ประกันภัยรถจักรยานยนต์ จำเป็นไหม มีกี่ชั้น ทำชั้นไหนดี
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon27/04/69

328 ครั้ง

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ จำเป็นไหม มีกี่ชั้น ทำชั้นไหนดี

     การขับขี่รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงกว่ารถยนต์หลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนน การจราจรที่ติดขัด หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทุกวินาที คำถามที่มักพบบ่อยคือ ประกันภัยรถจักรยานยนต์ จำเป็นแค่ไหน? ในเมื่อเรามี พ.ร.บ. บังคับอยู่แล้ว วันนี้พี่หมี TQM จะพามาดูกันว่าประกันภัยรถจักรยานยนต์ จำเป็นไหม มีกี่ชั้น และควรทำชั้นไหนดี


Key Takeaway

 

  • รถจักรยานยนต์ทุกคันล้วนมี พ.ร.บ. แต่ พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายเท่านั้น แต่ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายของตัวรถหรือทรัพย์สิน
  • การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ ช่วยเรื่องความเสี่ยงเรื่องค่าซ่อมรถหลักหมื่นหลักแสน โดยเฉพาะเมื่อชนกับรถคู่กรณีที่มีราคาสูง
  • บริษัทประกันจะคัดกรองความเสี่ยงตามประเภทรถ ตั้งแต่รถจักรยานยนต์ทั่วไป ไปจนถึงรถจักรยานยนต์ Big Bike ซึ่งมีเงื่อนไขเบี้ยประกันและความคุ้มครองที่แตกต่างกันตามสมรรถนะรถ
  • ประเภทของประกันภัยรถจักรยานยนต์แบ่งได้ 4 ประเภทคือ ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1 , ชั้น 2+ , ชั้น 3+ และชั้น 3
  • การเลือกชั้นประกันควรพิจารณาจากมูลค่ารถ ความถี่ในการใช้งาน (เส้นทางที่รถติดหรือเสี่ยงอุบัติเหตุ) และความปลอดภัยของสถานที่จอดรถเพื่อป้องกันเหตุรถหาย

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ประกันภัยรถจักรยานยนต์จำเป็นไหม

     ถ้าถามว่า ประกันภัยรถจักรยานยนต์ จำเป็นไหม คำตอบคือ "จำเป็นอย่างยิ่ง" โดยเฉพาะในสังคมที่สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยานยนต์ แม้ว่ากฎหมายจะบังคับให้ทำ พ.ร.บ. แต่ความคุ้มครองนั้นจำกัดอยู่เพียงความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายเท่านั้น

 

     หากคุณเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู หรือรถจักรยานยนหายจากการโจรกรรม พ.ร.บ. จะไม่ได้ช่วยจ่ายค่าเสียหายในส่วนนี้เลย การทำประกันภัยภาคสมัครใจจึงเปรียบเสมือนการ "ซื้อความเสี่ยง" เพื่อให้บริษัทประกันเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักหมื่นหลักแสนแทนคุณ ช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น สถานะทางการเงินของคุณจะไม่สั่นคลอน

ประกันภัยรถจักรยานยนต์

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ครอบคลุมรถประเภทไหนบ้าง

     การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีความหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงของรถแต่ละประเภท โดยหลักๆ จะแบ่งกลุ่มการคุ้มครองตามขนาดเครื่องยนต์และจุดประสงค์การใช้งาน ดังนี้

 

รถจักรยานยนต์ทั่วไป

     กลุ่มนี้คือรถที่เราเห็นทั่วไปบนท้องถนน ซึ่งบริษัทประกันมักจะแบ่งประเภทย่อยตามขนาดเครื่องยนต์หรือรูปแบบรถ ดังนี้

 

  • รถครอบครัวและรถใช้งานทั่วไป : เครื่องยนต์ขนาด 50cc - 125cc เช่น Honda Wave, Yamaha Finn
  • รถออโตเมติก (Scooter) : เครื่องยนต์ขนาด 110cc - 160cc เช่น Honda Click, PCX, Yamaha Grand Filano

 

รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

     โดยมาตรฐานประกันภัยมักจะจำแนก Big Bike ออกจากรถทั่วไปด้วย ขนาดปริมาตรกระบอกสูบ (cc) ซึ่งเงื่อนไขเบี้ยประกันและความคุ้มครองจะสูงกว่ารถปกติ

 

  • Mini Big Bike : เครื่องยนต์ขนาด 250cc - 399cc เช่น Honda CBR300R, Kawasaki Ninja 400
  • Big Bike Full Size : เครื่องยนต์ตั้งแต่ 400cc ขึ้นไปจนถึง 1,000cc+ เช่น Ducati, BMW Motorrad, Triumph
  • Superbike : รถกลุ่มสมรรถนะสูงที่เน้นการขับขี่ในสนามหรือการเดินทางไกล

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ครอบคลุมรถประเภทไหนบ้าง

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ มีกี่ชั้น คุ้มครองอะไรบ้าง

     การจะตัดสินใจว่าควรเลือก ประกันภัยรถจักรยานยนต์ ชั้นไหนดี ต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละชั้นมีความโดดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน ดังนี้

 

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1

     ถือเป็นแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุดเหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ใหม่ รถ Big Bike หรือรถที่มีมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุรูปแบบใด บริษัทประกันจะดูแลทั้งหมด

 

ความคุ้มครองประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1

 

  • อุบัติเหตุรถชนรถ , รถล้มเอง (ไม่มีคู่กรณี) , รถหาย , ไฟไหม้ , ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองทรัพย์สินหรือความเสียหายของรถคันอื่น
  • คุ้มครองบุคคลในรถ ค่าอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่

 

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+

     เป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ เพราะความคุ้มครองเกือบเทียบเท่าชั้น 1 ในราคาที่ย่อมเยากว่า เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรถหาย และมั่นใจในทักษะการขับขี่ระดับหนึ่ง แต่ยังต้องการความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น

 

ความคุ้มครองประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+

 

  • อุบัติเหตุรถชนรถ , รถหาย , ไฟไหม้ , ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองทรัพย์สินหรือความเสียหายของรถคันอื่น
  • คุ้มครองบุคคลในรถ ค่าอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่

 

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3+

     เน้นความคุ้มครองเฉพาะเหตุการณ์บนท้องถนนในราคาสบายกระเป๋า เหมาะสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานหลายปี ต้องการเน้นการซ่อมรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

ความคุ้มครองประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3+

 

  • อุบัติเหตุรถชนรถ , รถหาย , ไฟไหม้ , ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองทรัพย์สินหรือความเสียหายของรถคันอื่น
  • คุ้มครองบุคคลในรถ ค่าอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่

 

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3

     จะเป็นประเภทของประกันที่ราคาถูกที่สุดเน้นการรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทาง เน้นคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น เหมาะสำหรับรถรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือต้องการทำไว้เพื่อให้มีคนช่วยเจรจาและจ่ายค่าเสียหายแทนเมื่อเกิดอุบัติเหตุไปชนคนอื่น

 

ความคุ้มครองประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3

 

  • คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองทรัพย์สินหรือความเสียหายของรถคันอื่น
  • คุ้มครองบุคคลในรถ ค่าอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ มีกี่ชั้น คุ้มครองอะไรบ้าง

วิธีเลือกประกันภัยรถจักรยานยนต์ ให้เหมาะกับตัวเอง

     การตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถจักรยานยนต์นั้นต้องลองประเมินจากปัจจัยเหล่านี้

 

  • ประเมินจากมูลค่ารถ : หากรถราคาหลักแสน (Big Bike) การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1 คือทางเลือกเดียวที่สมเหตุสมผล แต่หากเป็นรถใช้งานทั่วไป เลือกทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ก็เพียงพอแล้ว
  • ประเมินจากความถี่ในการใช้งาน : หากขี่รถไปทำงานทุกวันผ่านเส้นทางจราจรหนาแน่น ความเสี่ยงอุบัติเหตุจะสูง ควรเลือกระกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+ เป็นอย่างน้อย
  • ประเมินจากสถานที่จอดรถ : หากต้องจอดรถในที่เปลี่ยวหรือหอพักที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย การเลือกประกันภัยรถจักรยานยนต์ ที่คุ้มครองรถหาย (ชั้น 1 ชั้น 2+ หรือ 3+) ถือเป็นเรื่องจำเป็นมาก
  • งบประมาณในกระเป๋า : ปัจจุบันเบี้ยประกันชั้น 2+ และ 3+ มีราคาถูกลงมาก บางบริษัทเริ่มต้นเพียงเดือนละไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าการต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

 

คำถามที่พบบ่อย

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ คุ้มครองชุดแต่งไหม?

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ โดยส่วนใหญ่จะคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน หากมีการตกแต่งเพิ่มควรแจ้งบริษัทประกันเพื่อให้ครอบคลุมความคุ้มครอง (อาจมีเบี้ยเพิ่มขึ้น)

 

ทำประกันภัยรถจักรยานยนต์แล้ว ต้องทำ พ.ร.บ. ด้วยไหม?

หากทำประกันภัยรถจักรยานยนต์แล้ว ก็ต้องทำ พ.ร.บ. ด้วย เนื่องจากเป็นประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมายเพื่อใช้ในการต่อภาษีรถประจำปี

 

     การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ ไม่ใช่รายจ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัย ประกันภัยที่ดีที่สุดไม่ใช่ประกันที่ราคาแพงที่สุด แต่คือประกันที่ให้ความคุ้มครองตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด หากคุณยังลังเลว่าควรทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้นไหนดี ลองเริ่มต้นจากการประเมินความเสี่ยงและงบประมาณ แล้วเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

     และหากใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถจักรยานยนต์ สามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันภัยรถจักรยานยนต์ กับ TQM ได้ง่ายๆ สนใจกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันภัย หรือหากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

article created at icon27/04/69

328 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2210 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง