Car Free Day คือวันอะไร ทำไมต้องลดการใช้รถยนต์ในวันนี้
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon14/09/69

37 ครั้ง

Car Free Day คือวันอะไร ทำไมต้องลดการใช้รถยนต์ในวันนี้

     ทุกวันนี้รถยนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของหลายคน ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ไปเรียน ไปซื้อของ หรือเดินทางท่องเที่ยว แต่เมื่อจำนวนรถบนถนนเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาก็มีทั้งรถติด มลพิษทางอากาศ เสียงรบกวน รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิด Car Free Day หรือวันปลอดรถยนต์โลกขึ้นมา แล้วจริงๆ แล้ว Car Free Day คือวันอะไร มีที่มาอย่างไร ทำไมต้องลดการใช้รถยนต์ในวันนี้ พี่หมี TQMมีคำตอบมาฝากกันครับ


Key Takeaway

 

  • Car Free Day จุดประสงค์สำคัญคือชวนให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และหันมาเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การลดจำนวนรถบนถนนมีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสียงรบกวน และปัญหาการจราจร
  • Car Free Day ตรงกับวันที่ 22 กันยายนของทุกปี และเป็นที่รู้จักในชื่อ World Car-Free Day
  • Car Free Day ไม่ได้บังคับให้ทุกคนงดใช้รถ แค่เริ่มลดการใช้รถในบางการเดินทาง หรือเดินทางร่วมกันหลายคน ก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการเดินทางอย่างยั่งยืนได้
  • หลายเมืองใช้ Car Free Day เป็นโอกาสทดลองปิดถนนบางพื้นที่ เพื่อคืนพื้นที่ให้คนเดินและจักรยาน พร้อมช่วยบรรเทาปัญหารถติด

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


Car Free Day คือวันอะไร

     Car Free Day หรือ World Car-Free Day คือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน และทดลองใช้รูปแบบการเดินทางอื่นแทน เช่น เดิน ปั่นจักรยาน รถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ รถรับส่ง ในบางพื้นที่อาจมีการปิดถนนบางสายไม่ให้รถยนต์ทั่วไปเข้า และเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน ระบบขนส่งสาธารณะ หรือกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้ผู้คนได้เห็นภาพว่า เมืองจะเป็นอย่างไรเมื่อมีรถยนต์บนถนนลดลง

Car Free Day คืออะไร ตรงกับวันที่เท่าไร

Car Free Day ตรงกับวันที่เท่าไร

     Car Free Day ตรงกับวันที่ 22 กันยายนของทุกปี โดยวันที่ 22 กันยายนได้รับการยอมรับในฐานะ World Car-Free Day และยังตรงกับวันสุดท้ายของกิจกรรม EUROPEANMOBILITYWEEK ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–22 กันยายนของทุกปี เพื่อส่งเสริมการเดินทางในเมืองอย่างยั่งยืน

 

     อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรม Car Free Day ในแต่ละประเทศหรือแต่ละเมืองไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะวันที่ 22 กันยายนเสมอไป บางเมืองอาจเลือกวันอื่นที่เหมาะสม เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้สะดวกขึ้น

 

ที่มาของ Car Free Day

     แนวคิดการจัดวันปลอดรถยนต์เกิดขึ้นจากความพยายามของหลายเมืองในการแก้ปัญหาที่เกิดจากการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวมากเกินไป ทั้งปัญหามลพิษ การจราจรติดขัด การใช้พลังงาน และคุณภาพชีวิตของคนในเมือง หนึ่งในจุดสำคัญเกิดขึ้นในยุโรป โดยในปี 1999 มีเมืองในฝรั่งเศสและอิตาลีเข้าร่วมกิจกรรมวันปลอดรถ ก่อนที่ในปี 2000 จะมีการผลักดันกิจกรรมวันปลอดรถประจำปีในวันที่ 22 กันยายน และมีเมืองเข้าร่วมถึง 760 เมือง ครอบคลุมประชากรเกือบ 65 ล้านคน ก่อนที่แนวคิดดังกล่าวจะขยายตัวต่อมา

 

     ต่อมา Car Free Day กลายเป็นส่วนสำคัญของ EUROPEANMOBILITYWEEK ซึ่งส่งเสริมให้เมืองต่าง ๆ ทดลองแนวทางการเดินทางที่สะอาดขึ้น เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล

ที่มาของ Car Free Day

วัน Car Free Day มีไว้เพื่ออะไร

     ความสำคัญของ Car Free Day ไม่ได้อยู่ที่การลดรถบนถนนเฉพาะวันที่ 22 กันยายนเท่านั้น แต่เป็นการใช้หนึ่งวันเพื่อให้คนได้ทดลองเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง และเห็นทางเลือกที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

 

ช่วยลดมลพิษทางอากาศ

     รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมีการปล่อยก๊าซและมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เมื่อมีรถจำนวนมากอยู่บนถนน ปริมาณมลพิษในเมืองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น การลดจำนวนรถยนต์ลง แม้เพียงชั่วคราวในช่วง Car Free Day จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากการเดินทาง และทำให้ประชาชนเห็นภาพว่า หากเราปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ คุณภาพอากาศในเมืองก็มีโอกาสดีขึ้น

 

ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

     ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงาน โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน องค์การสหประชาชาติระบุว่า การเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของแต่ละคนได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น Car Free Day จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดรถติดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาวด้วย

 

ลดปัญหารถติดในเมือง

     ใครที่ต้องเดินทางในกรุงเทพฯ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นน่าจะเข้าใจดีว่า รถเพียงไม่กี่คันที่เพิ่มเข้ามาในช่วงถนนหนาแน่นก็สามารถทำให้การจราจรช้าลงได้ หนึ่งในเป้าหมายของ Car Free Day คือการทำให้คนเห็นว่า ถ้าการเดินทางส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากรถยนต์ส่วนตัวมาเป็นระบบขนส่งสาธารณะ การเดิน หรือจักรยาน จำนวนรถบนถนนก็อาจลดลง

 

ลดเสียงรบกวนจากการจราจร

     ปัญหาของรถยนต์ไม่ได้มีแค่ควันหรือรถติดเท่านั้น แต่ยังรวมถึง มลพิษทางเสียง เช่น เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตร เสียงรถเร่งเครื่อง และเสียงจากการจราจรจำนวนมาก ในกิจกรรม Car Free Day บางเมืองจะปิดถนนบางเส้นไม่ให้รถยนต์ทั่วไปเข้า ทำให้พื้นที่ซึ่งปกติเต็มไปด้วยเสียงรถเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับคนเดิน ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ บางพื้นที่ยังใช้โอกาสนี้วัดระดับเสียงและคุณภาพอากาศ เพื่อเปรียบเทียบกับวันที่มีการจราจรตามปกติอีกด้วย

 

ทำให้คนได้ออกกำลังกายมากขึ้น

     ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าปกติเราออกจากบ้าน ขึ้นรถ ขับไปจอดที่ทำงาน แล้วขึ้นลิฟต์ การเคลื่อนไหวในแต่ละวันอาจมีไม่มากนัก แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้รถไฟ เราอาจต้องเดินจากบ้านไปสถานี หรือถ้าเป็นระยะทางใกล้ ๆ อาจเลือกเดินหรือปั่นจักรยานแทน Car Free Day จึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสให้เราเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง

Car Free Day มีไว้เพื่ออะไร

วัน Car Free Day ต้องห้ามใช้รถทั้งวันไหม

     Car Free Day ไม่จำเป็นต้องห้ามใช้รถทั้งวัน ชื่อ Car Free Day อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าต้องจอดรถไว้ที่บ้านตลอดทั้งวันแต่ในความเป็นจริง แนวทางของแต่ละเมืองแตกต่างกัน บางเมืองอาจ ปิดถนนบางสาย จำกัดรถยนต์ในพื้นที่ใจกลางเมือง เพิ่มพื้นที่สำหรับคนเดิน จัดเส้นทางจักรยานชั่วคราว ส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถสาธารณะ 

 

     ดังนั้น หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้รถ เช่น ต้องขับรถทางไกล ทำงานในพื้นที่ที่ระบบขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึง ขนของ หรือมีผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่ต้องเดินทาง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเข้าร่วม Car Free Day ได้

Car Free Day ต้องห้ามใช้รถทั้งวันไหม

ประโยชน์ของ Car Free Day มีอะไรบ้าง

     หากมองเพียงหนึ่งวัน ผลของ Car Free Day อาจดูไม่ได้เปลี่ยนโลกในทันที แต่คุณค่าจริง ๆ ของกิจกรรมนี้คือการทำให้คนได้ทดลองพฤติกรรมใหม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกกว่าที่คิด หรือเดินไปร้านใกล้บ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถ พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อในวันอื่น ประโยชน์ของ Car Free Day จึงมีดังนี้

 

  • ช่วยลดจำนวนรถยนต์บนถนน
  • ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง
  • ช่วยลดมลพิษจากการเดินทาง
  • ลดเสียงรบกวนในพื้นที่เมือง
  • ส่งเสริมการเดินและการปั่นจักรยาน
  • สนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
  • เปิดพื้นที่เมืองให้คนได้ใช้งานมากขึ้น
  • ทำให้ประชาชนเห็นทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายขึ้น

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Car Free Day ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ไหม?

     Car Free Day ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่แนวคิด Car Free Day ต้องการส่งเสริมให้ลดจำนวนรถยนต์ส่วนตัวบนถนน ไม่ว่าจะเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปหรือรถ EV หากสามารถเลือกเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะได้ ก็จะสอดคล้องกับแนวคิดของ Car Free Day มากกว่า

 

คนไทยสามารถร่วม Car Free Day ได้อย่างไร?

     เริ่มได้ง่าย ๆ ด้วยการจอดรถไว้ที่บ้านแล้วใช้ BTS, MRT หรือรถสาธารณะ เลือกเดินในระยะทางใกล้ ปั่นจักรยานในเส้นทางที่ปลอดภัย หรือ Carpool ไปทำงานกับเพื่อน เพื่อลดจำนวนรถที่ออกมาบนถนน

 

     Car Free Day อาจเป็นเพียงหนึ่งวันในปฏิทิน แต่แนวคิดสำคัญคือการชวนให้เราใช้รถเท่าที่จำเป็น และลองมองหาวิธีเดินทางอื่นที่เหมาะกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถสาธารณะ การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการเดินทางร่วมกัน

 

     แต่สำหรับวันที่ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ เรื่องความปลอดภัยก็ยังสำคัญเหมือนเดิม เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันรถยนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยหากสนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

article created at icon14/09/69

37 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2269 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง