เลนนอกกับเลนใน ต่างกันอย่างไร ขับอย่างไรให้ถูกตามกฎจราจร
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon09/03/69

214 ครั้ง

เลนนอกกับเลนใน ต่างกันอย่างไร ขับอย่างไรให้ถูกตามกฎจราจร

     ในยุคที่การจราจรบนท้องถนนมีความซับซ้อน การทำความเข้าใจเรื่อง เลนถนน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ หลายคนอาจเคยสับสนกับคำว่า เลนนอก และ เลนใน ว่าสรุปแล้วทางไหนคือทางด่วน ทางไหนคือทางขนาน  วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปหาความแตกต่างระหว่างเลนนอกกับเลนใน และวิธีนับเลนถนนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ขับขี่รถได้อย่างถูกต้องตามกฎจราจร


Key Takeaway

 

  • เลนถนนเป็นส่วนของพื้นผิวจราจรที่ถูกแบ่งด้วยเส้นจราจร เพื่อกำหนดทิศทางและระเบียบในการเคลื่อนที่ของรถยนต์
  • เลนนอก หรือทางคู่ขนาน คือเลนที่อยู่ฝั่งซ้ายสุด ติดกับไหล่ทางหรือฟุตบาท ใช้สำหรับรถช้า รถบรรทุก หรือเตรียมตัวเลี้ยว/จอด
  • เลนใน หรือทางหลัก คือเลนที่อยู่ติดกับเกาะกลางถนน ใช้สำหรับรถที่ใช้ความเร็วสูงหรือต้องการแซง
  • การนับเลนถนนให้นับจากด้านใน (ติดเกาะกลาง) ออกไปด้านนอก (ติดไหล่ทาง) โดยเริ่มจากเลนที่ 1 คือขวาสุดไล่ไปทางซ้าย นับได้ทั้ง ถนน 4 เลน หรือ ถนน 8 เลน
  • ตามกฎจราจรรถช้าต้องชิดซ้าย (เลนนอก) เสมอ หากขับแช่ขวา (เลนใน) ด้วยความเร็วต่ำ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


เลนถนน คืออะไร

     เลนถนน หรือช่องทางเดินรถ คือส่วนของพื้นผิวจราจรที่ถูกแบ่งด้วยเส้นจราจร เพื่อกำหนดทิศทางและระเบียบในการเคลื่อนที่ของรถยนต์ การขับรถให้อยู่ภายในเลนไม่เพียงแต่ช่วยให้การจราจรไหลลื่น แต่ยังเป็นการเคารพสิทธิของเพื่อนร่วมทางอีกด้วย

 

     ในประเทศไทย ระบบการจราจรเป็นแบบขับชิดซ้าย ดังนั้นการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง เลนนอก และ เลนใน จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากขับผิดเลน นอกจากจะเสี่ยงอุบัติเหตุแล้ว ยังอาจโดนใบสั่งข้อหาขับรถกีดขวางการจราจรได้

เลนถนน คืออะไร

เลนนอก คืออะไร ควรขับอย่างไร

     เลนนอก (Outside Lane) หรือทางคู่ขนาน คือช่องจราจรที่อยู่ "ด้านนอกสุด" หรือ เลนที่ติดกับไหล่ทางและฟุตบาท (เลนซ้ายสุด) เป็นเลนที่รถต้องเข้าออกสู่ทางขนานหรือทางส่วนบุคคล

 

  • วัตถุประสงค์ : เลนนอก มีไว้สำหรับรถที่ใช้ความเร็วต่ำ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ หรือรถที่เตรียมตัวจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอย/จอดข้างทาง
  • กฎการขับขี่ : รถที่มีความเร็วช้ากว่ารถคันอื่นในทางเดินรถนั้น ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้
  • ข้อดีของเลนนอก : ช่วยให้รถที่มีความเร็วต่างกันสามารถสัญจรได้โดยไม่กีดขวางกัน และเป็นเลนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการขับขี่แบบไม่เร่งรีบ
  • ข้อควรระวัง : เป็นเลนที่มีจุดตัดเยอะที่สุด เช่น รถออกจากซอย หรือรถจักรยานยนต์ที่ย้อนศร (ในบางพื้นที่)

 

เลนใน  คืออะไร ควรขับอย่างไร

     เลนใน (Inside Lane) หรือทางหลัก หมายถึง ช่องจราจรที่อยู่ "ในสุด" ของถนนเส้นหลัก มักจะเป็นเลนที่อยู่ติดกับเกาะกลางถนนหรือเส้นทึบแบ่งทิศทางจราจร

 

  • วัตถุประสงค์ : เลนใน ถูกออกแบบมาเพื่อให้รถที่ใช้ความเร็วสูงสุดวิ่ง หรือใช้สำหรับการ "แซง" รถคันหน้าที่ขับช้ากว่า
  • กฎการขับขี่ : ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก รถที่ขับขี่ใน เลนใน ต้องมีความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และเมื่อแซงพ้นแล้วควรกลับเข้าสู่เลนกลางหรือเลนซ้ายหากไม่ได้ใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง
  • ข้อควรระวัง : การ "แช่ขวา" หรือขับช้าใน เลนใน เป็นสาเหตุหลักของการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ ซึ่งมีโทษปรับตามกฎหมาย

เลนนอก กับ เลนใน ต่างกันอย่างไร

วิธีนับถนน 4 เลน และ ถนน 8 เลน อย่างถูกต้อง

     การนับจำนวนเลนถนน มีหลักการสากลที่กรมทางหลวงและตำรวจจราจรใช้ เพื่อให้สื่อสารได้ตรงกันเวลาเกิดอุบัติเหตุหรือแจ้งพิกัดจราจร โดยมีการนับเลนถนนดังนี้

 

ถนน 4 เลน นับยังไง

     สำหรับถนนมาตรฐาน 4 เลน (ฝั่งละ 2 เลน) จะมีวิธีการนับดังนี้

 

  • เลนที่ 1 (เลนขวา) : คือ เลนใน ติดเกาะกลางถนน ใช้สำหรับรถเร็ว
  • เลนที่ 2 (เลนซ้าย) : คือ เลนนอก ติดไหล่ทาง ใช้สำหรับรถช้าหรือรถเตรียมเลี้ยว

ถนน 4 เลน นับยังไง

ถนน 8 เลน นับยังไง

     ในกรณีที่เป็นถนนสายหลักขนาดใหญ่ มีฝั่งละ 4 ช่องจราจร (รวมเป็น 8 เลน) วิธีการนับก็ยังใช้หลักการเดียวกันถนน 4 เลน ดังนี้

 

  • เลนที่ 1 : เลนขวาสุด (ติดเกาะกลาง) - รถเร็วที่สุด/แซง
  • เลนที่ 2 : เลนถัดมาทางซ้าย - รถยนต์นั่งส่วนบุคคลความเร็วสม่ำเสมอ
  • เลนที่ 3 : เลนถัดมาทางซ้าย - รถบรรทุกขนาดเล็ก หรือรถที่เริ่มชะลอความเร็ว
  • เลนที่ 4 : เลนซ้ายสุด (ติดไหล่ทาง) - เลนนอก สำหรับรถบรรทุกหนัก รถโดยสาร หรือรถที่จะเลี้ยวซ้าย

ถนน 8 เลน นับยังไง

วิธีขับรถในเลนนอก และ เลนใน ให้ถูกกฎจราจร

     การใช้เลนถนน ให้ถูกต้องตามกฎจราจร พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีข้อกำหนดดังนี้

 

  • ขับชิดขอบทางด้านซ้าย : ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องจราจรด้านซ้ายเสมอ ยกเว้นในกรณีที่ต้องการแซง มีสิ่งกีดขวาง หรือเมื่อเจ้าหน้าที่กำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
  • การใช้เลนขวา (เลนใน) : เลนนี้มีไว้เพื่อการแซงเท่านั้น เมื่อแซงพ้นแล้วควรกลับเข้าสู่เลนกลางหรือเลนซ้ายตามเดิม เพื่อเปิดทางให้รถคันอื่น
  • ความเร็วสัมพันธ์กับช่องทาง : รถที่ขับช้ากว่ารถคันอื่นที่อยู่ในทิศทางเดียวกัน ต้องขับชิด เลนนอก (ซ้ายสุด) เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการจราจร
  • สัญญาณไฟสำคัญที่สุด : ไม่ว่าจะเปลี่ยนจาก เลนใน มา เลนนอก หรือจากซ้ายไปขวา ต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อให้เพื่อนร่วมทางทราบเจตนา

 

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าถนนไม่มีเกาะกลาง จะนับเลนในอย่างไร?

ถ้าถนนไม่มีเกาะกลางในับจากเส้นแบ่งทิศทางจราจร (เส้นเหลืองกลางถนน) เลนที่อยู่ติดเส้นเหลืองคือเลนที่ 1 หรือเลนในเสมอ

 

การนับเลนบนทางด่วน เหมือนกับถนนทางราบหรือไม่?

การนับเลนบนทางด่วนก็ใช้การนับเลนหลักการเดียวกันโดยเริ่มนับเลนที่ 1 จากขวาสุด (ติดที่กั้นเกาะกลาง) ไล่มาทางซ้ายจนถึงเลนสุดท้ายที่ติดกับไหล่ทาง

 

     การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง เลนนอก และ เลนใน รวมถึงรู้วิธีนับว่า ถนน 4 เลน นับยังไง หรือ ถนน 8 เลน นับยังไง จะช่วยให้คุณสื่อสารกับเพื่อนร่วมทางและเจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดคือการมีวินัยจราจร ไม่ขับรถแช่ในเลนที่ไม่เหมาะสมกับความเร็ว เพื่อให้ถนนทุกสายในเมืองไทยมีความคล่องตัวและปลอดภัยสำหรับทุกคน

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ TQM

     นอกจากนี้แล้วพี่หมีแนะนำให้เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยการทำ ประกันรถยนต์ ไว้คอยดูแล หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

article created at icon09/03/69

214 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง