เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


เมื่อพูดถึงการวางแผนคุ้มครองความเสี่ยง หลายคนเริ่มต้นจากการซื้อ ประกันสุขภาพ เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็มีคำถามตามมาว่า "ถ้ามีประกันสุขภาพแล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อประกันชีวิตอีกหรือไม่" คำตอบไม่ได้ตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ภาระครอบครัว และแผนชีวิตของแต่ละคน วันนี้พี่หมี TQM จะพาเรามาเจาะลึกข้อเท็จจริง ข้อแตกต่าง และวิธีตัดสินใจให้คุ้มค่ากันครับ
แม้ทั้งสองแบบจะอยู่ในหมวดการประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยง แต่มีจุดมุ่งหมายและประโยชน์ต่างกันชัดเจน
วัตถุประสงค์: ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
ความคุ้มครองหลัก: ค่าห้องและอาหาร, ค่าผ่าตัด, ค่ายา, ค่าตรวจวินิจฉัย, ค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD)
จ่ายเมื่อ: เกิดเหตุที่ทำให้ต้องรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่วไป โรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
วัตถุประสงค์: ให้ความคุ้มครองด้านการเงินแก่ครอบครัวหรือผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต หรือพิการถาวร
ความคุ้มครองหลัก: จ่ายเงินก้อนตามทุนประกันที่กำหนด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้สิน หรือนำไปลงทุนต่อ
จ่ายเมื่อ: ผู้เอาประกันเสียชีวิต หรือเข้าข่ายตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

แม้คุณจะมี ประกันสุขภาพ อยู่แล้ว แต่ก็มีเหตุผลสำคัญหลายข้อที่ทำให้การมีประกันชีวิตเสริมเข้าไป อาจทำให้แผนคุ้มครองของคุณสมบูรณ์ขึ้น
ประกันสุขภาพช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลของคุณเอง แต่ไม่ได้ให้เงินก้อนกับครอบครัวเมื่อคุณเสียชีวิต ประกันชีวิตจึงทำหน้าที่เป็น “หลักประกันทางการเงิน” ให้คนที่คุณรักสามารถใช้ชีวิตต่อได้โดยไม่สะดุด
หากคุณมีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้สินอื่น ๆ การจากไปโดยไม่มีการเตรียมเงินชำระหนี้ อาจทำให้ครอบครัวต้องแบกรับต่อ ประกันชีวิตช่วยปิดความเสี่ยงนี้ได้
บางคนใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือในการวางแผนมรดก เพราะเงินจากประกันชีวิตส่งตรงถึงผู้รับผลประโยชน์ และมักไม่ต้องเสียภาษีมรดก (ตามเงื่อนไขกฎหมาย)
การมีทั้ง ประกันสุขภาพ และประกันชีวิต ช่วยให้คุณมั่นใจว่า ไม่ว่าจะป่วยหรือเกิดเหตุร้ายแรง ครอบครัวจะมีเงินและคุณเองก็ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด

การตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้
ถ้าคุณเป็นเสาหลักครอบครัว มีพ่อแม่ คู่สมรส หรือบุตรที่ต้องดูแล การมีเพียงประกันสุขภาพอาจไม่พอ เพราะไม่ได้ช่วยชดเชยรายได้ให้ครอบครัวเมื่อคุณไม่อยู่แล้ว
ผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้านหรือรถ ควรมีประกันชีวิตควบคู่ เพื่อให้เงินจากประกันใช้ปิดหนี้ แทนที่ครอบครัวจะต้องรับภาระแทน
ถ้าคุณต้องการแผนคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้ง “การอยู่” และ “การจากไป” การมีทั้งประกันสุขภาพและประกันชีวิต จะทำให้การบริหารความเสี่ยงสมบูรณ์มากขึ้น

เพื่อไม่ให้เสียค่าเบี้ยเกินจำเป็น ควรวางแผนและเลือกแผนที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ
ดูว่า ประกันสุขภาพ ที่มีอยู่ครอบคลุมเพียงพอหรือยัง เช่น ค่ารักษาโรคร้ายแรง วงเงินต่อครั้ง
ประเมินจำนวนเงินที่ครอบครัวต้องใช้หากคุณจากไป เพื่อกำหนดทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม
หากงบจำกัด ให้เน้นความคุ้มครองหลักก่อน เช่น ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษา จากนั้นค่อยเพิ่มประกันชีวิตตามกำลัง
ปัจจุบันมีแบบ “ประกันชีวิตควบประกันสุขภาพ” ซึ่งอาจช่วยประหยัดเบี้ยและบริหารแผนได้ง่ายขึ้น แต่ควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด
ฉะนั้น การมีประกันสุขภาพแล้ว ยังต้องมีประกันชีวิตไหม คำตอบขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบและแผนการเงินของคุณ หากคุณต้องการคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ อาจเพียงพอ แต่ถ้าต้องการปกป้องครอบครัวจากผลกระทบทางการเงินเมื่อคุณจากไป ประกันชีวิตคือสิ่งที่ควรพิจารณาเสริมเข้าไป การมีทั้งสองแบบทำให้แผนคุ้มครองรอบด้านและลดความเสี่ยงได้มากที่สุด การวางแผนให้มีทั้ง ประกันสุขภาพ และ ประกันชีวิต ไม่เพียงช่วยให้คุณมั่นใจในทุกสถานการณ์ แต่ยังเป็นการดูแลครอบครัวอย่างรอบคอบ หากคุณอยากรู้ว่าเบี้ยประกันสุขภาพและประกันชีวิตแบบไหนคุ้มค่าและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด สามารถ เช็กเบี้ยประกันสุขภาพ หรือ ประกันชีวิต กับ TQM ได้ง่าย ๆ ผ่านเว็ปไซต์ หรือโทร 1737 ปรึกษาฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
172 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
