ไวรัสนิปาห์ คืออะไร อันตรายแค่ไหน เช็คอาการและวิธีป้องกัน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon23/01/69

310 ครั้ง

ไวรัสนิปาห์ คืออะไร อันตรายแค่ไหน เช็คอาการและวิธีป้องกัน

     การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่มักสร้างความกังวลให้กับทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ไวรัสนิปาห์ ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ไวรัสนิปาห์ คืออะไร และมีความน่ากลัวแค่ไหน วันนี้พี่หมี TQM พาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ไวรัสนิปาห์ ทั้งสาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการป้องกัน เพื่อให้คุณรู้ทันและปลอดภัยจาก ไวรัสนิปาห์ กันครับ


Key Takeaway

 

  • ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง (40-75%)
  • พาหะหลักคือ ค้างคาวแม่ไก่ (Fruit bats) แต่สามารถติดต่อผ่านสุกรหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้
  • ปัจจุบันยัง ไม่มียารักษาจำเพาะและไม่มีวัคซีนป้องกัน การรักษาทำได้เพียงประคับประคองตามอาการ
  • อาการรุนแรงที่สุดคือสมองอักเสบและปอดอักเสบรุนแรง จนถึงขั้นโคม่าและเสียชีวิต

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ไวรัสนิปาห์ คืออะไร

     ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus - NiV) คือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Paramyxoviridae สกุล Henipavirus ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน (Zoonosis) ที่มีความรุนแรง

 

     ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541-2542 (ค.ศ. 1998-1999) ในช่วงที่มีการระบาดครั้งใหญ่ในหมู่คนเลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านสุไหงนิปาห์ (Sungai Nipah) ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ไวรัสนิปาห์ นั่นเอง การระบาดของ ไวรัสนิปาห์ ในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสุกรอย่างมหาศาล

 

     ลักษณะเด่นของ ไวรัสนิปาห์ คือความสามารถในการก่อโรคที่รุนแรงทั้งในสัตว์และมนุษย์ โดย ไวรัสนิปาห์ จะเข้าไปทำลายระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหากใครสงสัยว่า ไวรัสนิปาห์ คืออะไร และน่ากลัวแค่ไหน คำตอบคือมันเป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ไวรัสนิปาห์ มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ได้

ไวรัสนิปาห์ คืออะไร

สาเหตุและแหล่งที่มาของ ไวรัสนิปาห์

     เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่า ไวรัสนิปาห์ คืออะไร เราต้องรู้แหล่งที่มา พาหะตามธรรมชาติของ ไวรัสนิปาห์ คือ ค้างคาวผลไม้ หรือที่เรียกกันว่าค้างคาวแม่ไก่ ในตระกูล Pteropus โดยการติดเชื้อ ไวรัสนิปาห์ สามารถเกิดขึ้นได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

 

  • การติดต่อจากสัตว์สู่คน : มนุษย์สามารถติดเชื้อ ไวรัสนิปาห์ ได้จากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น สุกร ม้า หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ได้รับเชื้อ ไวรัสนิปาห์ จากค้างคาว หรือการสัมผัสสิ่งขับถ่ายและสารคัดหลั่งของค้างคาวผลไม้โดยตรง
  • การบริโภคอาหารปนเปื้อน: การกินผลไม้หรือน้ำผลไม้สด ที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรือน้ำลายของค้างคาวที่มี ไวรัสนิปาห์ เป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดในบางประเทศ
  • การติดต่อจากคนสู่คน : ไวรัสนิปาห์ สามารถแพร่กระจายจากผู้ป่วยไปยังผู้ดูแลหรือบุคลากรทางการแพทย์ได้ ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น เลือด ปัสสาวะ หรือละอองฝอยจากการไอจามของผู้ที่ติดเชื้อ ไวรัสนิปาห์

 

สาเหตุและแหล่งที่มาของ ไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์ อาการเป็นอย่างไร

     หลังจากได้รับเชื้อ ไวรัสนิปาห์ เข้าสู่ร่างกาย ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 14 วัน (บางกรณีอาจนานถึง 45 วัน) อาการของ ไวรัสนิปาห์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ดังนี้

 

อาการระยะเริ่มต้น

     ผู้ป่วยที่ได้รับ ไวรัสนิปาห์ จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

 

  • มีไข้สูง ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เจ็บคอ อาเจียน
  • เวียนศีรษะ

 

อาการระยะรุนแรง

     หาก ไวรัสนิปาห์ ลุกลาม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่

 

  • อาการทางระบบหายใจ : ไวรัสนิปาห์ อาจทำให้เกิดปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
  • อาการทางระบบประสาท : นี่คือความน่ากลัวของ ไวรัสนิปาห์ คือทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงซึม สับสน ชัก และอาจหมดสติ ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • อัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ ไวรัสนิปาห์ อยู่ที่ประมาณ 40% ถึง 75% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระบาดและการดูแลรักษา

ไวรัสนิปาห์ อาการเป็นอย่างไร

การรักษา ไวรัสนิปาห์

     สำหรับแนวทางการรักษา เนื่องจากยัง ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะ และยัง ไม่มีวัคซีน ป้องกัน ไวรัสนิปาห์ ทั้งในคนและสัตว์ การรักษาจึงเป็นแบบ ประคับประคองตามอาการ เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ภูมิคุ้มกันร่างกายต่อสู้กับ ไวรัสนิปาห์ เอง เช่น การให้ยาลดไข้ การช่วยหายใจ หรือการระวังอาการชัก

 

วิธีป้องกัน ไวรัสนิปาห์

     เนื่องจาก ไวรัสนิปาห์ มีอัตราการเสียชีวิตสูง การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เมื่อเราทราบแล้วว่า ไวรัสนิปาห์ คืออะไร และแพร่เชื้ออย่างไร เราสามารถปฏิบัติตัวเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงได้ดังนี้

 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ ไม่สัมผัสสุกรที่ป่วย หรือค้างคาวแม่ไก่ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่หนาแน่น เพื่อลดความเสี่ยงรับ ไวรัสนิปาห์
  • ระวังเรื่องอาหารการกิน งดดื่มน้ำตาลสดจากต้นอินทผลัมแบบดิบ ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของ ไวรัสนิปาห์ จากน้ำลายค้างคาว
  • รักษาสุขอนามัย ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสสัตว์ หรือหลังจากดูแลผู้ป่วย
  • สวมอุปกรณ์ป้องกัน บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่สงสัยว่าติด ไวรัสนิปาห์ ต้องสวมชุด PPE หน้ากากอนามัย และถุงมืออย่างมิดชิด
  • ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุก การทานเนื้อหมูที่ปรุงสุก 100% จะช่วยทำลายเชื้อ ไวรัสนิปาห์ ได้

 

ไวรัสนิปาห์ ระบาดประเทศอะไรแล้วบ้าง

     โดยในปี 2569 นี้มีการรายงานการระบาดระลอกใหม่ใน ประเทศอินเดีย โดยเฉพาะใน รัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย นอกจากนี้แล้วยังเคยมีการระบาดในหลายๆ ประเทศมาก่อน ดังนี้

 

  • อินเดีย : มักพบการระบาดซ้ำในรัฐเกรละ (Kerala)
  • บังกลาเทศ : เป็นประเทศที่พบผู้ป่วยประปรายเกือบทุกปี มักเกิดจากการดื่มน้ำตาลสด (Date palm sap) ที่ปนเปื้อนฉี่ค้างคาว
  • มาเลเซีย : เป็นจุดกำเนิดการระบาดครั้งแรกของโลก (ปี 2541-2542) ในหมู่คนเลี้ยงหมู
  • สิงคโปร์ : เคยพบการระบาดในปี 2542 ซึ่งเชื่อมโยงกับการนำเข้าหมูจากมาเลเซีย
  • ฟิลิปปินส์ : เคยพบการระบาดในปี 2557

 

     ฉะนั้นหากต้องเดินทางไปต่างประเทศ อาจเสี่ยงกับอาการเจ็บป่วยที่ไม่คาดฝันในต่างแดน ยิ่งในสถานการณ์ที่มีข่าวโรคระบาดในประเทศแบบนี้ การมี 'ประกันการเดินทาง' ติดตัวไว้จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยให้เบาใจได้มากกว่า เพราะไม่เพียงแค่คุ้มครองอุบัติเหตุ แต่ยังครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยที่มักจะสูง ให้คุณได้รับการรักษาอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับค่ารักษา

 

คำถามที่พบบ่อย

ไวรัสนิปาห์ มีวัคซีนป้องกันหรือไม่?

ปัจจุบันยัง ไม่มีวัคซีน สำหรับป้องกัน ไวรัสนิปาห์ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง

 

ไวรัสนิปาห์ พบในประเทศไทยหรือไม่? 

     ไวรัสนิปาห์ ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย เพียงแต่ต้องมีการเฝ้าระวัง ไวรัสนิปาห์ อย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีรายงานการระบาดใหญ่ในคน แต่เนื่องจากมีค้างคาวผลไม้ซึ่งเป็นพาหะของ ไวรัสนิปาห์ อยู่ในพื้นที่ จึงยังคงมีความเสี่ยงและต้องไม่ประมาท

ไวรัสนิปาห์

     สรุปแล้ว ไวรัสนิปาห์เป็นภัยเงียบจากสัตว์สู่คนที่อันตรายและยังไม่มียารักษา การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ไวรัสนิปาห์ ทั้งในเรื่องสาเหตุ อาการ และการป้องกัน จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงในการสัมผัสและแพร่กระจายเชื้อได้ แม้ว่าในปัจจุบันการระบาดของ ไวรัสนิปาห์ อาจยังไม่เกิดขึ้นในวงกว้างในทุกพื้นที่ แต่การเฝ้าระวังและไม่ประมาทต่อ ไวรัสนิปาห์ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

article created at icon23/01/69

310 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง