ ไตรมาสแรกปีนี้ถือเป็นการพลิกฟื้นจากปลายปีที่แล้ว ที่เบี้ยใหม่เติบโตติดลบ 1% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี ของการขายประกันชีวิตผ่านช่องทางนี้ โดยบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ยังครองแชมป์เบี้ยใหม่ผ่านช่องทางนี้มาก ที่สุด 3,700 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 56% ตามด้วยอันดับ 2 ที่ยังเป็นบมจ. ไทยพาณิชย์ประกันชีวิตด้วยเบี้ยใหม่ 3,180.3 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50%, อันดับ 3 เป็นของบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด ที่มีสาขาของธนาคารนคร หลวงไทยเข้ามาเพิ่มภายหลังการควบรวมกิจการแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการไปเมื่อ ตุลาคม 2554 ทำให้เบี้ยใหม่ผ่านแบงก์เข้ามาถึง 1,499.6 ล้านบาท เติบโต 22%, อันดับ 4 เป็นบริษัท กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด ด้วยเบี้ยใหม่ 1,473.1 ล้านบาท เติบโต 39% และอันดับ 5 เป็นบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต เบี้ยใหม่ 1,293.2 ล้านบาท เติบโต 3% ตามลำดับ ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าน้ำหนักของการแข่งขันในช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์จะมุ่งไปที่ อันดับ 1-2 มากที่สุด เพราะฝ่ายหนึ่งมุ่งรักษาแชมป์ไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่องขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง มุ่งที่จะขึ้นเป็นแชมป์ให้ได้ “ไตรมาสแรกปีนี้ จริงๆ ทุกช่องทางการขายของเราต่างมีผลงานที่โดดเด่น และการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโต ทุกช่องทางขาย” “สาระ ล่ำซำ” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ให้ความเห็น โดยช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ยอมรับว่าการแข่งขันยังคงรุนแรง แต่ก็เชื่อ ว่าด้วยแผนงานที่วางไว้ และความร่วมมือ ระหว่างแบงก์กับบริษัทเองในปีนี้จะทำให้ยังคงสามารถขยายตลาดนี้ได้ดี ขณะที่ บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต นั้น “วิพล วรเสาหฤท” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ไทยพาณิชย์ฯ เป็นที่ 1 ในช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ด้านเบี้ยรับรวมอยู่ และกำลังคิดจะขึ้นเป็นที่ 1 ในแง่เบี้ยใหม่ โดยมองว่าตลาดนี้เบี้ยส่วนใหญ่ 70-80% จะอยู่ในมือของบริษัทประกันชีวิตระดับท็อปทรี หรือไม่ก็ท็อปไฟว์ของตลาด ซึ่งต่างก็มีการเติบโต “ไตรมาสสองเรายังทุ่มน้ำหนักให้ กับช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ที่ยังเป็นช่องทางหลัก โดยจะมีสินค้าใหม่ออกมาขายมากขึ้น เพื่อให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าแบงก์ได้ครบตามที่แบงก์แยกเซ็กเมนต์ไว้ได้มาก ขึ้น เช่น กลุ่มลูกค้าองค์กร (Corporate) จะมีสินค้าใหม่ออกมารองรับกลุ่มนี้ในไตรมาสสองนี้ จะช่วย เสริมให้ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์เติบโตมากขึ้น รวมไปถึงสินค้าประเภทสะสมทรัพย์ระยะสั้นที่ยังเป็นตัวผลักดันให้ช่องทางนี้ เติบโต”
09:51 น.
0 ผู้ชม
0 ความคิดเห็น
-