ความรู้ประกันชีวิต




ประเภทของประกันชีวิต

  1. ประเภทสามัญ
1.1 จำนวนเงินเอาประกันภัยสูง เบี้ยประกันภัยสูง  เหมาะกับลูกค้าที่ฐานะปานกลางขึ้นไป
1.2 มีทั้งแบบไม่ตรวจสุขภาพ และตรวจสุขภาพ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย
1.3 ยึดการชำระเบี้ยงวดรายปีเป็นหลัก (หากชำระไม่ครบปี ถือว่ามีหนี้สินค้างชำระ)
 
    2.   ประเภทอุตสาหกรรม
 
2.1 จำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ เบี้ยประกันภัยถูก เหมาะกับผู้มีรายได้น้อย
2.2 ยึดการชำระเบี้ยประภัยงวดรายเดือนเป็นหลัก
2.3 ไม่มีการตรวจสุขภาพ
2.4 มีระยะเวลารอคอย(โดยจะคืนเบี้ยประกันทั้งหมดหากผู้เอาประกันเสียชีวิตโดยธรรมชาติภายใน180วัน)2.5 มีประกันชีวิต และมีประกันอุบัติเหตุรวมอยู่ด้วย ทำให้หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จะได้รับ 2 เท่าของจำนวนเงินเอาประกัน
 
     3.  ประเภทกลุ่ม
 
3.1 เหมาะกับนายจ้างที่ต้องการให้สวัสดิการประกันชีวิตกลุ่มแก่ลูกจ้าง
3.2 คุ้มครองกลุ่มคนตั้งแต่ 7-10คนขึ้นไป
3.3 โดยทั่วไปไม่มีการตรวจสุขภาพ
3.4 มีการคืนเบี้ยตามประสบการณ์
 

การชำระเบี้ยประกันกลุ่ม

  1. นายจ้าง และลูกจ้างช่วยกันชำระเบี้ยประกันภัย

  กรณีลูกจ้างที่มีสิทธิ์ทำ ต้องสมัครทำประกันเป็นจำนวนตั้งแต่ 75%ขึ้นไป 

   2.   นายจ้างชำระเองทั้งหมด

  กรณีลูกจ้างที่มีสิทธิ์ทำ ต้องสมัครทำประกันเป็นทั้งหมด

4 แบบ

1.ชั่วระยะเวลา
1.1 เป็นการให้ความคุ้มครองช่วงระยะเวลาหนึ่ง 
1.2 ชดเชยจำนวนเงินเอาประกันภัยแก่ผู้รับประโยชน์ กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด
1.3 เหมาะกับผู้ที่มีภาระหนี้สิน โดยเป็นการปลดเปลื่องภาระหนี้สินชั่วคราว
2.สะสมทรัพย์
2.1 ชดเชยจำนวนเงินเอาประกันภัยแก่ผู้รับประโยชน์หากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาความคุ้มครองที่กำหนดหรือให้จำนวนเงินเอา  ประกันแก่ผู้เอาประกันที่มีชีวิตอยู่เมื่อสัญญาครบกำหนด
2.2 เหมาะเป็นเงินออมคุ้มครองชีวิต
3.ตลอดชีพ
3.1 เป็นการให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตในระยะยาว
3.2 เหมาะเป็นมรดกให้แก่ทายาท
4.เงินได้ประจำ
4.1 เป็นการให้ความคุ้มครองรายได้ไว้ใช้ในยามชรา 
4.2 เหมาะเป็นบำนาญเลี้ยงชีพให้ตนเอง
2 ชนิด
1. มีเงินปันผล
1.1 เงินส่วนเกินซึ่งเกิดจากการดำเนินงานของบริษัท
1.2 อัตราเบี้ยประกันภัยแตกต่างกันระหว่างการประกันชีวิตชนิดมีเงินปันผล และ ชนิดไม่มีเงินปันผล
1.3 จ่ายให้กับกรมธรรม์ที่ระบุไว้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
2.ไม่มีเงินปันผล