เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ไวรัส HPV เป็นเชื้อไวรัสที่หลายคนอาจเคยได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับ “มะเร็งปากมดลูก” หรือ “หูดหงอนไก่” แต่ความจริงแล้ว ไวรัส HPV ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน และหลายครั้งผู้ที่ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัว เพราะ ไวรัส HPV อาการ มักไม่ชัดเจน หรือบางคนอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส HPV เกิดจากอะไร อาการเป็นแบบไหน ติดต่อผ่านทางไหนได้บ้าง กันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ไวรัส HPV หรือ Human Papillomavirus คือกลุ่มเชื้อไวรัสที่สามารถติดเชื้อบริเวณผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ปากมดลูก ทวารหนัก ปาก และลำคอ โดย ไวรัส HPV มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดธรรมดา บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิด โดยทั่วไป ไวรัส HPV แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
ไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ มักเกี่ยวข้องกับการเกิดหูด เช่น หูดที่ผิวหนัง หรือหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ แม้จะสร้างความกังวลและรบกวนการใช้ชีวิต แต่โดยทั่วไปมักไม่ใช่กลุ่มที่ทำให้เกิดมะเร็ง
ไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะหากติดเชื้อเป็นเวลานานและร่างกายกำจัดเชื้อไม่ได้ อาจทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศบางชนิด

ไวรัส HPV เกิดจากการติดเชื้อ Human Papillomavirus ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสกับผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก และลำคอ ในมุมของพฤติกรรมเสี่ยง สาเหตุสำคัญมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดทางเพศ ดังนี้
ไวรัส HPV ติดต่อได้หลัก ๆ ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสใกล้ชิดทางเพศ แม้ไม่มีการสอดใส่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ หากมีการสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศกับบริเวณที่มีเชื้อ ดังนี้
ช่องทางที่พบบ่อยที่สุดของ ไวรัส HPV คือการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก เชื้อสามารถอยู่บริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุ จึงติดต่อได้แม้ผู้ติดเชื้อไม่มีแผล ไม่มีหูด หรือไม่มีอาการใด ๆ
ไวรัส HPV สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้ เช่น การถูไถหรือสัมผัสใกล้ชิด แม้ไม่ได้มีการสอดใส่ก็ตาม
แม้จะพบได้น้อยมาก แต่การใช้ของส่วนตัวที่สัมผัสกับสารคัดหลั่งโดยตรงร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือของเล่นผู้ใหญ่ (Sex Toys) ที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง ก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นกัน
ในกรณีที่มารดามีรอยโรคหูดหงอนไก่ที่ช่องคลอดในขณะคลอดบุตร ทารกอาจได้รับเชื้อจากการสัมผัสช่องคลอดระหว่างการคลอดธรรมชาติได้

ในช่วงแรกของการติดเชื้อ ไวรัส HPV อาการ มักจะไม่แสดงออกมาเลย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ (ประมาณ 80-90%) จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจะกำจัดเชื้อออกไปได้เองภายใน 1-2 ปีโดยไม่มีอาการใดๆ ซึ่งอาการของการติดเชื้อ HPV ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
ในผู้หญิง ไวรัส HPV อาการอาจไม่แสดงออกชัดเจน โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ปากมดลูก ผู้หญิงบางคนอาจรู้ว่ามีความผิดปกติก็ต่อเมื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น Pap smear หรือ HPV test แล้วพบเซลล์ผิดปกติ หากไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงสูงอยู่ในร่างกายนาน อาจทำให้เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนแปลง และหากไม่ได้ตรวจหรือรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกในอนาคต
ในผู้ชายไวรัส HPV อาการอาจแสดงเป็นหูดบริเวณอวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ ทวารหนัก หรือบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศ แต่ผู้ชายจำนวนมากก็อาจไม่มีอาการเช่นกัน แม้ผู้ชายจะไม่มีอาการ แต่ยังสามารถมีเชื้อ ไวรัส HPV และแพร่เชื้อให้คู่นอนได้ นอกจากนี้ ไวรัส HPV บางสายพันธุ์ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งช่องปากและลำคอ

การตรวจ ไวรัส HPV ช่วยค้นหาความเสี่ยง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การตรวจมักทำร่วมกับการตรวจเซลล์ปากมดลูกหรือ Pap smear ตามคำแนะนำของแพทย์
เมื่อทราบว่าติดเชื้อ ไวรัส HPV สิ่งสำคัญคือไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายใน 1-2 ปี อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ดังนี้
ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษา ไวรัส HPV ให้หายโดยตรง แต่ร่างกายของหลายคนสามารถกำจัดเชื้อได้เองตามธรรมชาติ ส่วนการรักษาจะเน้นรักษาอาการหรือโรคที่เกิดจาก ไวรัส HPV เช่น หูดหงอนไก่ เซลล์ผิดปกติ หรือมะเร็งระยะเริ่มต้น
แพทย์อาจรักษาหูดหงอนไก่ด้วยการใช้ยา จี้เย็น จี้ไฟฟ้า เลเซอร์ หรือวิธีอื่นตามความเหมาะสม ไม่ควรซื้อยามาทาเอง เพราะบริเวณอวัยวะเพศบอบบางและอาจเกิดการระคายเคืองได้
หากตรวจพบความผิดปกติของเซลล์จาก ไวรัส HPV แพทย์อาจนัดติดตาม ตรวจซ้ำ หรือรักษาเฉพาะจุด ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติ
แม้ไวรัส HPV จะพบได้บ่อย แต่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้หลายวิธี โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน การตรวจคัดกรอง และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ดังนี้
วัคซีน HPV ช่วยป้องกัน ไวรัส HPV บางสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิดได้ โดยควรฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังอาจได้รับประโยชน์จากวัคซีนในบางกรณี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
การใช้ถุงยางอนามัยช่วยลดโอกาสติด ไวรัส HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะ ไวรัส HPV อาจอยู่บริเวณผิวหนังที่ถุงยางไม่ได้ปกคลุม
ผู้หญิงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการติด ไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงสูงอาจไม่มีอาการ การตรวจช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การมีคู่นอนคนเดียวที่ไม่มีความเสี่ยง การหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน และการสื่อสารกับคู่เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ช่วยลดโอกาสได้รับ ไวรัส HPV ได้

ไวรัส HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยและติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะผ่านการมีเพศสัมพันธ์อาการอาจมีได้ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงเกิดหูดหงอนไก่ ติ่งเนื้อ หรือความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ การป้องกันไวรัส HPV ทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV ใช้ถุงยางอนามัย ลดพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการรู้เร็ว ป้องกันเร็ว และรักษาเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายในอนาคตได้
อีกสิ่งสำคัญคือการมีประกันสุขภาพเพื่อเป็นเกราะป้องกัน ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยแบ่งเบาภาระค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ได้ฟรี หรือโทร 1737 เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงครับ
131 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2233 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
