เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
รายละเอียดที่อยู่อาศัย
เลือกประเภทที่อยู่อาศัย *
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
คอนโด
ตึกแถว
โครงสร้างบ้าน *
จำนวนชั้น *
ลักษณะการใช้งานบ้าน *
ตำแหน่งบ้านของคุณ *


หลายคนที่มี ประกันบ้าน อยู่แล้ว อาจคิดว่าความคุ้มครองที่ทำไว้จะครอบคลุมทุกสถานการณ์ แต่ความจริงคือ ถ้าคุณมีการ ต่อเติมบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างห้องเพิ่ม ทำครัวใหม่ หรือขยายพื้นที่ใช้งาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อเงื่อนไขในกรมธรรม์โดยตรง เพราะมูลค่าทรัพย์สินและความเสี่ยงได้เปลี่ยนไป วันนี้พี่หมี TQM จะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบละเอียด ว่าเพราะอะไรเราจึงควรแจ้งบริษัทประกันหลังต่อเติมบ้าน และต้องทำอย่างไรเพื่อให้ความคุ้มครองยังเต็มที่
แม้การต่อเติมบ้านจะเป็นเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความสวยงาม แต่ในมุมของบริษัทประกัน การต่อเติมถือเป็น “การเปลี่ยนแปลงความเสี่ยง” เพราะส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินและความปลอดภัย
ทุกครั้งที่คุณเพิ่มพื้นที่ เช่น สร้างห้องนอนใหม่ ต่อโรงจอดรถ หรือปรับปรุงห้องครัว มูลค่ารวมของบ้านจะสูงขึ้น
ถ้ากรมธรรม์ ประกันบ้าน ของคุณยังใช้ทุนประกันเดิม เช่น ก่อนต่อเติมบ้านมูลค่า 2 ล้านบาท แต่หลังต่อเติมมูลค่าขึ้นเป็น 3 ล้านบาท หากเกิดความเสียหาย บริษัทประกันจะจ่ายตามทุนประกันเดิม ไม่เพียงพอที่จะซ่อมแซมทั้งหมด
ตัวอย่าง: บ้านมูลค่า 3 ล้านบาท ไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แต่ทุนประกันในกรมธรรม์เดิมคือ 2 ล้านบาท คุณจะต้องออกเงินส่วนต่างเองถึง 1 ล้านบาท
การต่อเติมบางแบบอาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น ต่อเติมครัวไทยที่มีการใช้เตาแก๊สและน้ำมันมากขึ้น ทำให้เสี่ยงไฟไหม้
ใช้วัสดุติดไฟง่าย เช่น ไม้เก่า พลาสติก หรือโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
ต่อเติมเพิ่มพื้นที่ให้ติดกับบ้านเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงการลุกลามหากเกิดไฟไหม้
คำตอบสั้น ๆ คือ ต้องแจ้ง และควรทำทันทีหลังเสร็จงานต่อเติม
ปรับทุนประกันให้เพียงพอ
ถ้าบ้านมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแต่ทุนประกันยังเท่าเดิม จะทำให้เกิดภาวะ Underinsurance (ทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สิน) ซึ่งจะทำให้ได้เงินชดเชยน้อยลง
ป้องกันการปฏิเสธเคลม
ถ้าเกิดเหตุและบริษัทตรวจพบว่ามีการต่อเติมที่ไม่ได้แจ้ง อาจถือว่าคุณปกปิดข้อมูลสำคัญ ทำให้ปฏิเสธจ่ายค่าสินไหม
เพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมพื้นที่ใหม่
ส่วนที่เพิ่งต่อเติมอาจไม่ถูกรวมอยู่ในขอบเขตกรมธรรม์เดิม

การไม่แจ้งอัปเดตกรมธรรม์หลังต่อเติมบ้านอาจทำให้คุณเสียสิทธิ์หลายอย่าง
ถ้าทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าบ้านจริง บริษัทจะใช้สูตรการเฉลี่ยชดเชย (Average Clause) ทำให้ได้ค่าสินไหมน้อยลง แม้ความเสียหายจะเกิดขึ้นเพียงบางส่วน
เช่น บ้านมูลค่า 3 ล้าน ทำประกันไว้ 2 ล้าน เกิดไฟไหม้เสียหาย 1 ล้าน บริษัทจะจ่ายเพียง (ทุนประกัน ÷ มูลค่าบ้านจริง) × มูลค่าความเสียหาย = (2,000,000 ÷ 3,000,000) × 1,000,000 = 666,666 บาท
ถ้าส่วนที่ต่อเติมเป็นต้นเหตุของความเสียหาย และไม่ได้อยู่ในกรมธรรม์เดิม บริษัทประกันอาจไม่รับผิดชอบ
การแจ้งบริษัทประกันไม่ยุ่งยาก แต่ควรเตรียมข้อมูลให้ครบ
ใช้ผู้ประเมินจากบริษัทประกัน หรือจ้างผู้ประเมินอิสระ
ควรประเมินทั้งมูลค่าก่อสร้างและมูลค่าวัสดุอุปกรณ์
แบบแปลนหรือ Drawing ที่ใช้ต่อเติม
ภาพถ่ายก่อน–หลังต่อเติม
ใบเสร็จค่าใช้จ่าย
แจ้งรายละเอียดการต่อเติมและขอปรับทุนประกัน
บริษัทอาจปรับเบี้ยประกันเพิ่มหรือลดตามความเสี่ยง
ต่อเติมที่มีมาตรฐาน เช่น ต่อเติมห้องโดยใช้โครงสร้างแข็งแรง
วัสดุที่ทนไฟ เช่น คอนกรีต เหล็ก
ใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย
ต่อเติมเพิ่มพื้นที่ครัวไทย
ต่อเติมโดยไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง
ปรึกษาบริษัทประกันก่อนเริ่มต่อเติม
เก็บหลักฐานการก่อสร้าง
ตรวจสอบทุนประกันเป็นประจำ

โดยทั่วไปถ้าเป็นการต่อเติมเล็กน้อยที่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น เปลี่ยนกระเบื้องพื้น, ทาสีใหม่, ทำกันสาดหน้าบ้าน บริษัทประกันบ้านอาจไม่จำเป็นต้องปรับทุนประกัน แต่เพื่อความชัดเจนควรโทรแจ้งหรือส่งข้อมูลให้บริษัทประกันตรวจสอบ เผื่อมีการบันทึกไว้ในประวัติกรมธรรม์
ปัญหาหลักคือ ทุนประกันบ้านอาจไม่พอ และเสี่ยง ถูกปฏิเสธการเคลม โดยเฉพาะถ้าส่วนที่ต่อเติมเป็นสาเหตุความเสียหายหรือไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่กรมธรรม์เดิมคุ้มครอง
แบบแปลนหรือภาพถ่ายพื้นที่ที่ต่อเติม
ใบเสร็จหรือสัญญาจ้างก่อสร้าง
รายละเอียดวัสดุที่ใช้ (ถ้ามี)
ข้อมูลมูลค่าทรัพย์สินใหม่หลังการต่อเติม
ต้องแจ้งเช่นกัน แม้จะไม่ได้จ้างช่างหรือผู้รับเหมา เพราะสิ่งที่สำคัญคือ “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและมูลค่าทรัพย์สิน” ไม่ใช่วิธีการก่อสร้าง
สามารถทำได้ โดยแจ้งบริษัทประกันให้ปรับทุนประกันลง เพื่อให้ค่าเบี้ยลดลงด้วย แต่ควรพิจารณาให้ทุนประกันไม่ต่ำเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อการได้รับเงินชดเชยไม่เพียงพอ
ส่วนใหญ่ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างหรือปรับปรุง เว้นแต่คุณทำประกันประเภท “ประกันภัยการก่อสร้าง (Contractor’s All Risks)” เพิ่มต่างหาก
ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทประกัน บางแห่งอาจขอส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพเพื่อประเมินมูลค่าทุนประกันใหม่ และดูความเสี่ยงเพิ่มเติมก่อนปรับกรมธรรม์
ต้องแจ้ง เพราะการเปลี่ยนการใช้งานบ้านจากอยู่อาศัยเป็นบางส่วนสำหรับธุรกิจ อาจเปลี่ยนระดับความเสี่ยง (เช่น มีคนเข้าออกมากขึ้น หรือมีอุปกรณ์สำนักงานไฟฟ้าหนักขึ้น) ทำให้บริษัทประกันต้องประเมินใหม่
ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น, ประเภทวัสดุ, และความเสี่ยงใหม่ที่เกิดขึ้น บางครั้งค่าเบี้ยเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่แลกกับการคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น
ถ้าการต่อเติมผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง อาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธคุ้มครองได้ แนะนำให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อลดความเสี่ยง
การต่อเติมบ้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ควรให้ความสำคัญกับการแจ้งบริษัทประกันทุกครั้ง เพื่อให้ ประกันบ้าน ของคุณครอบคลุมทั้งบ้านเดิมและพื้นที่ใหม่ ลดความเสี่ยงการเคลมไม่ได้หรือได้เงินไม่เต็มจำนวน และถ้าอยากมั่นใจว่าทุนประกันเหมาะสมกับบ้านของคุณหรือไม่ สามารถ เช็กเบี้ยประกันบ้าน กับ TQM ผ่านเว็บไซต์ หรือปรึกษาได้ฟรีกับ TQM โทร 1737 ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ
538 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2204 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
รายละเอียดที่อยู่อาศัย
เลือกประเภทที่อยู่อาศัย *
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
คอนโด
ตึกแถว
โครงสร้างบ้าน *
จำนวนชั้น *
ลักษณะการใช้งานบ้าน *
ตำแหน่งบ้านของคุณ *
