หมวกกันน็อคมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนปลอดภัยที่สุด
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon10/07/69

554 ครั้ง

หมวกกันน็อคมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนปลอดภัยที่สุด

     หมวกกันน็อคถือเป็นอุปกรณ์นิรภัยที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ และผู้ซ้อนรถจักรยานยนต์เพราะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะ และเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า หมวกกันน็อคมีกี่ประเภท และควรเลือกใช้งานแบบไหนจึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปหาคำตอบว่าหมวกกันน็อคแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับการใช้งานแบบไหน กันครับ


Key Takeaway

 

  • หมวกกันน็อคแบ่งออกหลายประเภท เช่น หมวกกันน็อคเต็มใบ หมวกกันน็อคครึ่งใบ หมวกกันน็อคยกคาง หมวกกันน็อคเปิดหน้า หมวกกันน็อควิบาก และหมวกกันน็อคกึ่งวิบาก
  • ควรเลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน หากเน้นความปลอดภัยสูงสุดให้เลือก หมวกเต็มใบ หรือ ยกคาง สำหรับทางไกล/ความเร็วสูง, ใช้ในเมืองเน้นสะดวกเลือก เปิดหน้า หรือ ครึ่งใบ, และสายลุยควรเลือก หมวกวิบาก หรือ กึ่งวิบาก
  • หมวกกันน็อคต้องกระชับพอดีกับศีรษะ ไม่หลวมจนขยับได้และไม่บีบจนกดทับ แนะนำให้วัดรอบศีรษะเหนือคิ้วก่อนเทียบตารางไซซ์ของแต่ละแบรนด์เสมอ
  • ควรเลือกหมวกกันน็อคที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เช่น มอก. หรือมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องชีวิตได้จริงในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
  • ช่วงราคามีหลากหลายตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ให้เน้นความสมดุลระหว่าง งบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัย และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง เป็นหลัก

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


หมวกกันน็อคเต็มใบ

     หมวกกันน็อคเต็มใบ (Full Face Helmet) คือหมวกกันน็อคที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องศีรษะทั้งใบ โดยครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะด้านบน ด้านข้าง ใบหน้า ไปจนถึงบริเวณคางอย่างสมบูรณ์ มีชิลด์หน้าที่ช่วยป้องกันระหว่างการขับขี่จึงทำให้เป็นหมวกที่ให้ระดับความปลอดภัยสูงที่สุดในกลุ่มหมวกกันน็อคทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ความเร็วหรือขับขี่บนถนนใหญ่เป็นประจำ

 

ข้อดีของหมวกกันน็อคเต็มใบ

 

  • ปกป้องศีรษะ ใบหน้า และคางได้รอบด้าน
  • ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
  • กันลม ฝุ่น และเสียงรบกวนได้ดี
  • เหมาะกับการขับขี่ทางไกลและความเร็วสูง
  • ปลอดภัยสูงสุดในกลุ่มหมวกกันน็อค

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อคเต็มใบ

 

  • ระบายอากาศได้น้อยกว่าหมวกแบบเปิดหน้า
  • น้ำหนักมากกว่าหมวกกันน็อคครึ่งใบ
  • ใส่–ถอดค่อนข้างใช้เวลา
  • อาจรู้สึกร้อนเมื่อใช้งานในอากาศร้อนจัด

 

ราคาหมวกกันน็อคเต็มใบ

     ราคาหมวกกันน็อคเต็มใบโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 800–15,000 บาทขึ้นไป โดยราคาจะแตกต่างตามวัสดุ แบรนด์ และมาตรฐานความปลอดภัย รุ่นเริ่มต้นจะราคาย่อมเยา ส่วนรุ่นที่มีคุณภาพสูงจะมีความทนทานน้ำหนักเบา และมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีกว่า 

หมวกกันน็อคเต็มใบ

หมวกกันน็อคครึ่งใบ

     หมวกกันน็อคครึ่งใบ (Half Helmet) คือหมวกกันน็อคที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเฉพาะส่วนศีรษะด้านบนเป็นหลัก โดยจะไม่ครอบคลุมใบหน้าและคาง ทำให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่และถอดได้สะดวกเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือการขับขี่ระยะใกล้ในเมืองที่ใช้ความเร็วไม่สูงมาก 

 

ข้อดีของหมวกกันน็อคครึ่งใบ

 

  • น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย
  • ใส่และถอดได้รวดเร็ว
  • ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน
  • เหมาะกับการใช้งานในเมือง
  • ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อคครึ่งใบ

 

  • ไม่ป้องกันใบหน้าและคาง
  • ความปลอดภัยน้อยกว่าหมวกกันน็อคเต็มใบ
  • กันลม ฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมได้น้อย
  • ไม่เหมาะกับการขับขี่ทางไกลหรือความเร็วสูง

 

ราคาหมวกกันน็อคครึ่งใบ

     ราคาหมวกกันน็อคครึ่งใบโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 300–2,000 บาทขึ้นไป โดยราคาจะแตกต่างตามวัสดุ แบรนด์ และคุณภาพการผลิต รุ่นพื้นฐานจะมีราคาถูก ส่วนรุ่นที่มีคุณภาพดีขึ้นจะมีความทนทานและสวมใส่สบายมากกว่า 

หมวกกันน็อคครึ่งใบ

หมวกกันน็อคยกคาง

     หมวกกันน็อคยกคาง (Modular Helmet) คือหมวกกันน็อคที่สามารถเปิด–ปิดบริเวณคางได้ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเต็มใบ และแบบเปิดหน้าในใบเดียว โดยยังคงระดับการปกป้องศีรษะที่ใกล้เคียงหมวกกันน็อคเต็มใบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน เช่น ใช้ขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกลรวมถึงคนที่ต้องหยุด–พูดคุยบ่อย หรือไม่อยากถอดหมวกกันน็อคตลอดเวลา

 

ข้อดีของหมวกกันน็อคยกคาง

 

  • ใช้งานได้ทั้งแบบเต็มใบ และเปิดหน้า
  • สะดวกในการหยุดพักหรือพูดคุย
  • ปกป้องได้ดีกว่าหมวกกันน็อคครึ่งใบ
  • เหมาะกับการเดินทางหลากหลายรูปแบบ
  • เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อคยกคาง

 

  • น้ำหนักมากกว่าหมวกกันน็อคเต็มใบบางรุ่น
  • โครงสร้างซับซ้อนกว่า
  • ราคาสูงกว่าหมวกกันน็อคทั่วไป
  • บางรุ่นอาจแน่นไม่เท่าแบบเต็มใบ

 

ราคาหมวกกันน็อคยกคาง

     ราคาหมวกกันน็อคยกคางโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 1,500 – 10,000 บาทขึ้นไปโดยราคาจะแตกต่างตามวัสดุ แบรนด์ และระบบการล็อก รุ่นเริ่มต้นจะราคาย่อมเยา ส่วนรุ่นคุณภาพสูงจะมีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

หมวกกันน็อคยกคาง

หมวกกันน็อคเปิดหน้า

     หมวกกันน็อคเปิดหน้า (Open Face Helmet) คือหมวกกันน็อคที่ปกปิดเฉพาะส่วนศีรษะด้านบนและด้านข้าง โดยเปิดบริเวณใบหน้า ทำให้มีความโปร่ง โล่ง และสวมใส่สบายมากขึ้น บางรุ่นอาจมีชิลด์หน้าหรือกระจกกันลมเพิ่มเติมเพื่อช่วยป้องกันฝุ่นและลมระหว่างขับขี่ เหมาะสำหรับผู้ที่ขับขี่ในเมืองเป็นหลักใช้ความเร็วไม่สูงมากและต้องการความสะดวกสบายในการสวมใส่ รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป

 

ข้อดีของหมวกกันน็อคเปิดหน้า 

 

  • ให้ความโปร่งโล่ง ลดความอึดอัดระหว่างการขับขี่
  • เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องหยุด–ไปบ่อย
  • สวมใส่ง่าย ใช้เวลาใส่และถอดน้อย
  • เหมาะกับคนที่ต้องใส่แว่น ไม่กดทับกรอบแว่น
  • ให้ความคล่องตัวสูง เหมาะกับการใช้งานประจำวัน

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อคเปิดหน้า

 

  • ไม่สามารถปกป้องใบหน้าและคางได้เต็มที่
  • เสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณหน้า ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
  • กันลม ฝุ่น และแมลงได้น้อยกว่าหมวกแบบเต็มใบ
  • ไม่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือทางไกล
  • อาจได้รับแรงลมปะทะมาก ทำให้เมื่อยล้าได้ง่าย

 

ราคาหมวกกันน็อคเปิดหน้า

     ราคาหมวกกันน็อคเปิดหน้าจะอยู่ประมาณ500 – 5,000 บาทขึ้นไป โดยรุ่นเริ่มต้นจะมีราคาย่อมเยา ส่วนรุ่นที่มีคุณภาพดีจะมีวัสดุแข็งแรงขึ้น มีชิลด์หน้า และใส่สบายมากกว่า

หมวกกันน็อคเปิดหน้า

หมวกกันน็อควิบาก 

     หมวกกันน็อควิบาก (Off-Road Helmet) เป็นหมวกกันน็อคที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในเส้นทางลุย โดยเฉพาะ เช่น ทางดิน ทางฝุ่น หรือพื้นที่ขรุขระ ลักษณะเด่นคือมีปีกหมวกด้านหน้าที่ยื่นออกมา และโครงสร้างบริเวณใบหน้าที่เปิดโล่ง ไม่มีชิลด์หน้าในตัว โดยมักใช้งานร่วมกับแว่นตาเพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม ตัวหมวกถูกออกแบบให้มีโครงสร้างที่เน้นความคล่องตัว และการมองเห็นที่กว้างเพื่อรองรับการขับขี่ที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายและศีรษะบ่อย ในสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง เหมาะกับผู้ที่ขับขี่รถวิบากรถออฟโรดหรือรถสายลุยรวมถึงผู้ที่ใช้งานในเส้นทางธรรมชาติเช่น ทางดิน ทางป่าหรือเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนเรียบในชีวิตประจำวัน

 

ข้อดีของหมวกกันน็อควิบาก

 

  • ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับการขับขี่กลางแจ้ง
  • น้ำหนักค่อนข้างเบา ช่วยให้เคลื่อนไหวศีรษะได้คล่องตัว
  • ปีกหมวกช่วยลดแสงแดดและสิ่งรบกวนจากด้านหน้า
  • เหมาะกับการขับขี่เส้นทางลุยและออฟโรดโดยเฉพาะ
  • รองรับการใช้งานร่วมกับแว่นตาได้สะดวก

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อควิบาก

 

  • ไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในเมือง
  • ไม่มีชิลด์หน้าต้องใช้อุปกรณ์เสริมเช่นแว่นตา
  • กันลมและเสียงได้น้อยกว่าหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ
  • อาจไม่สะดวกเมื่อต้องเดินทางระยะไกลบนถนนเรียบ

 

ราคาหมวกกันน็อควิบาก

     ราคาหมวกกันน็อควิบากโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 800 – 20,000 บาทขึ้นไป โดยรุ่นเริ่มต้นจะเหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนรุ่นระดับสูงจะมีน้ำหนักเบาวัสดุแข็งแรง และออกแบบเพื่อการใช้งานออฟโรดที่จริงจังมากขึ้น 

หมวกกันน็อควิบาก

หมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

     หมวกกันน็อคกึ่งวิบาก (Dual Sport / Adventure Helmet) เป็นหมวกกันน็อคที่มีลักษณะคล้ายหมวกวิบาก แต่เพิ่มชิลด์ใสบังลมแบบเดียวกับหมวกกันน็อกเต็มใบ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งการขับขี่บนถนนทั่วไป (On-road) และเส้นทางลุย (Off-road)ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ขับขี่สาย Touring และ Adventure เพราะตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายทั้งการเดินทางในเมือง และการออกทริประยะไกลรวมถึงเส้นทางที่มีสภาพถนนไม่เรียบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหมวกกันน็อคที่ใช้งานได้รอบด้าน ไม่จำกัดเฉพาะการขับขี่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งและต้องการความสมดุลระหว่างความคล่องตัวและการปกป้อง

 

ข้อดีของหมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

 

  • ใช้งานได้ทั้งในเมืองและทางลุย
  • มีชิลด์หน้าในตัว สะดวกในการใช้งาน
  • ให้การปกป้องดีกว่าหมวกวิบากทั่วไป
  • เหมาะกับการเดินทางระยะไกล
  • รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

 

ข้อควรพิจารณาของหมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

 

  • น้ำหนักมากกว่าหมวกวิบาก
  • ระบายอากาศน้อยกว่าหมวกแบบเปิดโล่ง
  • ราคาสูงกว่าหมวกกันน็อคบางประเภท
  • ไม่คล่องตัวเท่าหมวกเปิดหน้าในเมือง
  • มีแรงต้านลมและเสียงลมมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง

 

ราคาหมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

     หมวกกันน็อคกึ่งวิบากโดยทั่วไปมีราคาอยู่ประมาณ 1,500 – 20,000+ บาทขึ้นอยู่กับวัสดุ แบรนด์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดยรุ่นเริ่มต้นจะอยู่ในระดับราคาประหยัด ส่วนรุ่นระดับกลางเป็นที่นิยมมากที่สุด และรุ่นพรีเมียมจะใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง 

หมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

วิธีเลือกหมวกกันน็อคแบบไหนดี

     การเลือกหมวกกันน็อคไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน และได้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ได้รับการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เลือกประเภทหมวกให้เหมาะกับการใช้งาน

 

  • ขับขี่ทางไกลหรือใช้ความเร็วสูง ควรเลือก หมวกกันน็อคคเต็มใบ
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน เลือก หมวกกันน็อคยกคาง
  • ใช้งานในเมืองเป็นหลัก เลือก หมวกกันน็อคเปิดหน้า หรือ หมวกกันน็อคครึ่งใบ
  • สายลุยหรือออฟโรด เลือก หมวกกันน็อควิบาก
  • เดินทางท่องเที่ยวทั้งทางเรียบและทางลุย เลือก หมวกกันน็อคกึ่งวิบาก

 

เลือกขนาดให้พอดีกับศีรษะ

     หมวกกันน็อคควรกระชับพอดีกับศีรษะ ไม่หลวมจนขยับได้ง่าย และไม่แน่นจนรู้สึกกดทับ เพราะขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้หมวกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนเลือกซื้อ ควรวัดรอบศีรษะบริเวณเหนือคิ้วประมาณ 1–2 เซนติเมตรโดยใช้สายวัด แล้วนำไปเปรียบเทียบกับตารางไซซ์ของแต่ละแบรนด์ เนื่องจากขนาดหมวกกันน็อคอาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิต

 

ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

     ควรเลือกหมวกกันน็อคที่ผ่านมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง เช่น มอก. หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ เพื่อความมั่นใจในด้านคุณภาพและการปกป้อง

 

พิจารณาน้ำหนักและความสบายในการสวมใส่

     หากต้องขับขี่เป็นเวลานาน ควรเลือกหมวกที่มีน้ำหนักเหมาะสม มีระบบระบายอากาศที่ดี และสวมใส่สบาย เพื่อลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง

 

เลือกวัสดุของหมวกกันน็อค

     วัสดุของเปลือกหมวกมีผลต่อน้ำหนัก ความทนทาน และราคา โดยวัสดุที่นิยม ได้แก่ โพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีราคาคุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานทั่วไปและ ไฟเบอร์กลาส ที่มีน้ำหนักเบา และช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่ เหมาะสำหรับผู้ที่ขับขี่เป็นประจำหรือเดินทางไกล

 

เลือกจากงบประมาณและความคุ้มค่า

     หมวกกันน็อคมีหลายช่วงราคา ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทควรเลือกให้เหมาะกับงบประมาณ พร้อมพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยคุณภาพวัสดุ และความเหมาะสมกับการใช้งานเพื่อให้ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด 

วิธีเลือกหมวกกันน็อค

     หมวกกันน็อคแต่ละประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งหมวกกันน็อคเต็มใบ ครึ่งใบ ยกคาง เปิดหน้า วิบาก และกึ่งวิบาก โดยหมวกกันน็อคเต็มใบให้การป้องกันได้ดีที่สุด ขณะที่รูปแบบอื่นเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นการเลือกหมวกกันน็อคที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้ง ประเภท ขนาดที่พอดีกับศีรษะ และมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่ 

 

     และนอกจากการเลือกหมวกกันน็อคที่เหมาะสมแล้ว การเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครองก็เป็นอีกส่วนสำคัญของการขับขี่ การมีประกันรถจักรยานยนต์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ สนใจเช็คเบี้ยประกันรถจักรยานยนต์ สามารถกรอกข้อมูลในกล่องด้านล่าง หรือ ทักแชทหาพี่หมี TQM ได้ที่นี่ หรือติดต่อ Hotline 1737 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

article created at icon10/07/69

554 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2266 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลรถ

ยี่ห้อรถมอเตอร์ไซค์ *

ซีซีรถมอเตอร์ไซค์ *

ปีรถมอเตอร์ไซค์ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง