7 กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก รู้ทันก่อนร่างกายพังในหน้าร้อน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon08/04/69

775 ครั้ง

7 กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก รู้ทันก่อนร่างกายพังในหน้าร้อน

    ช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่า ร้อนขึ้นทุกปี แบบรู้สึกได้จริง หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส และไม่ได้ร้อนแค่ตอนกลางวัน แต่ยังอบอ้าวต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป คือ ความร้อน ไม่ได้แค่ทำให้เราเหงื่อออกหรือรู้สึกเหนื่อยง่ายเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเข้าใจถึง ฮีทสโตรก คืออะไร อาการเป็นยังไง และที่สำคัญ “ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยง” เพื่อให้คุณป้องกันตัวเองและคนรอบข้างได้ทันก่อนสายเกินไป


Key Takeaway

 

  • อุณหภูมิประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความเสี่ยงฮีทสโตรกเพิ่มมากขึ้น
  • ฮีทสโตรกเกิดจากร่างกายร้อนเกิน 40°C และระบบระบายความร้อนล้มเหลว เป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต
  • อาการสำคัญคือ ตัวร้อนจัด ผิวแห้ง สับสน หัวใจเต้นเร็ว และอาจหมดสติ
  • มีทั้งแบบสะสมความร้อน (พบในผู้สูงอายุ) และแบบเกิดเร็วจากการใช้ร่างกายหนัก (พบในวัยทำงาน/นักกีฬา)
  • กลุ่มเสี่ยงหลัก ได้แก่ คนทำงานกลางแดด เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ร่างกายอ่อนล้า

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


สถิติอุณหภูมิประเทศไทย

    ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น (Tropical Climate) ทำให้มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงมีนาคม - พฤษภาคม ที่เรียกว่า “ฤดูร้อนเต็มตัว” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า

 

  • อุณหภูมิสูงสุดในหลายจังหวัดแตะ 40–44 องศาเซลเซียส
  • ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) บางวันสูงเกิน 50°C
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี
  • เกิดคลื่นความร้อน (Heat Wave) บ่อยขึ้น

 

    สิ่งที่น่ากังวลคือ “อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้” มักสูงกว่าค่าที่วัดได้จริง เพราะมีปัจจัยร่วม เช่น ความชื้นในอากาศ มลพิษ เช่น PM2.5 และการสะสมความร้อนในเมือง (Urban Heat) เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับความร้อนสูงต่อเนื่อง ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มทำงานหนัก และหากไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน อาจนำไปสู่ฮีทสโตรกได้ในที่สุด

โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก

โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) คือ

    โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินปกติ (มากกว่า 40°C) และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะควบคุมอุณหภูมิผ่าน การขับเหงื่อ การไหลเวียนของเลือด และ การระบายความร้อนผ่านผิวหนัง แต่เมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด หรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน ระบบเหล่านี้อาจ “ล้มเหลว” ทำให้ความร้อนสะสมในร่างกายอย่างรวดเร็ว

 

ฮีทสโตรกแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

    แม้จะเรียกรวมว่า ฮีทสโตรก เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมี “สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง และลักษณะการเกิด” แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

1. Classic Heat Stroke คือ ฮีทสโตรกที่เกิดจาก การสัมผัสความร้อนสะสม เป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการใช้แรงหรือออกกำลังกายหนักร่วมด้วย

 

  • มักเกิดในช่วงอากาศร้อนจัดหลายวันต่อเนื่อง ร่างกายค่อย ๆ สะสมความร้อนทีละน้อย อาการจะค่อยเป็นค่อยไป แต่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • มักเกิดในผู้สูงอายุ หรือคนที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยติดเตียง เพราะกลุ่มนี้มักไม่รู้ตัว ว่าร่างกายกำลังร้อนเกินไป เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว อาจเริ่มมีอาการเวียนหัว อ่อนเพลีย แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ จนสุดท้ายร่างกายเข้าสู่ภาวะวิกฤตโดยไม่มีใครสังเกต

 

2. Exertional Heat Stroke  คือ ฮีทสโตรกที่เกิดจากการสร้างความร้อนในร่างกายสูงเกินไป จากการออกแรงหรือทำกิจกรรมหนัก โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน

 

  • มักเกิดขึ้นรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นาน (บางครั้งไม่ถึง 1 ชั่วโมง) อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงอย่างฉับพลัน มักเกิดระหว่างหรือหลังทำกิจกรรมหนัก
  • พบได้ในคนหนุ่มสาว เช่น นักกีฬา (วิ่งมาราธอน ฟุตบอล ฟิตเนสกลางแจ้ง) ทหารฝึกภาคสนาม คนงานก่อสร้าง / แรงงานกลางแจ้ง คนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายหนักแบบหักโหม เพราะเป็นการเพิ่มความร้อนจากภายใน กับ ความร้อนจากภายนอก พร้อมกัน ร่างกายผลิตความร้อนจากกล้ามเนื้อจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน อากาศภายนอกก็ร้อนจัด ทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน

อาการของฮีทสโตรก

อาการของโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke)

    โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก เป็นภาวะฉุกเฉินที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เกิดจากความร้อนสะสมจนระบบระบายความร้อนทำงานล้มเหลว หากไม่รีบช่วยเหลือ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาการของฮีทสโตรกสามารถสังเกตได้จากหลายระบบของร่างกาย ดังนี้

 

อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ

อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเกินขีดที่ร่างกายควบคุมได้ ทำให้ระบบต่าง ๆ เริ่มทำงานผิดปกติอย่างรวดเร็ว

 

ผิวหนังร้อน แดง และแห้ง

ผิวหนังจะมีลักษณะแดงและร้อนจัด ที่สำคัญคือมัก “ไม่มีเหงื่อออก” เพราะระบบระบายความร้อนหยุดทำงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่เกิดจากการออกแรงหนัก อาจยังมีเหงื่อออกได้บ้าง

 

อาการทางระบบประสาท

ความร้อนที่สูงเกินไปจะส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด วิงเวียน สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีอาการเพ้อ ในกรณีรุนแรง อาจชัก หรือหมดสติได้

 

หัวใจเต้นเร็ว และหายใจถี่

ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนด้วยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ชีพจรแรง และหายใจถี่ หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้

 

อาการร่วมอื่น ๆ

ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะแบบตุบ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลียอย่างมาก จนไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้

กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก

7 กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก

    7 กลุ่มเสี่ยงหลักที่เสี่ยงป่วยโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ได้แก่ ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง, เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้มีโรคประจำตัว, คนอ้วน, และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จัด ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตจากอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดและดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

1. ผู้ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดจัด

    กลุ่มนี้ต้องเผชิญกับความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน เช่น เกษตรกร ช่างก่อสร้าง ทหาร หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เมื่อร่างกายได้รับความร้อนจากภายนอกต่อเนื่อง และยังมีการใช้แรงจากภายใน จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้พักหรือดื่มน้ำเพียงพอ มีโอกาสเกิดฮีทสโตรกได้ง่าย

 

2. เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ

เด็กเล็กยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี ขณะที่ผู้สูงอายุ ระบบร่างกายเริ่มเสื่อมลง รวมถึงการขับเหงื่อและการไหลเวียนเลือด ทั้งสองกลุ่มนี้มักไม่สามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนได้ทัน และบางครั้งไม่สามารถบอกอาการผิดปกติได้ชัดเจน จึงเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงโดยไม่ทันรู้ตัว

 

3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผู้ที่มีโรค เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคอ้วน มักมีระบบไหลเวียนเลือดและการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อเจออากาศร้อนจัด ร่างกายจะรับมือได้ยากกว่าคนทั่วไป และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เร็วขึ้น

 

4. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า และระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะระบบควบคุมอุณหภูมิ เมื่อเจออากาศร้อน ร่างกายจะตอบสนองได้ช้าลง เหนื่อยง่าย และเสี่ยงเกิดฮีทสโตรกได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

5. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จัด

แอลกอฮอล์มีผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ รวมถึงลดความสามารถในการรับรู้สภาพร่างกายของตัวเอง ทำให้บางคนไม่รู้ตัวว่ากำลังขาดน้ำหรือร้อนเกินไป ส่งผลให้เกิดฮีทสโตรกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดหรือในที่อากาศร้อน

 

6. ผู้ที่ตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์จะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติอยู่แล้ว และมีการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้น เมื่อเจอสภาพอากาศร้อนจัด ร่างกายจะสะสมความร้อนได้ง่ายขึ้น และอาจส่งผลต่อทั้งแม่และทารกในครรภ์

 

7. ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์แล้วออกไปแดดจัดทันที

การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานทำให้ร่างกายคุ้นชินกับอุณหภูมิเย็น เมื่อออกไปเจอแดดจัดแบบทันที ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว หรือร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายที่อุณหภูมิสูงที่สุด

 

คำถามที่พบบ่อย

ฮีทสโตรกเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน?

ฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้เร็วภายใน 10–60 นาที โดยเฉพาะในกรณีที่อยู่กลางแดดจัดหรือออกแรงหนักต่อเนื่อง หากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน อุณหภูมิจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วและเข้าสู่ภาวะอันตรายได้ในเวลาไม่นาน

 

อยู่ในรถที่จอดตากแดด เสี่ยงฮีทสโตรกไหม?

อยู่ในรถที่จอดตากแดดเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกมาก เพราะอุณหภูมิภายในรถสามารถสูงกว่าภายนอกหลายองศา และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที แม้จอดไม่นานก็อาจทำให้ร่างกายร้อนเกินจนเกิดฮีทสโตรกได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง

 

ดื่มน้ำเย็นช่วยป้องกันฮีทสโตรกได้ไหม?

การดื่มน้ำเย็นช่วยลดความเสี่ยงฮีทสโตรกได้ในระดับหนึ่ง เพราะช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียและช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ยังจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแดดจัด พักเป็นระยะ และไม่ฝืนทำกิจกรรมในอากาศร้อนจัดร่วมด้วย

 

    ในช่วงที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ โรคจากความร้อนอย่างฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจมีค่ารักษาพยาบาลตามมา โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากอยากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและครอบครัว ลองเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ให้เหมาะกับงบและความคุ้มครองที่ต้องการ จะช่วยให้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในภายหลัง หรือปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 พี่หมียินดีให้บริการครับ

article created at icon08/04/69

775 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2204 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง