13 โรคภัยสุขภาพ หวั่นระบาด พร้อมบอกอาการ ค่ารักษา วิธีป้องกัน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon21/08/68

257 ครั้ง

13 โรคภัยสุขภาพ หวั่นระบาด พร้อมบอกอาการ ค่ารักษา วิธีป้องกัน

    ช่วงนี้หลายคนอาจเริ่มสังเกตว่าไม่ว่าจะเปิดทีวี อ่านข่าว หรือไถมือถือ ก็มักเห็นข่าวเรื่องโรคระบาดกันอยู่ตลอด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เองก็ออกมาอัปเดต 13 โรคและภัยสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวังในเดือนสิงหาคม 2568 โดยพบทั้งโรคที่เราคุ้นเคยอย่าง โควิด-19, ไข้หวัดใหญ่, RSV, ไข้เลือดออก รวมถึงโรคที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูอย่าง ฝีดาษวานร Clade Ib, โรคลีเจียนแนร์ หรือโรคเมลิออยโดสิส (ไข้ดิน)

    บทความนี้พี่หมี TQM จะพาไปเจาะลึกว่า แต่ละโรคมีสถิติผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิตล่าสุดเป็นอย่างไร อันตรายแค่ไหน รักษายังไง และถ้าเป็นขึ้นมาจะมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ เผื่อทุกคนจะได้ระวังตัวกันมากขึ้น และเตรียมรับมือได้ถูกครับ

 

1. โควิด-19

สถานการณ์: ปี 2568 ผู้ป่วย 611,616 ราย เสียชีวิต 257 ราย ระบาดเป็นกลุ่มก้อน 43 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่ในสถานศึกษา (ตามข่าว)

อาการ: ไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย บางรายหายใจลำบาก/แน่นหน้าอก และอาจสูญเสียการรับรส–กลิ่น

การรักษา: ส่วนใหญ่ “ประคับประคองตามอาการ” ยาต้านไวรัสพิจารณาเป็นรายกรณี (กลุ่มเสี่ยง/อาการเริ่มภายในเวลาที่เหมาะสม) การแยกกักช่วยลดแพร่เชื้อ

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ผู้ป่วยนอกหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; แอดมิทเอกชนตั้งแต่ 30,000–100,000 บาท (ถ้ามีออกซิเจน/ยาต้านไวรัส/ห้องแยก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น)

การป้องกัน: วัคซีนกระตุ้นตามช่วงเวลาที่แนะนำ สวมหน้ากากในที่แออัด ล้างมือบ่อย ระบายอากาศดี

 

2. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

สถานการณ์: 1 ม.ค.–13 ส.ค. 2568 ผู้ป่วย 440,961 ราย เสียชีวิต 53 ราย เด็ก 5–9 ปี ป่วยมากสุด สายพันธุ์เด่น A/H1N1 (ตามข่าว)

อาการ: ไข้สูง ปวดเมื่อย หนาวสั่น ไอ/เจ็บคอ น้ำมูกไหล บางรายมีปอดอักเสบ

การรักษา: ยาต้านไวรัส (เช่น oseltamivir) + พักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ เริ่มยาเร็วช่วยลดความรุนแรง

วัคซีน: แนะนำฉีดทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง บุคลากรแพทย์/หญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น).

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ผู้ป่วยนอกหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; แอดมิทเอกชนประมาณ 10,000–40,000 บาท

การป้องกัน: ฉีดวัคซีนประจำปี ปิด–ล้าง–เลี่ยง–หยุด (ปิดปากจมูกเวลาไอจาม/ล้างมือ/เลี่ยงที่แออัด/หยุดเรียน–งานเมื่อป่วย)

โรคระบาด

3. RSV (ไวรัสอาร์เอสวี)

สถานการณ์: ปี 2568 ผู้ป่วย 4,221 ราย แนวโน้ม “เพิ่มสูง” และมากกว่าปี 2567 (ตามข่าว)

อาการ: ติดได้ทุกวัย แต่รุนแรงในเด็กเล็ก/คลอดก่อนกำหนด/ผู้สูงอายุ—ไอ มีเสมหะ หลอดลมอักเสบ หายใจหอบ บางรายปอดบวม

การรักษา: ยัง ไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ; รักษาประคับประคอง (ดูดเสมหะ ออกซิเจน ให้สารน้ำ) ตามอาการและความรุนแรง.

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ผู้ป่วยนอกหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; ถ้าเข้าห้อง ICU เด็กเล็กอาจ 80,000–150,000 บาท

การป้องกัน: ปิด–ล้าง–เลี่ยง–หยุด ทำความสะอาดพื้นผิว/ของเล่น หลีกเลี่ยงพาเด็กเล็กไปที่แออัด ช่วงระบาด

 

4. ไข้เลือดออก (Dengue)

สถานการณ์: ผู้ป่วย 36,439 ราย เสียชีวิต 41 ราย พบบ่อยในวัยเรียน แต่อัตราป่วยตายสูงในคนอายุ ≥45 ปี และมีโรคประจำตัว (ตามข่าว)

อาการ: ไข้สูงทันที 2–7 วัน ปวดศีรษะ/กระบอกตา ปวดเมื่อย จุดแดงใต้ผิวหนัง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ระยะอันตรายอาจมีเลือดออก/ช็อก

การรักษา: ไม่มีต้านไวรัสจำเพาะ ดูแลประคับประคอง ให้สารน้ำ เฝ้าระวังใกล้ชิด ใช้ พาราเซตามอล ลดไข้ และ หลีกเลี่ยง NSAIDs/แอสไพริน/ไอบูโพรเฟน เพราะเสี่ยงเลือดออก.

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: แอดมิทเอกชน 3–5 คืน โดยทั่วไป 20,000–60,000 บาท; ถ้าช็อก/เลือดออกมาก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

การป้องกัน: กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย (แห้ง–ปิด–เปลี่ยนน้ำ) ทายากันยุง ใส่เสื้อแขนยาว เลี่ยงยุงชุกช่วงเช้า–เย็น

ไข้เลือดออก

5. ชิคุนกุนยา (ไข้ปวดข้อยุงลาย)

สถานการณ์: ผู้ป่วย 902 ราย สูงกว่าปี 2567 2.2 เท่า มีคลัสเตอร์เชียงใหม่ บึงกาฬ ลำพูน (ตามข่าว)

อาการ: ไข้สูงเฉียบพลัน + “ปวดข้อรุนแรง” ปวดกล้าม มีผื่น บางรายปวดข้อยืดเยื้อหลายสัปดาห์–เดือน

การรักษา: ประคับประคอง ให้สารน้ำ/พักผ่อน ติดตามอาการปวดข้ออย่างต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: รักษาผู้ป่วยนอกหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; แอดมิท 2–3 คืน ราว 10,000–25,000 บาท

การป้องกัน: เหมือนไข้เลือดออก-กันยุง/กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์

 

6. มาลาเรีย

สถานการณ์: ผู้ป่วย 9,201 ราย เสียชีวิต 2 ราย พบต่อเนื่องตามชายแดนตะวันตก (ตามข่าว)

อาการ: ไข้เป็น ๆ หาย ๆ หนาวสั่น เหงื่อออกมาก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย บางรายซีด/ตับ–ม้ามโต

การรักษา: ยาต้านมาลาเรียตามชนิดเชื้อ/ความรุนแรง (เช่น artesunate/ACTs ฯลฯ) ต้องกินครบตามแพทย์สั่ง

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ไม่รุนแรงหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; มาลาเรียรุนแรง/มีอวัยวะล้มเหลวอาจแตะ 50,000 บาท หรือมากกว่า

การป้องกัน: ทายากันยุง นอนมุ้ง/มุ้งชุบสารเคมี ใส่แขน–ขายาว โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าป่า/ไร่/ชายแดน

 

7. เอชไอวี/เอดส์

สถานการณ์: ผู้อยู่ร่วมเอชไอวีสะสม 551,293 ราย เสียชีวิตสะสม 7,165 ราย (ส่วนใหญ่โรคฉวยโอกาส) – ตามข่าว

อาการ: ระยะแรกคล้ายไข้หวัด จากนั้นภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงติดเชื้อ/มะเร็งฉวยโอกาส

การรักษา: ยาต้านไวรัส (ART) ต่อเนื่องตลอดชีวิต รักษาเร็ว–กินสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุและกดไวรัสจนโอกาสแพร่เชื้อลดลงมาก

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ภาครัฐดูแลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิ; เอกชนค่ายา/ติดตามเดือนละ 5,000–15,000 บาท (หลายปัจจัย)

การป้องกัน: มีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย ใช้ถุงยาง/PrEP ตรวจเลือดสม่ำเสมอ เข้าระบบรักษาทันทีถ้าตรวจพบ

ฝีดาษลิง

8. ฝีดาษลิง (Mpox)

สถานการณ์: สะสม 921 ราย เสียชีวิต 13 ราย ในไทยพบ Clade II ระบาดทั่วโลก และตรวจพบ Clade Ib จากต่างประเทศสะสม 5 ราย (ตามข่าว) ภาพรวมโลกยังพบ Clade I และ II หมุนเวียน

อาการ: ไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต ตามด้วยผื่น–ตุ่มน้ำ–ตุ่มหนอง เจ็บแผล

การรักษา: แยกกัก ดูแลตามอาการ บางรายพิจารณายาเฉพาะทางตามดุลยพินิจแพทย์

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: แอดมิทเอกชน 7–14 วัน โดยทั่วไป 40,000–80,000 บาท (ขึ้นกับแผล/ภาวะแทรกซ้อน)

การป้องกัน: เลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้มีผื่นสงสัย ไม่ใช้ของร่วม ล้างมือ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม ติดตามข่าวพื้นที่เสี่ยง

 

9. ไวรัสตับอักเสบบี–ซี

สถานการณ์: ข่าวระบุว่า “ราว 70% ของมะเร็งตับในไทยเกี่ยวโยง HBV/HCV” (อิงตามข่าว)

อาการ: ระยะแรกมักเงียบ ต่อมาอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัว–ตาเหลือง ถ้าเรื้อรังเสี่ยงตับแข็ง–มะเร็งตับ

การรักษา: ยาต้านไวรัส/ติดตามภาวะแทรกซ้อน; โรครุนแรงอาจต้องปลูกถ่ายตับ

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ติดเชื้อเรื้อรังติดตามยาวนานหลักหมื่น–หลักแสนต่อปี; ถ้าเป็นมะเร็งตับรวมการผ่าตัด/ยามุ่งเป้า/ฉายรังสี อาจแตะ 500,000–1,000,000 บาท+

การป้องกัน: ตรวจเลือดคัดกรอง (โดยเฉพาะผู้เกิดก่อนปี 2535/กลุ่มเสี่ยง) tiวัคซีน HBV (สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นกับสิทธิและหน่วยบริการ) งดเข็ม–ของมีคมร่วม งดพฤติกรรมเสี่ยง

ไข้หวัดนก

10. ไข้หวัดนก (Avian Influenza)

สถานการณ์: ทั่วโลกผู้ป่วย 986 ราย เสียชีวิต 473 ราย อัตราตายสูง ~48%; ไทยความเสี่ยงต่ำแต่ยังต้องเฝ้าระวัง (ตามข่าว)

อาการ: ไข้สูง ไอ หายใจลำบาก ปอดอักเสบรุนแรง อาจตาแดง

การรักษา: ต้านไวรัสกลุ่ม neuraminidase inhibitors ตามดุลยพินิจแพทย์ + ประคับประคองใกล้ชิด

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ถ้าเข้าห้องไอซียู/ใส่ท่อช่วยหายใจ มัก 100,000–300,000 บาท+

การป้องกัน: กิน “สุก–สะอาด” เลี่ยงสัมผัสสัตว์ปีก/สุกร/โคนมที่ป่วยหรือตายผิดปกติ สวมถุงมือ–หน้ากากเมื่อต้องสัมผัส

 

11. โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ disease)

สถานการณ์: ไทยรายงาน 44 ราย เสียชีวิต 1 ราย ปี 2568 (ตามข่าว)
ต้นตอ: เชื้อ Legionella ในระบบน้ำ–ละอองน้ำของอาคาร (เช่น Cooling tower/ฝักบัว/อ่างน้ำ) แพร่โดย การสูดละอองน้ำที่มีเชื้อ ไม่ใช่รับจากคนสู่คน

อาการ: ปอดอักเสบรุนแรง—ไข้สูง หนาวสั่น ไอแห้ง→มีเสมหะ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ปวดศีรษะ/เมื่อยล้า

การรักษา: ยาปฏิชีวนะกลุ่มที่ครอบคลุม Legionella (เช่น macrolide/fluoroquinolone) + ประคับประคอง

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: แอดมิท 5–7 วัน มัก 30,000–70,000 บาท; ถ้าไอซียูสูงกว่า

การป้องกัน (ผู้ประกอบการที่พัก/อาคาร): ควบคุมอุณหภูมิน้ำ รักษาความสะอาดระบบน้ำ/แอร์ ตรวจเชื้อเป็นระยะ ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน/UV/โอโซน เปิดใช้น้ำสม่ำเสมอ (แนวปฏิบัติตามหลักการควบคุม Legionella)

ไข้ฉี่หนู

12. เลปโตสไปโรสิส (ไข้ฉี่หนู)

สถานการณ์: 1 ม.ค.–13 ส.ค. 2568 ผู้ป่วย 2,298 ราย เสียชีวิต 29 ราย (ตามข่าว)

อาการ: หลังลุยน้ำ/ย่ำโคลน 2–14 วัน ไข้สูง ปวดหัว–เมื่อยกล้ามเนื้อ อาจดีซ่าน ไตวาย เลือดออก

การรักษา: ยาปฏิชีวนะ (เช่น doxycycline/penicillin/ceftriaxone ตามความรุนแรง) + เฝ้าระวังอวัยวะล้มเหลว

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ผู้ป่วยนอกหลักพัน–หลักหมื่นต้น ๆ; ถ้าไตวาย/ภาวะแทรกซ้อนอาจ ≥100,000 บาท

การป้องกัน: หลีกเลี่ยงลุยน้ำ–ย่ำโคลน ใส่บู๊ต/ถุงมือเมื่อจำเป็น อาบน้ำฟอกสบู่ทันทีหลังสัมผัสน้ำ/ดิน

 

13. เมลิออยโดสิส (ไข้ดิน)

สถานการณ์: ปี 2568 ผู้ป่วย 2,436 ราย เสียชีวิต 116 ราย (ตามข่าว) เป็นโรคประจำถิ่นสำคัญของไทยในคนทำเกษตร

อาการ: ไข้เรื้อรัง ปอดอักเสบ ฝี/หนองในอวัยวะต่าง ๆ อาจกระจายหลายระบบ

การรักษา: ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ สองระยะ—ให้ทางหลอดเลือด 2–8 สัปดาห์ แล้วกินยาต่อ 3–6 เดือน เพื่อป้องกันกลับเป็นซ้ำ

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: ถ้าต้องนอน รพ.นาน + กินยาต่อหลายเดือน ค่าใช้จ่ายสะสมอาจ หลักแสน (≥200,000 บาท)

การป้องกัน: เลี่ยงสัมผัสดิน–น้ำโดยตรง ใส่บู๊ต/ถุงมือ–กางเกงขายาว ปิดบาดแผลให้มิดชิด ล้างตัวทันทีหลังงานภาคสนาม หลีกเลี่ยงสูดฝุ่นแรง ๆ

 

    จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่าโรคหลายชนิดแม้จะ “ไม่ใช่โรคใหม่” แต่ยังระบาดอยู่ตลอดเวลา และ ค่ารักษาพยาบาลแต่ละโรคสูงมาก โดยเฉพาะหากต้องนอนโรงพยาบาลเอกชนที่ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งหลักหมื่นถึงหลักแสน การดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ฉีดวัคซีนตามที่ภาครัฐแนะนำ รวมถึงการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ถือเป็นสิ่งที่ช่วยลดโอกาสป่วยได้ แต่ถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจริง ๆ การมี ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้มาก ถ้าใครอยากรู้ว่าเบี้ยประกันสุขภาพที่เหมาะกับตัวเองเริ่มต้นเท่าไหร่ ลองกดเช็กเบี้ยประกันสุขภาพกับ TQM ได้เลย เบี้ยเริ่มต้นหลักสิบต่อวัน แต่ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายหลักแสนได้จริง

article created at icon21/08/68

257 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง