สีป้ายทะเบียนรถ มีกี่สี แต่ละสีหมายความว่าอย่างไร
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon10/02/69

8,122 ครั้ง

สีป้ายทะเบียนรถ มีกี่สี แต่ละสีหมายความว่าอย่างไร

     หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาขับรถบนท้องถนนว่า ทำไมรถแต่ละคันถึงมี สีป้ายทะเบียนรถยนต์ ที่แตกต่างกันออกไป บางคันเป็นพื้นขาวตัวหนังสือดำ บางคันเป็นพื้นเหลือง หรือบางคันมีลวดลายกราฟิกสวยงาม การเลือกใช้สีเหล่านี้นไม่ได้เลือกตามความชอบส่วนบุคคล แต่ถูกกำหนดโดยกฎหมายตามประเภทการใช้งานของรถคันนั้นๆ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความเข้าใจความหมายของสีป้ายทะเบียนรถแต่ละประเภท หากใช้ผิดประเภทมีโทษหรือไม่ และควรรู้อะไรบ้างก่อนนำรถมาใช้งาน 


Key Takeaway
 
  • สีป้ายทะเบียนรถยนต์ ในไทยแบ่งตามประเภทการจดทะเบียน เช่น รถส่วนบุคคล รถสาธารณะ และรถลักษณะพิเศษ
  • สีป้ายทะเบียนรถที่พบบ่อยที่สุดคือ พื้นขาวตัวอักษรดำ (รถเก๋ง/กระบะ 4 ประตู) , พื้นเหลือง ตัวอักษรสีดำ (รถสาธารณะและรถรับจ้าง) และป้ายที่มีลวดลายกราฟิก (ป้ายทะเบียนประมูล)
  • การใช้ป้ายทะเบียนผิดประเภท หรือการดัดแปลงสีป้ายทะเบียน มีโทษปรับตามกฎหมายปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ความสำคัญของ สีป้ายทะเบียนรถยนต์

     สีป้ายทะเบียนรถยนต์ คือเครื่องหมายแสดงสถานะการจดทะเบียนของรถคันนั้นๆ ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก การเลือกใช้สีพื้นหลังและสีของตัวอักษรที่แตกต่างกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่พนักงานและผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ทราบได้ทันทีว่ารถคันดังกล่าวใช้สำหรับวัตถุประสงค์ใด เช่น เป็นรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถของหน่วยงานทูต เป็นต้น

 

สีป้ายทะเบียนรถ ความหมาย ของแต่ละสี

     กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดหลักเกณฑ์ของ สีป้ายทะเบียนรถยนต์ ไว้อย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ สามารถระบุประเภทและลักษณะการใช้งานของรถคันนั้นๆ ได้ทันที โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

 

ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีดำ

     นี่คือสีป้ายทะเบียนที่พบเห็นได้มากที่สุดบนท้องถนนไทย ใช้สำหรับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถเก๋งทั่วไป, รถ SUV หรือรถกระบะ 4 ประตู (ที่จดทะเบียนเป็นรถนั่ง) สีป้ายทะเบียนรถ ความหมาย ของประเภทนี้คือรถยนต์ที่ใช้ในนามบุคคลเพื่อการเดินทางส่วนตัว ไม่ใช้เพื่อการพาณิชย์

ความหมายสีป้ายทะเบียนรถ

ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีเขียว

     ป้ายประเภทนี้ใช้สำหรับ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "รถกระบะ" (ที่มีกระบะบรรทุกด้านหลัง) โดยมักจะเป็นกระบะตอนเดียวหรือกระบะแค็บ ซึ่งถูกจดทะเบียนเพื่อใช้ในการขนส่งสิ่งของหรือบรรทุกส่วนบุคคล

 

ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน

     ใช้สำหรับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ (ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ) รถประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวใหญ่หรือองค์กรที่เน้นการรับส่งพนักงานโดยไม่เก็บค่าโดยสาร

 

ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง (ตัวอักษรดำ/น้ำเงิน/เขียว/แดง)

     ป้ายสีเหลืองคือสัญลักษณ์ของ รถรับจ้างสาธารณะ โดยสีของตัวอักษรจะแยกย่อยลงไปอีก

 

  • ตัวอักษรสีดำ : รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (เช่น รถแท็กซี่)
  • ตัวอักษรสีน้ำเงิน : รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
  • ตัวอักษรสีเขียว : รถยนต์บริการธุรกิจ, รถยนต์บริการทัศนาจร (เช่น รถเช่าพร้อมคนขับตามโรงแรม)
  • ตัวอักษรสีแดง : รถรับจ้างที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง

ป้ายทะเบียนพื้นสีส้ม ตัวอักษรสีดำ

     ใช้สำหรับ รถพ่วง รถแทรกเตอร์ และรถที่ใช้ในการเกษตร เพื่อระบุว่าเป็นรถใช้งานเฉพาะทางที่มีความเร็วต่ำและต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพบเห็นบนท้องถนน

 

ป้ายทะเบียนสีแดง (ป้ายแดง)

     ป้ายพื้นสีแดง ตัวอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนชั่วคราว ที่ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้สำหรับรถที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจดทะเบียน รถป้ายแดงมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น ห้ามขับในยามวิกาล (เว้นแต่ได้รับอนุญาต) และต้องลงบันทึกในสมุดคู่มือป้ายแดงเสมอ

รถป้ายแดง

ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้า ตัวอักษรสีขาว

     ป้ายประเภทนี้ใช้สำหรับ รถยนต์ของสถานทูต หรือองค์กรระหว่างประเทศ โดยจะมีตัวอักษรย่อระบุตำแหน่ง เช่น พ (พนักงานขับรถ), ก (กงสุล) หรือ ท (ทูต)

 

ป้ายทะเบียนพื้นลายกราฟิก (ป้ายประมูล)

     สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่น สีป้ายทะเบียนรถยนต์ แบบที่มีลวดลายกราฟิกสวยงาม (เช่น รูปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของแต่ละจังหวัด) คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์ประมูล ที่มีหมายเลขเลขสวย ซึ่งได้รับมาจากการประมูลโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสีพื้นหลังจะแตกต่างไปตามแต่ละจังหวัด แต่ยังคงสถานะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

รถป้ายประมูล

ใช้รถผิดประเภทกับสีป้ายทะเบียน มีโทษอะไรบ้าง

     การใช้รถผิดประเภทหรือใช้รถที่มีสีป้ายทะเบียนไม่ตรงกับลักษณะการใช้งานจริง มีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องระวังดังนี้

 

     หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ เช่น ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายขาวตัวหนังสือดำ) ไปรับจ้างส่งของหรือรับส่งผู้โดยสาร จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และโดนตัดคะแนนใบขับขี่ทันที 1 คะแนน ซึ่งหากคะแนนใบขับขี่หมดจะมีผลต่อการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ได้ในอนาคตได้

 

     อีกทั้งยังมีผลกระทบด้านประกันหากเกิดอุบัติเหตุขณะกำลังใช้รถผิดประเภท (เช่น เอารถบ้านไปวิ่งส่งของหนักจนเกิดเหตุ) บริษัทประกันมีสิทธิ์ ปฏิเสธการเคลมได้ ตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด  ตามคู่มือตีความกรมธรรม์หมวดข้อยกเว้น อย่างไรก็ตามหากรถยนต์ทำ พ.ร.บ. หรือประกันภัยภาคบังคับยังคงคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและชีวิตบุคคลภายนอกเท่านั้น

 

ข้อควรระวังเกี่ยวกับป้ายทะเบียนรถยนต์

     เมื่อทราบถึง สีป้ายทะเบียนรถ ความหมาย ของแต่ละประเภทแล้ว สิ่งที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญคือการรักษาความชัดเจนของป้ายทะเบียนไว้

 

  • ห้ามดัดแปลง : การนำสติกเกอร์มาแปะทับ หรือพ่นสีใหม่เพื่อให้เป็น สีป้ายทะเบียนรถยนต์ ที่ตัวเองชอบ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
  • ความสะอาด : หากป้ายทะเบียนซีดจางหรือสกปรกจนมองไม่เห็นตัวเลข อาจถูกปรับฐานปิดบังป้ายทะเบียนได้
  • ป้ายทะเบียนแตกลายงา : หากพบว่าป้ายทะเบียนแตกลายงา หรือมีการหลุดล่อน สามารถนำไปเคลมหรือขอทำใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้

ใช้รถผิดประเภทกับสีป้ายทะเบียน มีโทษอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าป้ายทะเบียนสีซีดจาง ต้องทำอย่างไร?

หากป้ายทะเบียนสีซีดจาง เจ้าของรถสามารถติดต่อขอทำป้ายทะเบียนใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุดหรือซีดจางได้ที่กรมการขนส่งทางบก ห้ามเขียนเติมสีเองเด็ดขาด

 

การติดทองหรือสติกเกอร์บนป้ายทะเบียนผิดกฎหมายไหม?

การติดทองหรือสติกเกอร์บนป้ายทะเบียนถือว่ามีความผิดกฎหมาย การแก้ไข ดัดแปลง หรือปิดบังส่วนหนึ่งส่วนใดของป้ายทะเบียน มีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท

 

     การเลือกใช้รถให้ถูกประเภทและตรวจสอบ สีป้ายทะเบียนรถยนต์ ให้ตรงกับการจดทะเบียน ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณถูกกฎหมาย แต่ยังช่วยให้ระบบการจราจรและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่มีควรติดรถไว้ก็คือ ประกันรถยนต์  ช่วยคุ้มครองรถจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM พร้อมรับบริการผ่อน 0% มีรถใช้ระหว่างซ่อม เพียงกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือทักแชทหาพี่หมี TQM ได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านทาง Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ TQM

article created at icon10/02/69

8,122 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง