ทำความรู้จักฝีดาษลิง Clade 1B ติดต่อง่ายรุนแรงกว่าเดิม
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon29/01/69

2,298 ครั้ง

ทำความรู้จักฝีดาษลิง Clade 1B ติดต่อง่ายรุนแรงกว่าเดิม

     โรคฝีดาษลิง หรือ โรคเอ็มพอกซ์ (Mpox) สายพันธุ์ Clade 1B เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจในขณะนี้เนื่องจากแพร่ระบาดได้ง่าย และอันตรายถึงชีวิต โดยโรคฝีดาษลิงถือเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศในแถบแอฟริกา ในปี 2565 มีการแพร่ระบาดอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย วันนี้พี่หมี TQM เลยจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับโรคฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B มีอาการอย่างไร ติดต่อกันผ่านทางไหนบ้าง และวิธีป้องกันตัวเองจากโรคนี้กันครับ


Key Takeaway

 

  • ฝีดาษลิง (Mpox) มี 2 สายพันธุ์หลัก คือ Clade 1 (รุนแรง อัตราเสียชีวิตสูงถึง ~10%) และ Clade 2 (อาการเบากว่า เสียชีวิตราว ~1%)
  • สายพันธุ์ที่น่ากังวลในปัจจุบันคือ Clade 1B ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของ Clade 1 พบการระบาดหนักในแอฟริกากลาง มีอาการรุนแรง ติดต่อง่าย และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูง
  • ประเทศไทยพบผู้ป่วยทั้งหมดเป็น Clade 2 (ข้อมูลถึง ส.ค. 2567) ยังไม่พบการยืนยัน Clade 1B แต่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
  • การป้องกันทำได้จริง ด้วยการฉีดวัคซีนหลังสัมผัสโรค หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย/สารคัดหลั่ง ล้างมือบ่อย และหลีกเลี่ยงสัตว์หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่สุก

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 

 


ทำความรู้จักฝีดาษลิง Clade 1B ติดต่อง่ายรุนแรงกว่าเดิม

โรคฝีดาษลิง (Mpox) คืออะไร

    โรคฝีดาษลิง (Mpox) คือโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthopoxvirus (กลุ่มเดียวกับไข้ทรพิษ) ทำให้มีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นตุ่มน้ำใสคล้ายฝีดาษ แต่โดยทั่วไปจะมีความรุนแรงน้อยกว่าและหายเองได้ใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสผิวหนัง ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งโดยตรง หรือจากการมีเพศสัมพันธ์

 

โรคฝีดาษลิง (Mpox) มีกี่สายพันธุ์

     ฝีดาษลิง หรือ Mpox แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์หลักคือ Clade 1 และ Clade 2 

 

1. สายพันธุ์ Clade 1

     ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1 สายพันธุ์นี้พบในพื้นที่แอฟริกากลาง มีการเปลี่ยนแปลงในไวรัสเมื่อประมาณเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว การกลายพันธุ์นำไปสู่การเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า Clade 1B ซึ่งสายพันธุ์  Clade 1 มีอาการที่รุนแรงมาก และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า และการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอาจรวดเร็วกว่า และเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดหนักตอนนี้ในประเทศคองโกอีกด้วย

 

2. สายพันธุ์ Clade 2

     ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 2 สายพันธุ์นี้พบในแอฟริกาตะวันตก เป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งสายพันธุ์นี้จะแบ่งย่อยออกมาเป็น Clade 2A และ Clade 2B โดยจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่า สายพันธุ์  Clade 1 โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 1% 

 

ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B มีอาการอย่างไร

  1. ไข้สูง : ผู้ป่วยมักมีไข้สูงเป็นอาการเริ่มต้น ซึ่งอาจมาพร้อมกับอาการหนาวสั่น ปวดหัว เจ็บคอ ไอ คล้ายไข้หวัด และรู้สึกไม่สบายตัว
  2. ผื่นและตุ่มหนอง : ผื่นเริ่มปรากฏหลังจากอาการไข้ประมาณ 1-3 วัน โดยเริ่มจากใบหน้าและลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า มือ เท้า ผื่นจะเปลี่ยนจากจุดแดงเป็นตุ่มหนอง และในที่สุดจะกลายเป็นตุ่มแห้งและตกสะเก็ด
  3. ต่อมน้ำเหลืองบวม : หนึ่งในอาการที่พบเฉพาะในโรคฝีดาษลิง คือการบวมของต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะในบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ
  4. อาการอื่น ๆ : อาจรวมถึงอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และอ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการทั่วไปที่พบได้บ่อย

ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B มีอาการอย่างไร

ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B มีการติดต่ออย่างไร

  1. การสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย : การสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงไม่ว่าจะเป็นการจับตุ่มหนองบริเวณร่างกายผู้ป่วย หรือการสัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนของผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถนำไปสู่การติดเชื้อได้ รวมไปถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
  2. การสัมผัสกับสารคัดหลั่ง :  การสัมผัสกับของเหลวจากร่างกายผู้ป่วย เช่น ของเหลวจากตุ่มหนอง น้ำลาย หรือเลือด รวมไปถึงการแพร่เชื้อผ่านละอองฝอย จากการไอหรือจามของผู้ป่วยโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี
  3. การติดเชื้อจากสัตว์  : ฝีดาษลิงเป็นโรคที่มีต้นกำเนิดจากสัตว์ ซึ่งสามารถติดต่อมาสู่มนุษย์ได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือการกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการปรุงสุกที่มากพอ

 

วิธีป้องกันฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B

  • การฉีดวัคซีน เป็นการช่วยป้องกันความรุนแรงของโรคได้ 68-80% โดยให้เริ่มฉีดวัคซีนภายใน 14 วันหลังสัมผัสโรค 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือสิ่งของของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนเชื้อ เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่อาจเป็นพาหะของโรค โดยเฉพาะสัตว์ที่มีประวัติการติดเชื้อ สัตว์ที่ป่วย นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างเพียงพอ
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

วิธีป้องกันฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B

โรคฝีดาษลิงในประเทศไทย ติดเชื้อแล้วกี่คน

     โรคฝีดาษลิง หรือ โรคเอ็มพอกซ์ (Mpox) สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 ถึง 10 ม.ค.2569 จำนวน 1,025 ราย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นสายพันธุ์ Clade 2  และพบ ฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1B อยู่ 12 คน (ข้อมูลจากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

 

     และนี้ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง (Mpox) สายพันธุ์ Clade 1B จะเห็นได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายติดต่อง่ายขึ้น และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในไทยตอนนี้ผู้ป่วยทุกรายเป็นสายพันธุ์ Clade 2 แต่เราก็ควรป้องกันตัวเอง หมั่นสังเกตุตัวเองและคนรอบข้าง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีประวัติเสี่ยง สัตว์นำโรค  หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือ แอลกอฮอล์เจล ก็จะสามารถช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้

เช็คราคาประกันสุขภาพ กับ TQM

     ในปัจจุบันโรคภัยต่างๆ นั้นอยู่ใกล้ตัวเราได้ตลอดเวลา การมีประกันสุขภาพไว้ดูแลถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีไม่น้อย หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย ทั้งค่าห้อง ค่ายา หรือค่า รักษาพยาบาล โดยสามารถเข้ามาเช็คราคาประกันสุขภาพกับ TQM รือหากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

article created at icon29/01/69

2,298 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง