ความรู้ประกันชีวิต




กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการประกันภัย

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการประกันภัย

สัญญาประกันภัย

1. สัญญาประกันภัยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ฝ่าย คือ

ผู้เอาประกันภัย (ลูกค้า)

***คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยหรือชำระเบี้ยประกันภัย

ผู้รับประกันภัย (บริษัท)

***คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้

ผู้รับประโยชน์

***บุคคลผู้พึงได้รับจำนวนเงินใช้ให้จากผู้รับประกันภัย
 
> เกิดขึ้นเมื่อ....
  บริษัทตกลงรับประกันภัยตามคำเสนอ แม้มิได้มีลายลักษณ์อักษร
> การแถลงอายุคลาดเคลื่อน ผลของสัญญาคือ....
  เป็นโมฆียะ หากอายุที่แท้จริงอยู่นอกจำกัดอัตราทางการค้าปกติ
  สมบูรณ์ หากอายุที่แท้จริงยังอยู่ในจำกัดอัตราทางการค้าปกติ
*  โดยคืนเบี้ยส่วนที่เกิน  หรือ
*   ลดเงินเอาประกันภัยลง
> กรณีผู้เอาประกันทำอัตวินิบาตกรรมด้วยใจสมัคร(ฆ่าตัวตาย) ภายใน 1 ปี  นับแต่วันทำสัญญากรมธรรม์ทุกประเภท
  *  บริษัท คืนเบี้ย ประกันทั้งหมด
> กรณีผู้เอาประกันถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
  *  บริษัทจ่ายคืนเงินไถ่ถอนกรมธรรม์ แก่ทายาทผู้เอาประกันภัย
 
กรณีเอาประกันชีวิตตนเอง ผู้รับประโยชน์เป็นใครก็ได้มีหรือ ไม่มีก็ได้

กรณีเอาประกันชีวิตบุคคลอื่นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในชีวิตซึ่งกันและกัน

>>ทางสายโลหิต เช่น บิดา มารดา และ บุตร
>>ทางกฎหมาย เช่น สามี ภรรยา คู่หมั้น บุตรบุญธรรม
>>ทางธุรกิจ เช่น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ฯลฯ 
>>ผู้รับประโยชน์จะเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย
>>ส่วนได้เสียของสัญญาประกันชีวิต นับแต่วันที่ทำสัญญา
>>การเอาประกันชีวิตบุคคลอื่น ถ้าไม่มีส่วนได้เสียในชีวิตบุคคลนั้น
* สัญญาไม่สมบูรณ์  บริษัทต้องคืนเบี้ยทั้งหมด
* สัญญาไม่มีผลผูกพัน และไม่สามารถให้สัตยาบันได้
>>การทำประกันชีวิตสามารถนำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
>>กรณีที่ทำประกันชีวิตที่มีระยะเวลาของสัญญาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป