รถลาก รถยก รถสไลด์ ต่างกันอย่างไร ใช้กับกรณีไหน ราคาเท่าไหร่
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon14/08/69

4,729 ครั้ง

รถลาก รถยก รถสไลด์ ต่างกันอย่างไร ใช้กับกรณีไหน ราคาเท่าไหร่

    หากรถเกิดอุบัติเหตุ หรือรถเสียจนขับต่อไม่ได้ น้ำมันหมด หรือมี ไฟโชว์ขึ้นเตือนสีแดง จนไม่ควรฝืนขับต่อ การเรียกรถมาช่วยเคลื่อนย้ายไปยังอู่หรือศูนย์บริการเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่ควรเรียก รถสไลด์ รถยก หรือรถลาก แบบไหน เพราะแต่ละประเภทมีวิธีเคลื่อนย้ายรถ ความเหมาะสม และค่าบริการแตกต่างกัน บทความนี้พี่หมี TQM จะพาไปดูว่า รถสไลด์คืออะไร รถยกคืออะไร รถลากคืออะไร ใช้ในกรณีไหน และราคาเท่าไหร่ เพื่อช่วยให้เลือกใช้บริการได้เหมาะกับสถานการณ์กันครับ


Key Takeaway

 

  • รถลาก เหมาะกับรถเสียหรือเสียหายไม่หนัก ล้อ ช่วงล่าง พวงมาลัยและเบรกยังใช้งานได้ เพราะรถยังต้องสัมผัสพื้นถนนขณะถูกลาก
  • รถยก ใช้วิธียกล้อหน้าหรือล้อหลังขึ้นจากพื้น เหมาะกับรถที่ยังสามารถให้ล้ออีกคู่หมุนบนถนนได้ โดยต้องเลือกด้านที่ยกให้เหมาะกับระบบขับเคลื่อน
  • รถสไลด์ นำรถทั้งคันขึ้นกระบะ เหมาะกับรถชนหนัก ล้อหรือช่วงล่างเสีย รถ 4WD/AWD และรถ EV ที่มีข้อกำหนดให้ยกรถทั้งคัน
  • ค่าบริการรถลาก รถยก และรถสไลด์ โดยเริ่มต้นประมาณ 1,000–3,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทระยะทาง สภาพรถ พื้นที่และช่วงเวลาที่เรียกใช้ด้วย
  • ประกันรถยนต์ไม่ได้เคลมค่ารถยก รถลาก หรือรถสไลด์ได้ทุกชั้นและทุกกรณี ต้องเป็นเหตุที่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ โดยชั้น 1 ครอบคลุมกว่าประเภทอื่น ส่วน 2+ และ 3+ อาจเคลมได้เมื่อเกิดเหตุที่เข้าเงื่อนไข
  • รถเสียเองโดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น แบตเตอรี่หมดหรือเครื่องยนต์ขัดข้อง หากประกันรถคุ้มครอง Roadside Assistance อาจเรียกใช้บริการเคลื่อนย้ายรถได้ตามเงื่อนไขของแต่ละแผนประกัน

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


รถลากคือรถแบบไหน

    รถลาก (Wheel-lift) คือ รถที่ใช้เคลื่อนย้ายรถอีกคันที่จอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยใช้วิธีลากจูงด้วยอุปกรณ์ เช่น เชือกลาก สลิง หรืออุปกรณ์ลากจูงที่เหมาะสม โดยรถที่ถูกลากยังคงมีล้อสัมผัสพื้นถนน เหมาะสำหรับรถที่ขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับรถขับเคลื่อน 4 ล้อเพราะอาจทำให้ระบบเกียร์เสียหายได้

 

รถลากเหมาะกับกรณีไหน

    รถลากเหมาะกับรถที่เสียหรือขับต่อไม่ได้ แต่ตัวรถยังไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะระบบล้อ ช่วงล่าง พวงมาลัย และเบรกยังสามารถใช้งานได้ เนื่องจากขณะลาก ล้อของรถที่เสียยังต้องสัมผัสและหมุนไปกับพื้นถนน จึงควรใช้ในกรณีที่รถยังสามารถควบคุมทิศทางระหว่างการเคลื่อนย้ายได้ เช่น

  • รถเครื่องยนต์ขัดข้องหรือสตาร์ทไม่ติด แต่ล้อและช่วงล่างยังปกติ
  • รถเสียหายจากอุบัติเหตุเล็กน้อย และไม่มีความเสียหายที่ล้อ เพลา หรือระบบบังคับเลี้ยว
  • รถสามารถเข้าเกียร์ว่างได้ และล้อสามารถหมุนได้ตามปกติ
  • ระบบพวงมาลัยและเบรกยังใช้งานได้ เพื่อควบคุมรถขณะถูกลาก
  • ต้องการเคลื่อนย้ายในระยะทางไม่ไกล เช่น จากจุดรถเสียไปยังอู่หรือพื้นที่ปลอดภัย

    หากรถชนหนัก ล้อหรือเพลาเสียหาย พวงมาลัยหรือเบรกใช้งานไม่ได้ หรือเป็นรถที่มีข้อจำกัดในการลาก เช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อหรือรถ EV บางรุ่น ควรใช้ รถสไลด์ หรือเลือกวิธีเคลื่อนย้ายตามคู่มือผู้ผลิตแทน เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมกับระบบขับเคลื่อนของรถ

รถยกคือรถแบบไหน

รถยกคือรถแบบไหน

    รถยก คือ รถที่มีอุปกรณ์ยกล้อสำหรับเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่เสียหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยยกล้อคู่หน้าหรือคู่หลังของรถให้พ้นจากพื้นถนน แล้วลากรถไปยังจุดหมาย ขณะที่ล้ออีกคู่ยังคงสัมผัสและหมุนไปกับพื้นถนน

 

รถยกเหมาะกับกรณีไหน

    รถยกเหมาะกับรถที่เสียหรือเกิดอุบัติเหตุไม่รุนแรง และยังสามารถเคลื่อนย้ายโดยให้ล้อบางส่วนสัมผัสพื้นถนนได้ เพราะรถยกจะยกล้อคู่หน้าหรือคู่หลังขึ้นจากพื้น ขณะที่ล้ออีกคู่ยังหมุนไปกับถนนระหว่างการลาก โดยเหมาะกับกรณี เช่น

  • รถเครื่องยนต์เสียหรือสตาร์ทไม่ติด แต่ล้อและช่วงล่างยังอยู่ในสภาพปกติ
  • รถเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย และความเสียหายไม่กระทบล้อหรือเพลาที่ต้องหมุนขณะเคลื่อนย้าย
  • รถขับเคลื่อน 2 ล้อ โดยสามารถยกล้อด้านที่เป็นล้อขับเคลื่อนขึ้นจากพื้นได้อย่างถูกต้อง
  • รถจอดเสียหรือกีดขวางการจราจร และต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่
  • ต้องเคลื่อนย้ายรถไปยังอู่หรือศูนย์บริการ ในกรณีที่สภาพรถยังเหมาะกับการใช้รถยก

    สำหรับ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD/AWD) รถ EV หรือรถที่ล้อและช่วงล่างเสียหายหนัก ไม่ควรเลือกใช้รถยก ควรตรวจสอบคู่มือการใช้งานรถก่อน เพราะการให้ล้อบางส่วนหมุนบนถนนอาจทำให้ระบบขับเคลื่อนเสียหายได้ ในกรณีดังกล่าวการใช้ รถสไลด์ที่ยกรถทั้งคันขึ้นจากพื้น มักเหมาะสมกว่า

รถลาก รถยก รถสไลด์ ต่างกันอย่างไร

รถสไลด์คือรถแบบไหน

    รถสไลด์ คือ รถสำหรับเคลื่อนย้ายรถยนต์โดยนำรถทั้งคันขึ้นไปวางบนกระบะท้ายรถ ซึ่งสามารถปรับระดับหรือสไลด์ลงมาเพื่อดึงรถขึ้นไปบนกระบะ จากนั้นจะยึดรถให้อยู่กับที่ก่อนเคลื่อนย้าย ทำให้ล้อและช่วงล่างของรถที่ถูกขนย้ายไม่ต้องสัมผัสพื้นถนนตลอดเส้นทาง

 

รถสไลด์เหมาะกับกรณีไหน

    รถสไลด์เหมาะกับรถที่ไม่สามารถขับหรือเคลื่อนย้ายด้วยการลากได้ตามปกติ เพราะสามารถนำรถทั้งคันขึ้นไปอยู่บนกระบะ ทำให้ล้อรถไม่ต้องสัมผัสพื้นถนนระหว่างการขนย้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะเสียหายเพิ่มเติม โดยเหมาะกับกรณี เช่น

  • รถเกิดอุบัติเหตุหนัก จนไม่สามารถขับต่อได้
  • ล้อ ยาง เพลา หรือช่วงล่างเสียหาย ทำให้รถไม่สามารถลากได้ตามปกติ
  • เครื่องยนต์หรือระบบขับเคลื่อนมีปัญหา และไม่ควรฝืนขับต่อ
  • รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD/AWD) ที่มีข้อจำกัดในการลากโดยให้ล้อหมุนบนพื้น
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะรุ่นที่ผู้ผลิตกำหนดให้ขนย้ายโดยยกรถทั้งคัน
  • รถเข้าเกียร์ว่างไม่ได้หรือล้อล็อก ซึ่งอาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการนำรถขึ้นรถสไลด์
  • ต้องเคลื่อนย้ายรถระยะไกล และต้องการลดการหมุนหรือการสึกหรอของล้อและระบบขับเคลื่อนระหว่างทาง

    สำหรับรถ EV รถ 4WD/AWD หรือรถที่ล้อล็อก ควรแจ้ง รุ่นรถและอาการของรถ ให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมรถสไลด์และอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายให้เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น

 

เทียบ รถลาก รถยก รถสไลด์ ราคาเท่าไหร่

    ค่าบริการรถลาก รถยก และรถสไลด์ เริ่มต้นประมาณ 1,000–3,000 บาท แต่ราคาไม่ได้กำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับระยะทาง ประเภทรถ สภาพรถ จุดเกิดเหตุ และช่วงเวลาที่เรียกใช้บริการ โดยสามารถประเมินราคาเบื้องต้นได้ดังนี้

ประเภทบริการ ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ ลักษณะการคิดราคา
รถลาก ประมาณ 1,000 บาท ราคาเริ่มต้น + ค่าระยะทางเพิ่มเติม
รถยก ประมาณ 1,000–2,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถและระยะทาง
รถสไลด์ ประมาณ 1,500–3,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดรถ สภาพรถและระยะทาง

    หากต้องเคลื่อนย้ายรถเป็นระยะทางไกล ผู้ให้บริการอาจ คิดค่าบริการเพิ่มเป็นรายกิโลเมตร รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีเรียกใช้บริการช่วงกลางคืน รถอยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก หรือต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการเคลื่อนย้าย ดังนั้นควรสอบถาม ราคาเหมาจ่ายหรือราคาต่อกิโลเมตร รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก่อนตกลงใช้บริการ

 

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นเพียงราคาโดยประมาณของผู้ให้บริการทั่วไป ไม่ใช่อัตรากลางตายตัว ควรสอบถามราคาจากผู้ให้บริการในพื้นที่อีกครั้งก่อนเรียกใช้บริการ

 

สรุป รถลาก รถยก รถสไลด์ ต่างกันอย่างไร

    จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมด ความแตกต่างของรถสไลด์ รถยก และรถลาก อยู่ที่วิธีการเคลื่อนย้ายรถ โดย รถลาก จะใช้รถอีกคันลากจูงรถที่เสียด้วยเชือก สลิง หรืออุปกรณ์ลากจูง ส่วน รถยก จะยกล้อรถบางส่วนขึ้นจากพื้น แล้วลากรถไปยังปลายทาง ขณะที่ รถสไลด์ จะนำรถทั้งคันขึ้นไปอยู่บนกระบะท้ายรถขนย้าย ส่วนค่าบริการไม่ได้มีราคาเดียวตายตัว ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ระยะทางจากจุดรับรถถึงปลายทาง ขนาดและน้ำหนักของรถ สภาพความเสียหายของรถ สถานที่เกิดเหตุ ช่วงเวลาที่เรียกใช้บริการ ดังนั้น หากต้องการโทรเรียกใช้บริการรถฉุกเฉิน ควรพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับรถของคุณ และสอบถามเรื่องราคาก่อนตกลงใช้บริการรถช่วยเหลือ ทั้งนี้สามารถสรุปเป็นตารางให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

ประเภทรถ วิธีใช้ในการเคลื่อนย้ายรถ สถานการณ์ที่ใช้ ค่าบริการโดยประมาณ
รถลาก ใช้ลากจูงรถที่เสียหรือเกิดเหตุ รถเสียหายไม่หนัก ระบบล้อและพวงมาลัยยังใช้งานได้ เริ่มประมาณ 1,000 บาท
รถยก ใช้ยก 2 ล้อของรถที่เสียให้พ้นพื้นแล้วลาก รถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุที่ขับเคลื่อน 2 ล้อและยังสามารถลากเคลื่อนย้ายได้ เริ่มประมาณ 1,000–3,000 บาท
รถสไลด์ ใช้นำรถทั้งคันขึ้นกระบะหลัง รถชนหนัก รถเสีย รถขับเคลื่อน 4 ล้อ รถ EV หรือรถที่ไม่ควรให้ล้อหมุน เริ่มประมาณ 1,000–3,000 บาท

ประกันรถยนต์ เคลมค่ารถยก รถลาก หรือรถสไลด์ได้ไหม

    ประกันรถยนต์สามารถเคลมค่ารถยก รถลาก หรือรถสไลด์ได้ในบางกรณี ไม่ใช่ประกันทุกชั้นและทุกเหตุการณ์ โดยต้องเป็นการเคลื่อนย้ายรถเนื่องจากอุบัติเหตุที่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ และพิจารณาตามเงื่อนไขของบริษัทประกันแต่ละแห่ง โดย ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันได้ครอบคลุมที่สุด จึงสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายรถจากอุบัติเหตุที่เข้าเงื่อนไขได้ ส่วน ประกันชั้น 2+ และ 3+ อาจเคลมค่าเคลื่อนย้ายได้ในกรณีรถชนรถและเป็นเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง ขณะที่ ประกันชั้น 2 และชั้น 3 ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันจากการชน

ประเภทประกันรถยนต์ ค่ารถยก/รถลาก/รถสไลด์จากอุบัติเหตุ
ประกันชั้น 1 เคลมได้ เมื่อเกิดจากเหตุที่กรมธรรม์คุ้มครอง
ประกันชั้น 2+ อาจเคลมได้ เมื่อเป็นเหตุชนกับยานพาหนะทางบกและเข้าเงื่อนไข
ประกันชั้น 3+ อาจเคลมได้ เมื่อเป็นเหตุชนกับยานพาหนะทางบกและเข้าเงื่อนไข
ประกันชั้น 2 โดยทั่วไปไม่คุ้มครองค่าขนย้ายจากความเสียหายต่อตัวรถจากการชน
ประกันชั้น 3 โดยทั่วไปไม่คุ้มครองค่าขนย้ายจากความเสียหายต่อตัวรถจากการชน

    สำหรับกรณี รถเสียเองโดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น แบตเตอรี่หมด เครื่องยนต์ขัดข้อง หรือสตาร์ทไม่ติด จะไม่สามารถเคลมเป็นค่าสินไหมจากอุบัติเหตุได้ แต่หากแผนประกันมี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) อาจสามารถเรียกใช้บริการรถยก รถลาก หรือรถสไลด์ได้ตามจำนวนครั้ง ระยะทาง และเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้น หากเกิดเหตุจนรถขับต่อไม่ได้ ควรติดต่อบริษัทประกันก่อนเรียกรถยก รถลาก หรือรถสไลด์เอง เพื่อให้บริษัทตรวจสอบว่าเหตุการณ์อยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินและเงื่อนไขค่าเคลื่อนย้ายรถของกรมธรรม์แต่ละฉบับ

 

    การเลือกใช้รถลาก รถยก หรือรถสไลด์ไม่ยากกว่าที่คิด ยามเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนน ไม่ว่าจะรถชน รถเสีย สิ่งสำคัญคือการมีสติและโทรหาบริษัทประกันเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สำหรับใครที่ประกันรถยนต์ใกล้หมด หรือขาดต่อ ต้องการทำแผนประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมไปจนถึงความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการใช้รถยก หรือ การเคลื่อนย้ายรถแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์พร้อมความคุ้มครองจากบริษัทชั้นนำ ที่ TQM คัดมาให้แล้วที่นี่ หรือต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ หรือลงทะเบียนด้านล่างเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุดครับ

 

 

article created at icon14/08/69

4,729 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2270 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง