วิธีแก้โรคลมพิษเบื้องต้น ทำอย่างไรให้ผื่นยุบเร็ว ลดอาการคัน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon08/09/69

205 ครั้ง

วิธีแก้โรคลมพิษเบื้องต้น ทำอย่างไรให้ผื่นยุบเร็ว ลดอาการคัน

     อยู่ ๆ ผิวก็ขึ้นผื่นนูนแดง คันยุบยิบ หรือยิ่งเกายิ่งลาม อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคลมพิษ ปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายและสามารถหายได้เอง แต่ความคันและผื่นที่เกิดขึ้นก็รบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย โดยเฉพาะบางคนที่เป็นซ้ำบ่อยจนไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไร วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปดูกันว่า วิธีแก้โรคลมพิษเบื้องต้น ทำอย่างไรให้ผื่นยุบเร็ว ช่วยลดอาการคัน ลงได้


Key Takeaway

 

  • โรคลมพิษเกิดจากร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน ทำให้เกิดผื่นนูนแดง บวม และมีอาการคัน โดยอาจมีสาเหตุมาจากอาหาร ยา การติดเชื้อ หรือปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ
  • อาการของโรคลมพิษ มักพบเป็นผื่นนูนแดง บวม คัน หรือเป็นปื้นบนผิวหนัง โดยผื่นอาจเกิดขึ้นและหายไปได้ภายในระยะเวลาหนึ่งฃ
  • โรคลมพิษมีทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ซึ่งมีระยะเวลาการเกิดอาการและลักษณะการดำเนินโรคแตกต่างกัน
  • วิธีแก้โรคลมพิษและการดูแลตัวเองเบื้องต้น สามารถช่วยลดอาการคันและบรรเทาอาการได้ เช่น การใช้ยาต้านฮิสตามีนตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร การประคบเย็น การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และการดูแลผิวอย่างเหมาะสม
  • หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ลิ้นหรือคอบวม หรือมีอาการบวมบริเวณใบหน้า ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะแพ้รุนแรง

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


โรคลมพิษ คืออะไร

    โรคลมพิษ หรือ Urticaria เป็นภาวะที่ผิวหนังเกิดผื่นนูน บวม และคัน โดยเกี่ยวข้องกับการหลั่งสารต่าง ๆ รวมถึงฮิสตามีน (Histamine) ในผิวหนัง ทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นขยายตัวและมีของเหลวออกสู่เนื้อเยื่อ จึงเกิดเป็นผื่นนูนขึ้นมา ลักษณะที่พบได้บ่อยคือผื่นนูนเป็นปื้น อาจมีสีแดง ชมพู หรือใกล้เคียงกับสีผิว มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไป บางคนขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ ขณะที่บางคนมีผื่นหลายจุดเชื่อมกันเป็นปื้นใหญ่

 

โรคลมพิษ เกิดจากอะไร

     โรคลมพิษเกิดจากการที่ร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) และสารเคมีบางชนิดออกมา ทำให้เกิดผื่นนูนแดง บวม และมีอาการคัน โดยอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ซึ่งแต่ละคนอาจมีสิ่งกระตุ้นแตกต่างกัน ดังนี้

 

  • อาหาร เช่น อาหารทะเล กุ้ง ปู หอย ไข่ นม ถั่ว และข้าวสาลี รวมถึงสารปรุงแต่งอาหาร เช่น สารกันบูด, สีผสมอาหาร
  • ยาหลายชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดลมพิษได้ ทั้งจากการแพ้ยาโดยตรง หรือผลข้างเคียงของยา เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ( แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน), ยาคลายกล้ามเนื้อ, สารทึบรังสี
  • การติดเชื้อ ทั้งไวรัสและแบคทีเรียหรือการติดเชื้อรา หรือพยาธิ สามารถกระตุ้นให้เกิดลมพิษได้
  • แมลงกัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ และแตนหรือแมลงบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้
  • สิ่งกระตุ้นทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น แสงแดด เหงื่อ การออกกำลังกาย การเสียดสี หรือแรงกดทับ
  • การสัมผัสสารบางชนิด เช่น ยางลาเท็กซ์ พืช หรือเครื่องสำอาง
  • ความเครียด อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบในบางคน
  • ระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง ผู้ป่วยลมพิษบางรายเกิดจากการมีภูมิคุ้มกันไปกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางชนิดออกมาที่ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นลมพิษขึ้น

โรคลมพิษ เกิดจากอะไร

โรคลมพิษ มีกี่ประเภท 

     โรคลมพิษสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ตามระยะเวลาที่มีอาการ โดยแต่ละประเภทจะมีลักษณะและระยะเวลาการเกิดอาการแตกต่างกัน ดังนี้

 

ลมพิษเฉียบพลัน (Acute Urticaria)

     มักมีอาการต่อเนื่องไม่เกิน 6 สัปดาห์ อาจเกิดจากอาหาร ยา การติดเชื้อ หรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ และในหลายกรณีอาการสามารถหายได้เอง

 

ลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)

     มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องนานกว่า 6 สัปดาห์ โดยอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หรือมีปัจจัยกระตุ้นบางอย่างร่วมด้วย

 

อาการของโรคลมพิษเป็นอย่างไร

     อาการของโรคลมพิษมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีลักษณะเป็น ผื่นนูนแดงหรือสีเดียวกับผิวหนัง มีอาการคัน และอาจมีอาการบวมร่วมด้วย ผื่นสามารถเกิดขึ้นได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำตัว แขน และขา โดยอาจมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน และสามารถยุบหายหรือย้ายไปเกิดบริเวณอื่นได้

 

  • ผื่นนูนแดงหรือเป็นปื้นบนผิวหนัง
  • มีอาการคันตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง
  • ผื่นเกิดขึ้นและยุบลงได้ภายในเวลาไม่นาน
  • บางรายมีอาการบวมบริเวณริมฝีปาก เปลือกตา หรือใบหน้า

อาการของโรคลมพิษ

อาการโรคลมพิษแบบไหนควรไปพบแพทย์

     แม้ลมพิษบางกรณีอาจค่อย ๆ หายได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการดังต่อไปนี้

 

  • ผื่นลมพิษ เป็นต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • บวมบริเวณริมฝีปาก เปลือกตา ใบหน้า ลิ้น หรือลำคอ
  • หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือมีเสียงหวีดขณะหายใจ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม ปวดมวนท้อง
  • มีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ไข้ ปวดข้อ อ่อนเพลีย หรือปวดบริเวณผื่น
  • ผื่นเป็นต่อเนื่อง นานกว่า 6 สัปดาห์ ซึ่งอาจเข้าข่ายลมพิษเรื้อรัง

 

โรคลมพิษ อันตรายไหม

     โดยทั่วไป โรคลมพิษไม่ใช่ภาวะอันตราย และผื่นมักค่อย ๆ ยุบหายได้เอง แต่ในบางกรณีอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงร่วมด้วย โดยเฉพาะเมื่อมี อาการบวมบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือหมดสติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ดังนั้น หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปโรงพยาบาลหรือโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

 

ลมพิษขึ้นตอนกลางคืน เกิดจากอะไร 

     ลมพิษที่ขึ้นตอนกลางคืนอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยในช่วงกลางคืนร่างกายอาจมีการหลั่งสารฮิสตามีนจากมาสต์เซลล์ (Mast cells) เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดผื่นและอาการคัน รวมถึงระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ช่วยควบคุมการอักเสบอาจลดลง ทำให้อาการลมพิษเด่นชัดขึ้นในบางราย 

 

     นอกจากนี้ สิ่งกระตุ้นรอบตัวก็อาจมีส่วนทำให้อาการกำเริบ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ผ้าปูที่นอน สารตกค้างจากผงซักฟอก อุณหภูมิห้องที่ร้อน เหงื่อ หรือการเสียดสีจากเสื้อผ้า หากพบว่าลมพิษมักเกิดช่วงกลางคืน ควรสังเกตและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการ 

 

โรคลมพิษ กี่วันหาย

     ระยะเวลาที่โรคลมพิษหายขึ้นอยู่กับสาเหตุและประเภทของลมพิษ โดยทั่วไปผื่นลมพิษแต่ละจุดมักยุบหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง แต่สามารถมีผื่นใหม่ขึ้นบริเวณอื่นได้ ทำให้อาการดูเหมือนยังไม่หาย ลมพิษเฉียบพลันมักมีอาการไม่เกิน 6 สัปดาห์ และในหลายรายอาจดีขึ้นภายในไม่กี่วันเมื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ส่วนลมพิษเรื้อรังอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ นานกว่า 6 สัปดาห์ และบางรายอาจต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อควบคุมอาการ

โรคลมพิษ กี่วันหาย

วิธีแก้โรคลมพิษอย่างง่าย ๆ ทำอย่างไรให้อาการคันลดลง

     หากมีอาการคันจากลมพิษ การดูแลผิวอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการและลดการระคายเคืองได้ โดยสามารถลองทำตามวิธีต่อไปนี้

 

  • ประคบเย็น บริเวณที่มีผื่นประมาณ 10–15 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน
  • ทาคาลาไมน์ บริเวณที่มีอาการคัน เพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง โดยใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก
  • หลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและอาการแย่ลง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อ เช่น การอาบน้ำร้อนหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน หากพบว่าเป็นสิ่งกระตุ้นให้ลมพิษกำเริบ
  • สวมเสื้อผ้าหลวมและระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการเสียดสีบริเวณที่มีผื่น

 

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเป็นโรคลมพิษ 

     การรักษาโรคลมพิษจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยเบื้องต้นแพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำการใช้ยาและการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นลมพิษเรื้อรัง ควรได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์ ซึ่งแนวทางเบื้องต้นมีดังนี้

 

  • ยาต้านฮิสตามีน เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาลมพิษ ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น หากทราบว่าอาหาร ยา หรือปัจจัยใดเป็นสาเหตุ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น สบู่หรือครีมบำรุงที่ไม่มีน้ำหอมและสารระคายเคือง
  • พบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำบ่อย เพื่อประเมินหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด เนื่องจากความเครียดอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบในบางคนสม
  • กรณีมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ลิ้นหรือคอบวม ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นภาวะแพ้รุนแรง

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเป็นโรคลมพิษ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เป็นลมพิษอาบน้ำได้ไหม

     เป็นลมพิษอาบน้ำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำที่ร้อนจัด ใช้น้ำอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ขัดหรือถูบริเวณที่มีผื่นแรง ๆ และเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดการระคายเคืองผิว

 

เป็นลมพิษประคบเย็นได้ไหม

     โดยทั่วไปเป็นลมพิษสามารถใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณที่คันประมาณ 10–20 นาทีเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากทราบว่าตัวเองเป็นลมพิษที่ถูกกระตุ้นจากความเย็น ไม่ควรใช้วิธีนี้

 

ลมพิษหายเองได้ไหม

     ลมพิษหลายกรณีสามารถหายได้เอง โดยผื่นแต่ละจุดมักหายภายใน 24 ชั่วโมง แต่ผื่นใหม่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ หากเป็นซ้ำต่อเนื่องหรือเป็นนานตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป ควรพบแพทย์

 

     โรคลมพิษเกิดจากร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน ทำให้เกิดผื่นนูนแดง บวม และมีอาการคัน โดยอาจมีสาเหตุจากอาหาร ยา การติดเชื้อ หรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ การดูแลเบื้องต้น เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ประคบเย็น และดูแลผิวอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดอาการได้ หากมีอาการรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสม

 

     นอกจากนี้ การมีประกันสุขภาพ สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เช่น ค่าห้อง ค่ายา และค่ารักษาต่าง ๆ ในกรณีเจ็บป่วย หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันสุขภาพกับ TQM ได้ฟรี หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่าง หรือโทร 1737 เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ

article created at icon08/09/69

205 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2303 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด (ค.ศ.) *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง