เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ทุกวันนี้รถยนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของหลายคน ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ไปเรียน ไปซื้อของ หรือเดินทางท่องเที่ยว แต่เมื่อจำนวนรถบนถนนเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาก็มีทั้งรถติด มลพิษทางอากาศ เสียงรบกวน รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิด Car Free Day หรือวันปลอดรถยนต์โลกขึ้นมา แล้วจริงๆ แล้ว Car Free Day คือวันอะไร มีที่มาอย่างไร ทำไมต้องลดการใช้รถยนต์ในวันนี้ พี่หมี TQMมีคำตอบมาฝากกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
Car Free Day หรือ World Car-Free Day คือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน และทดลองใช้รูปแบบการเดินทางอื่นแทน เช่น เดิน ปั่นจักรยาน รถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ รถรับส่ง ในบางพื้นที่อาจมีการปิดถนนบางสายไม่ให้รถยนต์ทั่วไปเข้า และเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน ระบบขนส่งสาธารณะ หรือกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้ผู้คนได้เห็นภาพว่า เมืองจะเป็นอย่างไรเมื่อมีรถยนต์บนถนนลดลง

Car Free Day ตรงกับวันที่ 22 กันยายนของทุกปี โดยวันที่ 22 กันยายนได้รับการยอมรับในฐานะ World Car-Free Day และยังตรงกับวันสุดท้ายของกิจกรรม EUROPEANMOBILITYWEEK ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–22 กันยายนของทุกปี เพื่อส่งเสริมการเดินทางในเมืองอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรม Car Free Day ในแต่ละประเทศหรือแต่ละเมืองไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะวันที่ 22 กันยายนเสมอไป บางเมืองอาจเลือกวันอื่นที่เหมาะสม เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้สะดวกขึ้น
แนวคิดการจัดวันปลอดรถยนต์เกิดขึ้นจากความพยายามของหลายเมืองในการแก้ปัญหาที่เกิดจากการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวมากเกินไป ทั้งปัญหามลพิษ การจราจรติดขัด การใช้พลังงาน และคุณภาพชีวิตของคนในเมือง หนึ่งในจุดสำคัญเกิดขึ้นในยุโรป โดยในปี 1999 มีเมืองในฝรั่งเศสและอิตาลีเข้าร่วมกิจกรรมวันปลอดรถ ก่อนที่ในปี 2000 จะมีการผลักดันกิจกรรมวันปลอดรถประจำปีในวันที่ 22 กันยายน และมีเมืองเข้าร่วมถึง 760 เมือง ครอบคลุมประชากรเกือบ 65 ล้านคน ก่อนที่แนวคิดดังกล่าวจะขยายตัวต่อมา
ต่อมา Car Free Day กลายเป็นส่วนสำคัญของ EUROPEANMOBILITYWEEK ซึ่งส่งเสริมให้เมืองต่าง ๆ ทดลองแนวทางการเดินทางที่สะอาดขึ้น เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล

ความสำคัญของ Car Free Day ไม่ได้อยู่ที่การลดรถบนถนนเฉพาะวันที่ 22 กันยายนเท่านั้น แต่เป็นการใช้หนึ่งวันเพื่อให้คนได้ทดลองเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง และเห็นทางเลือกที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้
รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมีการปล่อยก๊าซและมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เมื่อมีรถจำนวนมากอยู่บนถนน ปริมาณมลพิษในเมืองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น การลดจำนวนรถยนต์ลง แม้เพียงชั่วคราวในช่วง Car Free Day จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากการเดินทาง และทำให้ประชาชนเห็นภาพว่า หากเราปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ คุณภาพอากาศในเมืองก็มีโอกาสดีขึ้น
ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงาน โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน องค์การสหประชาชาติระบุว่า การเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของแต่ละคนได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น Car Free Day จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดรถติดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาวด้วย
ใครที่ต้องเดินทางในกรุงเทพฯ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นน่าจะเข้าใจดีว่า รถเพียงไม่กี่คันที่เพิ่มเข้ามาในช่วงถนนหนาแน่นก็สามารถทำให้การจราจรช้าลงได้ หนึ่งในเป้าหมายของ Car Free Day คือการทำให้คนเห็นว่า ถ้าการเดินทางส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากรถยนต์ส่วนตัวมาเป็นระบบขนส่งสาธารณะ การเดิน หรือจักรยาน จำนวนรถบนถนนก็อาจลดลง
ปัญหาของรถยนต์ไม่ได้มีแค่ควันหรือรถติดเท่านั้น แต่ยังรวมถึง มลพิษทางเสียง เช่น เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตร เสียงรถเร่งเครื่อง และเสียงจากการจราจรจำนวนมาก ในกิจกรรม Car Free Day บางเมืองจะปิดถนนบางเส้นไม่ให้รถยนต์ทั่วไปเข้า ทำให้พื้นที่ซึ่งปกติเต็มไปด้วยเสียงรถเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับคนเดิน ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ บางพื้นที่ยังใช้โอกาสนี้วัดระดับเสียงและคุณภาพอากาศ เพื่อเปรียบเทียบกับวันที่มีการจราจรตามปกติอีกด้วย
ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าปกติเราออกจากบ้าน ขึ้นรถ ขับไปจอดที่ทำงาน แล้วขึ้นลิฟต์ การเคลื่อนไหวในแต่ละวันอาจมีไม่มากนัก แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้รถไฟ เราอาจต้องเดินจากบ้านไปสถานี หรือถ้าเป็นระยะทางใกล้ ๆ อาจเลือกเดินหรือปั่นจักรยานแทน Car Free Day จึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสให้เราเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง

Car Free Day ไม่จำเป็นต้องห้ามใช้รถทั้งวัน ชื่อ Car Free Day อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าต้องจอดรถไว้ที่บ้านตลอดทั้งวันแต่ในความเป็นจริง แนวทางของแต่ละเมืองแตกต่างกัน บางเมืองอาจ ปิดถนนบางสาย จำกัดรถยนต์ในพื้นที่ใจกลางเมือง เพิ่มพื้นที่สำหรับคนเดิน จัดเส้นทางจักรยานชั่วคราว ส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถสาธารณะ
ดังนั้น หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้รถ เช่น ต้องขับรถทางไกล ทำงานในพื้นที่ที่ระบบขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึง ขนของ หรือมีผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่ต้องเดินทาง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเข้าร่วม Car Free Day ได้

หากมองเพียงหนึ่งวัน ผลของ Car Free Day อาจดูไม่ได้เปลี่ยนโลกในทันที แต่คุณค่าจริง ๆ ของกิจกรรมนี้คือการทำให้คนได้ทดลองพฤติกรรมใหม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกกว่าที่คิด หรือเดินไปร้านใกล้บ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถ พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อในวันอื่น ประโยชน์ของ Car Free Day จึงมีดังนี้
Car Free Day ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่แนวคิด Car Free Day ต้องการส่งเสริมให้ลดจำนวนรถยนต์ส่วนตัวบนถนน ไม่ว่าจะเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปหรือรถ EV หากสามารถเลือกเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะได้ ก็จะสอดคล้องกับแนวคิดของ Car Free Day มากกว่า
เริ่มได้ง่าย ๆ ด้วยการจอดรถไว้ที่บ้านแล้วใช้ BTS, MRT หรือรถสาธารณะ เลือกเดินในระยะทางใกล้ ปั่นจักรยานในเส้นทางที่ปลอดภัย หรือ Carpool ไปทำงานกับเพื่อน เพื่อลดจำนวนรถที่ออกมาบนถนน
Car Free Day อาจเป็นเพียงหนึ่งวันในปฏิทิน แต่แนวคิดสำคัญคือการชวนให้เราใช้รถเท่าที่จำเป็น และลองมองหาวิธีเดินทางอื่นที่เหมาะกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถสาธารณะ การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการเดินทางร่วมกัน
แต่สำหรับวันที่ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ เรื่องความปลอดภัยก็ยังสำคัญเหมือนเดิม เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันรถยนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยหากสนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
37 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2269 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
