ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร คุ้มครองอะไรบ้าง
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon20/02/69

811 ครั้ง

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร คุ้มครองอะไรบ้าง

     การเลือกทำประกันรถยนต์ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน ความคุ้มค่าคือหัวใจสำคัญ หลายคนอาจมองว่าประกันชั้น 1 มีราคาสูงเกินไป ในขณะที่ประกันชั้น 3 ก็ให้ความคุ้มครองน้อยเกินไป ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่อยู่ตรงกลางระหว่างความประหยัดและความสบายใจ วันนี้พี่หมี TQM จะพามาเจาะลึกว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร และ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกความคุ้มครองที่ใช่สำหรับรถคู่ใจของคุณ


Key Takeaway

 

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 มากที่สุด ในราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง
  • จุดเด่นประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือการคุ้มครองกรณีน้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ และอุบัติเหตุแบบ รถชนรถ (มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก)
  • แต่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี (เช่น ถอยชนเสา, หินดีด, ตกหลุม)
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถชำนาญ รถใช้งานน้อย ผู้ที่อยากประหยัดค่าเบี้ยประกัน หรือรถที่มีอายุเกิน 5-15 ปี

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คืออะไร

     ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "2 พลัส" คือประกันรถยนต์ประเภทสมัครใจที่ได้รับการยกระดับความคุ้มครองจากประกันชั้น 2 ปกติ โดยเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) เข้ามา แต่ประกันชั้น 2+ ก็จะมีความแตกต่างกับประกันชั้น 1 เล็กน้อย ในเรื่องของการไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คืออะไร

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร

     การเลือกซื้อประกันรถยนต์ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคนเป็นหลัก มาดูกันว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร มากที่สุด

 

รถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 5 ปี

     โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี มักถูกแนะนำให้ทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ เนื่องจากมูลค่ารถยนต์จะลดลงไปมาก การทำประกันชั้น 1 อาจได้ทุนประกันที่ไม่คุ้มกับเบี้ยที่เสียไป การเลือกใช้ประกันชั้น 2+ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงและยังคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุรถชนรถและภัยธรรมชาติบางประเภทได้

 

คนขับรถระมัดระวัง มีประสบการณ์สูง

     สำหรับผู้ที่ขับขี่อย่างมีสติ มีประสบการณ์ขับรถมายาวนาน และมั่นใจในการควบคุมรถของตัวเอง ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเหมาะสมมาก เพราะช่วยประหยัดค่าเบี้ย แต่ยังให้ความคุ้มครองในเหตุการณ์ที่เกิดจากผู้อื่นขับรถมาชน หรือกรณีที่มีรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมรถ

 

ผู้ที่อยากประหยัดค่าเบี้ยประกัน

     หากคุณรู้สึกว่าเบี้ยประกันชั้น 1 แพงเกินไป แต่ยังต้องการความคุ้มครองมากกว่าประกันชั้น 3 หรือ ประกันชั้น 3+ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใครที่มีงบจำกัด และต้องการบาลานซ์ระหว่าง ความคุ้มครอง กับ ค่าใช้จ่าย

 

รถยนต์ที่จอดในพื้นที่เสี่ยง หรือต้องจอดนอกบ้าน

     หากคุณต้องจอดรถในที่เปลี่ยว ริมถนน หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม การเลือก ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยให้คุณนอนตาหลับ เพราะมีวงเงินคุ้มครองกรณีรถหายที่สูงพอสมควรเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่จ่ายไป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

     ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณควรทำความเข้าใจว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง เพื่อที่จะทราบขอบเขตความเสี่ยงที่ประกันจะรับผิดชอบแทนคุณ โดยทั่วไปจะแบ่งความคุ้มครองออกได้ดังนี้

 

ความคุ้มครองต่อความเสียหายของตัวรถยนต์ (เฉพาะกรณีรถชนรถ)

     นี่คือจุดเด่นที่ทำให้คนเลือก ประกันรถยนต์ชั้น 2+ บริษัทจะจ่ายค่าซ่อมรถให้เราเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับ "ยานพาหนะทางบก" (เช่น รถยนต์, มอเตอร์ไซค์, รถบรรทุก, รถพ่วง) โดยที่เราต้องสามารถระบุคู่กรณีได้

 

ความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม 

     ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความสบายใจสูงมากในเรื่องของเหตุไม่คาดฝัน

 

  • รถหาย/ชิงทรัพย์ : จ่ายค่าสินไหมตามทุนประกันหากรถถูกโจรกรรม
  • ไฟไหม้ : คุ้มครองความเสียหายหากรถเกิดไฟไหม้ ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากตัวรถเองหรือปัจจัยภายนอก
  • น้ำท่วม : ปัจจุบันหลายบริษัทประกันรถชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองน้ำท่วมไว้ในแพ็คเกจ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า

 

ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอก

  • คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของคู่กรณีหรือบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (เช่น ไปชนรั้วบ้าน หรือชนรถคันอื่น)

 

ความคุ้มครองเพิ่มเติม

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ข้อดีและข้อจำกัดของประกันรถยนต์ชั้น 2+

     แม้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะตอบโจทย์ใครหลายคน แต่ลองมาดูรายละเอียดเจาะลึกทั้งข้อดีและข้อจำกัดของประกันประเภทนี้กัน

 

ข้อดีของประกันรถยนต์ชั้น 2+

  • ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 ในราคาครึ่งเดียว : คุณได้รับความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วม รถหาย และ ไฟไหม้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงใหญ่ที่สุดสำหรับคนใช้รถน้อยหรือจอดทิ้งไว้ ในราคาที่ประหยัดกว่าชั้น 1 มาก
  • ซ่อมเราและซ่อมเขา : หากเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ด้วยกัน (รวมถึงมอเตอร์ไซค์) ประกันจะซ่อมให้ทั้งรถคู่กรณีและรถของเราตามทุนประกันที่ระบุไว้
  • รับรถอายุเยอะ : รถอายุประมาณ 5–15 ปี ที่ไม่อยากจ่ายเบี้ยชั้น 1 แพง ๆ ชั้น 2+ คือจุดกึ่งกลางที่ลงตัว
  • ความคุ้มครองบุคคลภายนอก : มีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่ และค่ารักษาพยาบาลให้คนในรถและคู่กรณีตามมาตรฐาน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้ดี

 

ข้อจำกัดของประกันรถยนต์ชั้น 2+

  • ไม่คุ้มครองชนแบบไม่มีคู่กรณี : นี่คือข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของประกันรถยนต์ชั้น 2+ กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ (รวมถึงรถเครื่อง/มอเตอร์ไซค์) เท่านั้น ถ้าถอยชนกระถางต้นไม้, ชนกำแพง, หมาตัดหน้าแล้วหักหลบตกข้างทาง หรือกระจกโดนหินดีด คุณต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด
  • ต้องมีคู่กรณี ณ ที่เกิดเหตุ : หากรถถูกชนแล้วหนี และคุณไม่มีหลักฐาน (เช่น กล้องหน้ารถที่เห็นทะเบียนชัดเจน) หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ประกันอาจปฏิเสธการซ่อมรถให้เรา
  • ทุนประกันมักจะน้อยกว่าประกันชั้น 1 : โดยทั่วไปทุนประกันของประกันชั้น 2+ จะถูกกำหนดไว้เป็นวงเงินคงที่ เช่น 100,000 - 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเบี้ยที่จ่าย) ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมราคารถทั้งหมดหากเป็นรถใหม่ราคาแพง

 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มไหม ถ้าไม่ค่อยใช้รถ

     คำตอบสั้นๆ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มมากและเหมาะที่สุดสำหรับคนใช้รถน้อยครับ แต่มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้

 

  • ประหยัดค่าเบี้ยประกัน : เพราะการใช้รถน้อยลง หมายถึงโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็น้อยลงด้วย ทำให้ประกันชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในแง่การประหยัดค่าเบี้ยประกัน แต่ยังได้รับความคุ้มครองที่สำคัญอยู่ครบถ้วน
  • เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ใช้รถน้อย : ผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานรถเป็นประจำ ส่วนใหญ่มักจะจอดรถไว้ในที่ปลอดภัย เช่น บ้านหรือคอนโด ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเล็กน้อยหรือไม่มีคู่กรณีจึงลดลงมาก ทำให้ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เพียงพอสำหรับความต้องการในการใช้งานจริง

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

คำถามที่พบบ่อย 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เคลมแห้งได้ไหม?

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถเคลมแห้งได้ (การเคลมความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณีชัดเจน) เป็นสิทธิ์เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเคลมได้ต้องเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น

 

รถเก่าทำประกันชั้น 2+ ได้ไหม?

รถเก่าที่อายุ 10-20 ปี สามารถทำประกันชั้น 2+ ได้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน) ซึ่งยืดหยุ่นกว่าประกันชั้น 1 มาก

 

    ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย แต่ยังได้ความคุ้มครองสำคัญๆ ครบถ้วนที่ใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่พี่หมีแนะนำควรเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขความคุ้มครองจากหลายๆ บริษัท และเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง และอย่าลืมดูเงื่อนไขที่สำคัญ เช่น ความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือบริการเสริมต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการทำประกันรถยนต์ชั้น 2+

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ TQM

     และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ สามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM ได้ง่ายๆ รู้ผลไว ได้ราคาประหยัด พร้อมบริการผ่อน 0% ไม่ง้อบัตร สามารถกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันที่ตรงใจคุณ หรือทักแชทหาพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านทาง Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ 

article created at icon20/02/69

811 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2175 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง