เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


หากใครกำลังมีแพลนเดินทาง ไม่ว่าจะบินเที่ยวในประเทศหรือไปต่างประเทศ หนึ่งเรื่องที่หลายคนกังวลก็คือ “เอารถไปจอดที่ไหนดี?” อาจต้องเช็คค่าที่จอดรถและอาคารจอดสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมือง ที่เราจะต้องไปขึ้นำไฟลท์บิน ซึ่งมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน วันนี้พี่หมี TQM เลยรวบรวมข้อมูล “ที่จอดรถสนามบินดอนเมือง 2569” แบบอัปเดตล่าสุด ทั้งจอดตรงไหนได้บ้าง ค่าจอดเท่าไหร่ รวมถึงจอดค้างคืนคิดยังไง ให้คุณวางแผนได้ง่ายขึ้นก่อนออกเดินทาง
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ปัจจุบันที่จอดรถของสนามบินดอนเมืองไม่ได้มีเพียงลานเดียว แต่แบ่งเป็นหลายรูปแบบเพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมการใช้งานต่างกัน ทั้งคนที่มาส่งหรือมารับผู้โดยสารแบบไม่กี่ชั่วโมง คนที่ต้องการจอดรถค้างคืน รวมถึงคนที่ต้องการความสะดวกเป็นพิเศษแบบมีพนักงานรับรถไปจอดให้ โดยโครงสร้างหลักที่ผู้ใช้รถควรรู้มีทั้งอาคารจอดรถของสนามบิน และบริการรับฝากจอดรถแบบ Valet Parking
อาคารจอดรถอาคาร 1 เป็นจุดที่หลายคนคุ้นที่สุด เพราะอยู่ในโซนที่เข้าถึงอาคารผู้โดยสารได้สะดวก เหมาะกับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว ไม่อยากเสียเวลาเดินไกล หรือมีสัมภาระจำนวนมาก โดยข้อมูลของท่าอากาศยานดอนเมืองระบุว่าอาคารจอดรถชั้นใต้ดินของอาคาร 1 รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 581 คัน ซึ่งถือเป็นจุดจอดที่ใกล้และใช้งานสะดวก แต่ก็เป็นจุดที่มีโอกาสเต็มเร็วในช่วงเวลาเร่งด่วน ช่วงเช้า วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือเทศกาลเดินทางยาว ๆ เช่น ปีใหม่และสงกรานต์
จุดเด่นของอาคาร 1 คือความสะดวกในการเดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร เหมาะกับผู้โดยสารที่ต้องการจอดระยะสั้น จอดเพื่อเดินทาง 1 วัน หรือจอดค้างคืนแต่ให้ความสำคัญกับระยะทางจากรถไปถึงเคาน์เตอร์เช็กอินมากกว่าความประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะแม้ราคาจะไม่ได้ต่างจากอาคารอื่นมากนัก แต่ในเชิงประสบการณ์ใช้งานจริง อาคารที่ใกล้กว่าย่อมช่วยลดเวลาและความเหนื่อยได้พอสมควร
อาคารจอดรถอาคาร 2 เป็นอาคารจอดรถขนาดใหญ่แบบหลายชั้น ซึ่งท่าอากาศยานดอนเมืองระบุว่าสามารถรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 1,521 คัน ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของผู้ใช้สนามบินดอนเมือง โดยเฉพาะในวันที่คนเดินทางหนาแน่น หากอาคาร 1 เต็ม ผู้ใช้รถส่วนใหญ่มักขยับมาจอดที่อาคาร 2 แทน
ข้อดีของอาคาร 2 คือจำนวนช่องจอดมากกว่า จึงมีโอกาสหาที่จอดได้สูงกว่าในหลายช่วงเวลา อีกทั้งอัตราค่าจอดรถของอาคาร 2 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับอาคารจอดรถภายในประเทศหลังเดิม ซึ่งมีโครงสร้างราคาเหมาะกับผู้ที่จอดหลายชั่วโมงหรือค้างคืน เพราะเมื่อถึงช่วงเหมาจ่ายรายวัน ค่าใช้จ่ายจะเท่ากับ 250 บาทต่อ 24 ชั่วโมงตามอัตราที่ AOT เผยแพร่ไว้
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรเผื่อเวลาเพิ่มเล็กน้อยหากต้องจอดชั้นบน ๆ หรือในวันที่ปริมาณรถมาก เพราะแม้จะรองรับรถได้มากกว่า แต่ก็อาจต้องใช้เวลาวนหาที่จอดและเดินลงมายังอาคารผู้โดยสารมากกว่าการจอดใกล้ชิดแบบอาคาร 1

อีกจุดที่ยังเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้สนามบินดอนเมืองคืออาคารจอดรถภายในประเทศหลังเดิม ซึ่งจากข้อมูลสนามบินรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 470 คัน และใช้อัตราค่าจอดรถแบบเดียวกับอาคาร 2
จุดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเลือกเพิ่มเติมเมื่ออาคารหลักใกล้ผู้โดยสารเริ่มเต็ม หรือผู้ที่คุ้นเคยกับพื้นที่เดิมของสนามบินดอนเมืองอยู่แล้ว ในทางปฏิบัติ อาคารนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของทุกคน แต่ถือว่ามีประโยชน์มากในช่วงที่ความต้องการใช้ที่จอดรถสูง เพราะช่วยกระจายปริมาณรถไม่ให้กระจุกอยู่แค่อาคาร 1 และอาคาร 2 เท่านั้น
นอกจากที่จอดรถแบบขับขึ้นไปจอดเองแล้ว สนามบินดอนเมืองยังมีบริการรับฝากจอดรถแบบ Valet Parking สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถขับรถไปยังจุดรับรถ แล้วให้พนักงานนำรถไปจอดให้ ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้โดยสารที่มีสัมภาระเยอะ เดินทางกับครอบครัว มีเด็กเล็ก หรือมีเวลาจำกัดก่อนขึ้นเครื่อง
อีกประเด็นที่ควรรู้คือพื้นที่ให้บริการ Valet Parking ในอาคาร 1 ฝั่งผู้โดยสารระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงจุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2568 ตามประกาศผ่านช่องทางของผู้ให้บริการ ทำให้ผู้ใช้ควรตรวจสอบจุดรับรถล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะคนที่เคยใช้บริการมาก่อนแล้วอาจคุ้นกับตำแหน่งเดิม
ประเด็นที่คนค้นหามากที่สุดคือเรื่อง “ค่าจอดรถสนามบินดอนเมือง” โดยข้อมูลอัตราค่าบริการที่ AOT เผยแพร่บนหน้าข้อมูลจุดให้บริการจอดรถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ยังแสดงโครงสร้างราคาเดียวกับที่ถูกใช้อ้างอิงต่อเนื่องในปี 2569 จากหลายสื่อและช่องทางอัปเดตข้อมูลการเดินทาง
อาคารจอดรถอาคาร 1 ใช้อัตราค่าจอดรถดังนี้ 1 ชั่วโมง 25 บาท, 2 ชั่วโมง 50 บาท, 3 ชั่วโมง 80 บาท, 4 ชั่วโมง 110 บาท, 5 ชั่วโมง 145 บาท, 6 ชั่วโมง 180 บาท และตั้งแต่ 7-24 ชั่วโมง คิด 250 บาท
โครงสร้างราคานี้สะท้อนว่าอาคาร 1 เหมาะกับคนที่ต้องการจอดระยะสั้นเป็นหลัก เพราะราคาจะขยับตามจำนวนชั่วโมงอย่างค่อนข้างต่อเนื่อง ก่อนจะไปถึงจุดเหมาจ่ายที่ 250 บาทเมื่อจอดเกิน 7 ชั่วโมงขึ้นไป นั่นหมายความว่าถ้าคุณแค่ขับมาส่งหรือมารับคนภายในไม่กี่ชั่วโมง อาคาร 1 ยังเป็นตัวเลือกที่สะดวก แต่ถ้ารู้ตัวว่าจะต้องจอดยาวถึงครึ่งวันหรือค้างคืน คุณควรเข้าใจตั้งแต่แรกว่าค่าใช้จ่ายจะขยับไปถึงเพดานรายวันที่ 250 บาท
สำหรับอาคาร 2 และอาคารจอดรถภายในประเทศหลังเดิม AOT ระบุอัตราไว้ที่ 3 ชั่วโมง 20 บาท, 4 ชั่วโมง 40 บาท, 5 ชั่วโมง 60 บาท, 6 ชั่วโมง 80 บาท, 7 ชั่วโมง 100 บาท และ 8-24 ชั่วโมง 250 บาท
หากดูให้ละเอียดจะเห็นว่าอัตราในช่วงแรกของอาคาร 2 และอาคารหลังเดิมต่างจากอาคาร 1 พอสมควร กล่าวคือเหมาะกับผู้ที่จอดเกิน 3 ชั่วโมงแต่ยังไม่ถึงระดับค้างคืน เพราะราคาเริ่มต้นต่ำกว่า แต่เมื่อระยะเวลาจอดยาวขึ้นจนแตะช่วงเหมาจ่ายรายวัน สุดท้ายก็จะอยู่ที่ 250 บาทเท่ากัน ดังนั้น ถ้าถามในมุมของ “จอดค้างคืนวันละเท่าไหร่” คำตอบของอาคาร 1, อาคาร 2 และอาคารหลังเดิมก็คือประมาณ 250 บาทต่อวันตามโครงสร้างที่ประกาศไว้
สำหรับบริการรับฝากจอดรถแบบ Valet Parking ค่าบริการที่เผยแพร่ในปี 2569 ระบุว่า จอด 0-4 ชั่วโมง 150 บาท, 4-7 ชั่วโมง 200 บาท, 7-24 ชั่วโมง 350 บาท และหากเกิน 24 ชั่วโมง วันถัดไปคิดเพิ่มวันละ 250 บาท
จุดที่ควรเข้าใจคือค่าบริการ Valet Parking ไม่ได้หมายถึงค่าเช่าพื้นที่จอดอย่างเดียว แต่รวมความสะดวกของบริการรับรถและส่งรถให้ด้วย จึงมีราคาเริ่มต้นสูงกว่าการขับรถขึ้นอาคารเองพอสมควร เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความสะดวกมากกว่าการควบคุมงบค่าใช้จ่าย

คำว่า “จอดค้างคืน” อาจฟังดูเหมือนหมายถึงแค่จอดข้ามวัน แต่ในการคิดค่าบริการจริง สิ่งสำคัญกว่าคือจำนวนชั่วโมงที่รถอยู่ในพื้นที่จอดรถ เพราะแต่ละอาคารมีช่วงเหมาจ่ายรายวันกำหนดไว้ชัดเจน โดยอาคาร 1 จะเริ่มเหมาจ่ายที่ช่วง 7-24 ชั่วโมง ส่วนอาคาร 2 และอาคารหลังเดิมจะเริ่มที่ช่วง 8-24 ชั่วโมง ทั้งหมดอยู่ที่ 250 บาทต่อวันตามประกาศ AOT
ในทางใช้งานจริง ถ้าคุณนำรถไปจอดช่วงเช้าและกลับมารับช่วงค่ำของวันเดียวกัน อาจยังอยู่ในเรตรายชั่วโมง แต่ถ้าคุณนำรถไปจอดเพื่อขึ้นเครื่องแล้วกลับมารับรถในวันถัดไป ไม่ว่าจะเป็น 12 ชั่วโมง 18 ชั่วโมง หรือใกล้ครบ 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ก็จะเข้าช่วงเหมาจ่ายรายวันแล้ว จึงควรคิดงบแบบรายวันไว้เลยมากกว่าการนับทีละชั่วโมง
ส่วนกรณี Valet Parking แม้วันแรกจะคิดสูงกว่า คือ 350 บาทสำหรับช่วง 7-24 ชั่วโมง แต่ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงไปแล้ว วันถัดไปจะคิดวันละ 250 บาท
ถ้าดูจากราคาอย่างเดียว การจอดหลายวันในอาคาร 1, อาคาร 2 หรืออาคารจอดรถหลังเดิม เมื่อเข้าเรตรายวันแล้วจะอยู่ที่ 250 บาทต่อวันใกล้เคียงกันตามโครงสร้างของ AOT จึงไม่ได้ต่างกันมากในมุมค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจจริง ๆ คือความสะดวกในการเข้าถึงอาคารผู้โดยสาร โอกาสหาที่จอดได้ง่าย และลักษณะการเดินทางของคุณ
ถ้าคุณเดินทางพร้อมผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือสัมภาระจำนวนมาก อาคารที่อยู่ใกล้ผู้โดยสารย่อมสะดวกกว่า แม้ราคาไม่ถูกกว่าอาคารอื่น แต่ช่วยประหยัดแรงและเวลาได้มาก แต่ถ้าคุณเดินทางคนเดียว สัมภาระไม่เยอะ และยอมเดินเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้หาที่จอดง่ายขึ้น อาคาร 2 หรืออาคารหลังเดิมอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า
ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีไฟลต์เช้ามาก ต้องรีบ หรือไม่ต้องการเสี่ยงกับปัญหาที่จอดเต็ม บริการ Valet Parking ก็เหมาะกว่า แม้จะแพงขึ้น แต่ช่วยลดความเครียดในวันที่ต้องแข่งกับเวลาได้ดี

ในปี 2569 สนามบินดอนเมืองไม่ได้เปิดให้จอดรถฟรีแบบถาวรตลอดปี แต่ยังมีการเปิดจอดฟรีเป็นกรณีพิเศษในบางช่วงเทศกาล เช่น ช่วงปีใหม่ โดยท่าอากาศยานดอนเมืองเคยประกาศให้จอดรถฟรี 250 คัน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะช่วงวันหยุดยาว ไม่ใช่สิทธิ์ที่มีตลอดเวลา
ดังนั้น หากผู้ใช้ค้นหาว่า “จอดรถสนามบินดอนเมืองฟรีไหม” คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ มีเป็นครั้งคราวเฉพาะบางเทศกาลและต้องติดตามประกาศจากสนามบินหรือ AOT เป็นรอบ ๆ ไป ไม่ควรยึดว่ามีฟรีทุกครั้งที่เดินทาง เพราะรายละเอียดอาจต่างกันทั้งจำนวนรถ ระยะเวลา และพื้นที่ที่เปิดให้ใช้บริการฟรี
ช่วงที่ที่จอดรถเต็มบ่อยที่สุดคือช่วงเช้า (ประมาณ 06.00–09.00 น.) และช่วงเย็นของวันศุกร์–อาทิตย์ รวมถึงเทศกาลวันหยุดยาว เช่น ปีใหม่หรือสงกรานต์ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อหาที่จอด
ปัจจุบันที่จอดรถสนามบินดอนเมืองยังไม่เปิดให้จองล่วงหน้าแบบทั่วไป ผู้ใช้ต้องขับรถเข้าไปหาที่จอดตามโซนที่มีว่างในขณะนั้น ยกเว้นบริการบางประเภท เช่น Valet Parking ที่อาจมีการจองผ่านผู้ให้บริการ
สำหรับอาคารจอดรถ 1 และ 2 สามารถเดินเชื่อมเข้าอาคารผู้โดยสารได้เลย แต่หากจอดในโซนที่อยู่ไกล เช่น ลานจอดด้านหลัง อาจต้องใช้เวลาเดินเพิ่ม หรือใช้บริการรถรับ-ส่งของสนามบิน
การนำรถไปจอดที่สนามบินช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นก็จริง แต่ก็หมายความว่ารถของคุณต้องจอดทิ้งไว้หลายชั่วโมงหรือหลายวัน ซึ่งอาจมีความเสี่ยง เช่น รถถูกเฉี่ยวชน หรือเกิดความเสียหายโดยไม่คาดคิดได้ ดังนั้น นอกจากการวางแผนเลือกที่จอดและค่าใช้จ่ายแล้ว การมีประกันรถยนต์ที่คุ้มครองเหมาะสมก็จะช่วยให้คุณสบายใจมากขึ้นเมื่อต้องทิ้งรถไว้ และขณะเดียวกัน การเดินทางเองก็มีความเสี่ยง เช่น เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย หรือเจ็บป่วยระหว่างทริป การทำประกันเดินทางจึงเป็นอีกตัวช่วยที่ช่วยดูแลคุณได้ตลอดการเดินทาง ก่อนออกทริป ลอง เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ และ เช็คเบี้ยประกันเดินทาง กับ TQM เพื่อให้คุณมั่นใจได้ทั้งรถและตัวคุณเองตลอดทริป
70,425 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
