เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่า ร้อนขึ้นทุกปี แบบรู้สึกได้จริง หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส และไม่ได้ร้อนแค่ตอนกลางวัน แต่ยังอบอ้าวต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป คือ ความร้อน ไม่ได้แค่ทำให้เราเหงื่อออกหรือรู้สึกเหนื่อยง่ายเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเข้าใจถึง ฮีทสโตรก คืออะไร อาการเป็นยังไง และที่สำคัญ “ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยง” เพื่อให้คุณป้องกันตัวเองและคนรอบข้างได้ทันก่อนสายเกินไป
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น (Tropical Climate) ทำให้มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงมีนาคม - พฤษภาคม ที่เรียกว่า “ฤดูร้อนเต็มตัว” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า
สิ่งที่น่ากังวลคือ “อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้” มักสูงกว่าค่าที่วัดได้จริง เพราะมีปัจจัยร่วม เช่น ความชื้นในอากาศ มลพิษ เช่น PM2.5 และการสะสมความร้อนในเมือง (Urban Heat) เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับความร้อนสูงต่อเนื่อง ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มทำงานหนัก และหากไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน อาจนำไปสู่ฮีทสโตรกได้ในที่สุด

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินปกติ (มากกว่า 40°C) และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะควบคุมอุณหภูมิผ่าน การขับเหงื่อ การไหลเวียนของเลือด และ การระบายความร้อนผ่านผิวหนัง แต่เมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด หรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน ระบบเหล่านี้อาจ “ล้มเหลว” ทำให้ความร้อนสะสมในร่างกายอย่างรวดเร็ว
แม้จะเรียกรวมว่า ฮีทสโตรก เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมี “สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง และลักษณะการเกิด” แตกต่างกันอย่างชัดเจน
1. Classic Heat Stroke คือ ฮีทสโตรกที่เกิดจาก การสัมผัสความร้อนสะสม เป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการใช้แรงหรือออกกำลังกายหนักร่วมด้วย
2. Exertional Heat Stroke คือ ฮีทสโตรกที่เกิดจากการสร้างความร้อนในร่างกายสูงเกินไป จากการออกแรงหรือทำกิจกรรมหนัก โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน

โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก เป็นภาวะฉุกเฉินที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เกิดจากความร้อนสะสมจนระบบระบายความร้อนทำงานล้มเหลว หากไม่รีบช่วยเหลือ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาการของฮีทสโตรกสามารถสังเกตได้จากหลายระบบของร่างกาย ดังนี้
อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเกินขีดที่ร่างกายควบคุมได้ ทำให้ระบบต่าง ๆ เริ่มทำงานผิดปกติอย่างรวดเร็ว
ผิวหนังจะมีลักษณะแดงและร้อนจัด ที่สำคัญคือมัก “ไม่มีเหงื่อออก” เพราะระบบระบายความร้อนหยุดทำงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่เกิดจากการออกแรงหนัก อาจยังมีเหงื่อออกได้บ้าง
ความร้อนที่สูงเกินไปจะส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด วิงเวียน สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีอาการเพ้อ ในกรณีรุนแรง อาจชัก หรือหมดสติได้
ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนด้วยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ชีพจรแรง และหายใจถี่ หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะแบบตุบ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลียอย่างมาก จนไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้

7 กลุ่มเสี่ยงหลักที่เสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ได้แก่ ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง, เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้มีโรคประจำตัว, คนอ้วน, และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จัด ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตจากอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดและดื่มน้ำให้เพียงพอ
กลุ่มนี้ต้องเผชิญกับความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน เช่น เกษตรกร ช่างก่อสร้าง ทหาร หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เมื่อร่างกายได้รับความร้อนจากภายนอกต่อเนื่อง และยังมีการใช้แรงจากภายใน จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้พักหรือดื่มน้ำเพียงพอ มีโอกาสเกิดฮีทสโตรกได้ง่าย
เด็กเล็กยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี ขณะที่ผู้สูงอายุ ระบบร่างกายเริ่มเสื่อมลง รวมถึงการขับเหงื่อและการไหลเวียนเลือด ทั้งสองกลุ่มนี้มักไม่สามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนได้ทัน และบางครั้งไม่สามารถบอกอาการผิดปกติได้ชัดเจน จึงเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงโดยไม่ทันรู้ตัว
ผู้ที่มีโรค เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคอ้วน มักมีระบบไหลเวียนเลือดและการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อเจออากาศร้อนจัด ร่างกายจะรับมือได้ยากกว่าคนทั่วไป และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เร็วขึ้น
การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า และระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะระบบควบคุมอุณหภูมิ เมื่อเจออากาศร้อน ร่างกายจะตอบสนองได้ช้าลง เหนื่อยง่าย และเสี่ยงเกิดฮีทสโตรกได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แอลกอฮอล์มีผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ รวมถึงลดความสามารถในการรับรู้สภาพร่างกายของตัวเอง ทำให้บางคนไม่รู้ตัวว่ากำลังขาดน้ำหรือร้อนเกินไป ส่งผลให้เกิดฮีทสโตรกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดหรือในที่อากาศร้อน
หญิงตั้งครรภ์จะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติอยู่แล้ว และมีการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้น เมื่อเจอสภาพอากาศร้อนจัด ร่างกายจะสะสมความร้อนได้ง่ายขึ้น และอาจส่งผลต่อทั้งแม่และทารกในครรภ์
การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานทำให้ร่างกายคุ้นชินกับอุณหภูมิเย็น เมื่อออกไปเจอแดดจัดแบบทันที ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว หรือร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายที่อุณหภูมิสูงที่สุด
ฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้เร็วภายใน 10–60 นาที โดยเฉพาะในกรณีที่อยู่กลางแดดจัดหรือออกแรงหนักต่อเนื่อง หากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน อุณหภูมิจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วและเข้าสู่ภาวะอันตรายได้ในเวลาไม่นาน
อยู่ในรถที่จอดตากแดดเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกมาก เพราะอุณหภูมิภายในรถสามารถสูงกว่าภายนอกหลายองศา และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที แม้จอดไม่นานก็อาจทำให้ร่างกายร้อนเกินจนเกิดฮีทสโตรกได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง
การดื่มน้ำเย็นช่วยลดความเสี่ยงฮีทสโตรกได้ในระดับหนึ่ง เพราะช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียและช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ยังจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแดดจัด พักเป็นระยะ และไม่ฝืนทำกิจกรรมในอากาศร้อนจัดร่วมด้วย
ในช่วงที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ โรคจากความร้อนอย่างฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจมีค่ารักษาพยาบาลตามมา โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากอยากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและครอบครัว ลองเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ให้เหมาะกับงบและความคุ้มครองที่ต้องการ จะช่วยให้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในภายหลัง หรือปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 พี่หมียินดีให้บริการครับ
775 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2204 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
