ฝนตกหนัก น้ำเข้ารถ ทำความสะอาดอย่างไร ไม่ให้เกิดเชื้อรา
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon25/06/69

5,524 ครั้ง

ฝนตกหนัก น้ำเข้ารถ ทำความสะอาดอย่างไร ไม่ให้เกิดเชื้อรา

     ช่วงหน้าฝน หลายพื้นที่อาจเจอฝนตกหนัก น้ำรอระบาย น้ำท่วมขัง หรือขับรถผ่านถนนที่มีน้ำสูงโดยไม่ทันระวัง ปัญหาที่ตามมาคือ น้ำเข้ารถยนต์ ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียหายแค่เรื่องความเปียกชื้นเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อรา คราบสกปรก สนิม รวมถึงความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในรถได้ วันนี้พี่หมี TQM จะแนะนำวิธีจัดการแก้ไขปัญหา น้ำเข้ารถยนต์ อย่างถูกวิธี เพื่อคืนความสะอาดให้ห้องโดยสารรถของคุณ


Key Takeaway

 

  • น้ำเข้ารถยนต์เกิดได้จากหลายปัจจัยทั้งการขับรถลุยน้ำท่วม, ยางขอบประตูเสื่อมสภาพ, รูระบายน้ำ (บริเวณซันรูฟ หรือใต้กระจก) อุดตัน, หรือซีลกระจกชำรุด ซึ่งเป็นจุดที่ต้องหมั่นตรวจสอบ
  • หัวใจสำคัญของการแก้ไขไม่ใช่แค่การเช็ดให้แห้ง แต่คือการนำพรมออกมาตากแดด เปิดช่องระบายอากาศ และใช้พัดลมเป่าจนแห้งสนิท เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ
  • หากน้ำท่วมถึงระดับใต้เบาะหรือคอนโซล ห้ามปรับเบาะไฟฟ้าหรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทันที ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อป้องกันการลัดวงจร
  • สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคืออย่าปิดรถทิ้งไว้ขณะยังมีความชื้น อย่าใช้น้ำหอมกลบกลิ่นอับ (เพราะต้นเหตุคือความชื้น) และไม่ควรเปิดแอร์หวังไล่ความชื้นทันทีเพราะจะทำให้ตู้แอร์มีกลิ่นอับสะสม
  • ควรหมั่นตรวจสอบสภาพยางขอบประตู ทำความสะอาดรูระบายน้ำตามจุดต่างๆ และตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยให้ครอบคลุมกรณีความเสียหายจากน้ำท่วมครับ

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


น้ำเข้ารถยนต์ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

     ปัญหาน้ำเข้ารถยนต์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้มาจากการขับรถลุยน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุด และลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำในอนาคต โดยสาเหตุหลักอาจเกิดได้จากดังนี้

 

ขับรถผ่านน้ำท่วมสูง

     หนึ่งในสาเหตุหลักของ น้ำเข้ารถยนต์ คือการขับรถผ่านน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะเมื่อน้ำสูงเกินครึ่งล้อ หรือมีคลื่นน้ำจากรถคันอื่นซัดเข้ามา น้ำอาจไหลผ่านช่องประตู ช่องพื้นรถ หรือซึมเข้าตามจุดต่าง ๆ ได้

 

จอดรถในพื้นที่น้ำท่วมขัง

     รถที่จอดในพื้นที่ต่ำ ลานจอดกลางแจ้ง หรือบริเวณที่ระบายน้ำไม่ดี มีโอกาสเกิดน้ำเข้ารถยนต์ได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำอาจค่อย ๆ สูงขึ้นและไหลเข้าทางประตู พื้นรถ หรือช่องระบายอากาศ

 

ยางขอบประตูเสื่อมสภาพ

     ยางขอบประตูมีหน้าที่กันน้ำ กันฝุ่น และลดเสียงรบกวนจากภายนอก หากยางเริ่มแข็ง กรอบ แตก หรือปิดไม่สนิท อาจทำให้น้ำเข้ารถยนต์ได้โดยเฉพาะเวลาฝนตกหนัก หรือล้างรถด้วยแรงดันน้ำสูง

 

รูระบายน้ำอุดตัน

     ในรถยนต์จะมีรูระบายน้ำตามจุดต่าง ๆ เช่น บริเวณประตู ใต้กระจกหน้า หลังคาซันรูฟ หรือช่องระบายใต้ตัวถัง หากรูระบายน้ำอุดตันจากเศษใบไม้ ดิน หรือฝุ่นสะสม ก็อาจทำให้น้ำเข้ารถยนต์ได้

 

ซีลกระจกหรือหลังคาซันรูฟรั่ว

     รถบางคันเกิดน้ำเข้ารถยนต์ จากซีลกระจกหน้า กระจกหลัง หรือหลังคาซันรูฟรั่ว เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะค่อย ๆ ซึมเข้ามาตามแนวกระจก แล้วไหลลงพรมหรือแผงคอนโซล ซึ่งอาจทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายได้

น้ำเข้ารถยนต์ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

วิธีทำความสะอาดเมื่อน้ำเข้ารถยนต์ ไม่ให้เกิดเชื้อรา

     เมื่อเจอปัญหาน้ำเข้ารถยนต์ อย่าเพิ่งตกใจ การทำความสะอาดหลังน้ำเข้ารถยนต์ ต้องเน้นกำจัดน้ำ ความชื้น และสิ่งสกปรกให้หมด ไม่ใช่แค่เช็ดให้แห้งเฉพาะผิวหน้า เพราะเชื้อรามักเกิดจากความชื้นที่ซ่อนอยู่ใต้พรม เบาะ หรือซอกภายในรถ โดยมีวิธีการทำความสะอาดง่ายๆ ดังนี้

 

นำของออกจากรถให้หมด

     หลังเกิดน้ำเข้ารถยนต์ ควรนำของทุกอย่างออกจากรถ เช่น พรมยาง พรมผ้า รองเท้า เอกสาร ถุงผ้า กล่องเก็บของ และของใช้ส่วนตัว เพราะสิ่งของเหล่านี้อาจอุ้มน้ำและกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราได้

 

ถอดพรมยางและพรมผ้าออกมาล้าง

     พรมเป็นจุดที่รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อ น้ำเข้ารถยนต์ โดยเฉพาะพรมผ้าที่ดูดซับน้ำได้ดี หากปล่อยไว้จะเกิดกลิ่นอับและเชื้อราได้ง่าย ควรถอดพรมออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด ผสมน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ แล้วตากแดดให้แห้งสนิท

 

ดูดน้ำออกจากพื้นรถ

     เมื่อน้ำเข้ารถยนต์ และมีน้ำขังบนพื้น ควรใช้เครื่องดูดน้ำหรือผ้าแห้งซับน้ำออกให้มากที่สุด หากมีเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้จะช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ห้ามใช้เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับดูดน้ำ เพราะอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้

 

เปิดพรมพื้นรถเพื่อตรวจความชื้นด้านล่าง

     หลังจากดูดน้ำออกแล้ว ปัญหา น้ำเข้ารถยนต์ อาจยังไม่จบ เพราะน้ำมักซึมลงไปใต้พรมพื้นรถ ซึ่งเป็นจุดที่แห้งยากมาก หากไม่เปิดตรวจ อาจเกิดเชื้อราใต้พรมโดยไม่รู้ตัว

 

ทำความสะอาดเบาะรถ

     หากน้ำเข้ารถยนต์ จนเบาะเปียก ต้องรีบจัดการทำความสะอาดตามประเภทของเบาะรถยนต์ ดังนี้

 

  • เบาะผ้า : ดูดซับน้ำได้มากและแห้งช้า จึงเสี่ยงเกิดเชื้อราได้สูง ควรใช้ผ้าแห้งซับน้ำออกให้มากที่สุด จากนั้นใช้เครื่องดูดน้ำช่วยดูดความชื้นออก และเปิดประตูรถให้อากาศถ่ายเท หากเบาะเปียกมาก ควรให้ร้านคาร์แคร์ถอดเบาะหรืออบแห้งอย่างมืออาชีพ
  • เบาะหนัง : อาจดูเหมือนไม่ดูดน้ำมาก แต่หาก น้ำเข้ารถยนต์ และน้ำซึมตามตะเข็บเบาะ อาจทำให้หนังแข็ง แตก หรือเกิดกลิ่นอับได้ ควรเช็ดด้วยผ้าแห้งทันที แล้วใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเบาะหนังที่เหมาะสม หลังจากแห้งแล้วควรลงน้ำยาเคลือบบำรุงหนังเพื่อลดความเสียหาย
  • เบาะไฟฟ้า : ควรหลีกเลี่ยงการปรับเบาะทันที เพราะระบบไฟและมอเตอร์ใต้เบาะอาจเปียกน้ำ ควรให้ช่างตรวจเช็กก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

วิธีทำความสะอาดเมื่อน้ำเข้ารถยนต์ ไม่ให้เกิดเชื้อรา

เช็ดแผงประตู คอนโซล และซอกต่าง ๆ

     เมื่อน้ำเข้ารถยนต์ น้ำอาจกระเด็นหรือซึมเข้าแผงประตู ช่องเก็บของ คอนโซลกลาง และรางเบาะ ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้ทั่ว โดยเฉพาะจุดที่มีรอยต่อหรือซอกเล็ก ๆ หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำเข้าไปในห้องโดยสารโดยตรง เพราะอาจทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้นและกระทบระบบไฟฟ้า

 

ใช้พัดลมหรือเครื่องเป่าลมช่วยไล่ความชื้น

     หลังทำความสะอาดน้ำเข้ารถยนต์ ควรเปิดประตูรถทุกบาน แล้วใช้พัดลมหรือเครื่องเป่าลมช่วยไล่ความชื้นออกจากภายในรถ ควรเป่าอย่างต่อเนื่องจนพรม เบาะ และพื้นรถแห้งสนิท หากมีแดด ควรจอดรถในที่แดดส่องถึง เปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท

 

ใช้สารดูดความชื้นช่วยลดกลิ่นอับ

     หลังน้ำเข้ารถยนต์ แม้ทำความสะอาดแล้ว รถอาจยังมีกลิ่นอับหลงเหลืออยู่ เช่นเบาะรถเหม็นอับ สามารถใช้สารดูดความชื้น เช่น ซิลิกาเจล ถ่านไม้ หรือกล่องดูดความชื้น วางไว้ในรถเพื่อช่วยลดความชื้น

 

ฆ่าเชื้อและลดโอกาสเกิดเชื้อรา

     เมื่อน้ำเข้ารถยนต์โดยเฉพาะน้ำท่วมขังหรือน้ำสกปรก ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เพราะน้ำอาจมีเชื้อโรค สิ่งสกปรก หรือสารปนเปื้อน ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถที่ปลอดภัยกับวัสดุ และหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงที่อาจทำลายเบาะ พรม หรือแผงพลาสติก

วิธีทำความสะอาดเมื่อน้ำเข้ารถยนต์

จุดเสี่ยงที่ต้องเช็คหลังน้ำเข้ารถยนต์

     หลังทำความสะอาดแล้ว ควรตรวจซ้ำหลายจุด เพราะปัญหาน้ำเข้ารถยนต์ มักทิ้งความชื้นไว้ในจุดที่เข้าถึงยาก ซึ่งจุดเสี่ยงที่ควรระวังมีดังนี้

 

  • ใต้พรมและแผ่นซับเสียง : จุดนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุด เพราะพรมด้านบนอาจแห้ง แต่ฟองน้ำด้านล่างยังเปียก หากมีกลิ่นอับกลับมาหลังปิดรถหลายชั่วโมงให้สงสัยได้ว่าน้ำเข้ารถยนต์แล้วยังมีความชื้นใต้พรม
  • ใต้เบาะและรางเบาะ : น้ำอาจไหลไปขังใต้เบาะ ทำให้รางเบาะเป็นสนิมหรือมีคราบสกปรก ควรเลื่อนเบาะหน้า-หลังเพื่อเช็กให้ครบ และใช้ผ้าแห้งซับตามซอก
  • แผงประตู : แผงประตูเป็นอีกจุดที่ความชื้นค้างได้ โดยเฉพาะถ้าน้ำเข้าทางขอบกระจกหรือยางประตู เมื่อเกิดน้ำเข้ารถยนต์ ควรเช็ดแผงประตูด้านล่าง ช่องเก็บของข้างประตู และขอบยางให้แห้ง
  • ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ : บางครั้งน้ำเข้ารถยนต์อาจไม่ได้เกิดที่ห้องโดยสาร แต่เกิดที่ท้ายรถจากขอบฝากระโปรงท้าย ซีลไฟท้าย หรือช่องระบายน้ำอุดตัน ควรยกพรมท้ายรถขึ้นมาเช็ก เพราะน้ำอาจขังอยู่ในหลุมยางอะไหล่ได้
  • ระบบไฟและปลั๊กใต้เบาะ : รถหลายรุ่นมีปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใต้เบาะ หาก น้ำเข้ารถยนต์ ถึงบริเวณนี้ ไม่ควรเสียบหรือถอดปลั๊กเองหากไม่ชำนาญ ควรให้ช่างตรวจสอบเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือระบบรวนในภายหลัง

จุดเสี่ยงที่ต้องเช็คหลังน้ำเข้ารถยนต์

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อน้ำเข้ารถยนต์

     เมื่อเกิดน้ำเข้ารถยนต์ หลายคนอาจรีบแก้ไขด้วยวิธีที่คิดว่าง่าย แต่บางวิธีอาจทำให้รถเสียหายมากขึ้น หรือทำให้เชื้อราเกิดเร็วกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อน้ำเข้ารถยนต์ มีดังนี้

 

  • ไม่ควรปิดรถทิ้งไว้ทั้งที่ยังชื้น : หลังน้ำเข้ารถยนต์ หากปิดกระจก ปิดประตู แล้วปล่อยรถทิ้งไว้ ความชื้นจะสะสมอยู่ภายใน ทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อราได้เร็ว ควรเปิดระบายอากาศและทำให้รถแห้งโดยเร็ว
  • ไม่ควรใช้น้ำหอมกลบกลิ่น : หากน้ำเข้ารถยนต์ แล้วมีกลิ่นอับ การใช้น้ำหอมปรับอากาศกลบกลิ่นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะกลิ่นอับมาจากความชื้น เชื้อรา หรือสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ ควรทำความสะอาดและอบแห้งก่อน แล้วจึงใช้ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศภายหลัง
  • ไม่ควรเปิดแอร์แรงทันทีเพื่อหวังให้รถแห้ง : บางคนคิดว่าเมื่อ น้ำเข้ารถยนต์ ให้เปิดแอร์แรง ๆ เพื่อช่วยให้แห้ง แต่หากภายในรถยังเปียกมาก ความชื้นอาจหมุนเวียนเข้าไปในระบบแอร์ ทำให้ตู้แอร์มีกลิ่นอับตามมา ควรเปิดประตู ระบายอากาศ และใช้พัดลมช่วยก่อน
  • ไม่ควรละเลยระบบไฟฟ้า : หากน้ำเข้ารถยนต์ จนถึงระดับใต้เบาะหรือคอนโซล ควรระวังระบบไฟฟ้าอย่างมาก เพราะรถรุ่นใหม่มักมีปลั๊กไฟ กล่องควบคุม และเซ็นเซอร์หลายจุด หากละเลย อาจเกิดปัญหาไฟเตือนขึ้นหน้าปัด กระจกไฟฟ้าไม่ทำงาน เบาะไฟฟ้าขัดข้อง หรือระบบความปลอดภัยรวนได้

 

วิธีป้องกันน้ำเข้ารถยนต์ในช่วงหน้าฝน

     การป้องกันน้ำเข้ารถยนต์ นั่นสำคัญมาก เพราะช่วยลดความเสียหาย ลดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากเชื้อรา โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขัง

 

หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม

     หากเห็นว่าน้ำท่วมสูง ไม่ควรฝืนขับผ่าน เพราะอาจทำให้ น้ำเข้ารถยนต์ หรือเกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้ ควรเลือกเส้นทางอื่น แม้อาจใช้เวลามากขึ้น แต่ปลอดภัยกว่า

 

ตรวจยางขอบประตูเป็นประจำ

     ยางขอบประตูเป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันน้ำเข้ารถยนต์ ควรตรวจดูว่ามีรอยแตก แข็ง กรอบ หรือหลุดหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าห้องโดยสาร

 

ทำความสะอาดรูระบายน้ำ

     ควรทำความสะอาดรูระบายน้ำบริเวณประตู ใต้กระจกหน้า และหลังคาซันรูฟอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากอุดตัน อาจทำให้น้ำเข้ารถยนต์ ได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง

 

เลือกจอดรถในพื้นที่สูง

     ช่วงหน้าฝนควรหลีกเลี่ยงการจอดรถในพื้นที่ต่ำ ใต้ทางลาด หรือจุดที่น้ำท่วมขังบ่อย เพราะมีความเสี่ยงเกิดน้ำเข้ารถยนต์ ด้ง่าย หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้ง ควรเลือกพื้นที่ที่ระบายน้ำดี

 

เช็คประกันรถยนต์ว่าคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่

     อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการตรวจสอบความคุ้มครองของประกันรถยนต์คุ้มครองน้ำท่วม เพราะกรณี น้ำเข้ารถยนต์ จากน้ำท่วม อาจมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมระบบไฟฟ้า ค่าเปลี่ยนอะไหล่ หรือค่าซ่อมเครื่องยนต์

 

     ปัญหาน้ำเข้ารถยนต์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะความชื้นที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจกลายเป็นกลิ่นอับ เชื้อรา สนิม และความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าได้ การดูแลรถในช่วงหน้าฝนควรเน้นการป้องกัน เช่น เลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม ตรวจซีลยางขอบประตู ทำความสะอาดช่องระบายน้ำ และเช็คความชื้นในรถเป็นประจำ เพราะยิ่งรู้เร็วเมื่อเกิด น้ำเข้ารถยนต์ ก็ยิ่งลดโอกาสเกิดเชื้อรา กลิ่นอับ และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้มากขึ้น

 

     อีกสิ่งที่สำคัญในการดูแลรถยนต์ช่วงหน้าฝนคือการมี ประกันรถยนต์ช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างสบายใจ คุ้มครองทั้งอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างฝนตกหนักหรือความเสียหายจากน้ำท่วมรถ สนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ประกันรถยนต์ชั้น 1

article created at icon25/06/69

5,524 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2302 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง