ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โครงการช่วยเหลือจากภาครัฐยังคงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่มีการอัปเดตแนวทางและหลักเกณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง วันนี้พี่หมี TQM จะพามาดูกันว่า สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ต้องทำยังไง ได้สิทธิ์อะไรบ้าง เช็คครบทุกขั้นตอน
Key Takeaway
- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางเพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยโอนวงเงินเข้าบัตรประชาชน Smart Card ทุกเดือน (ห้ามกดเป็นเงินสด ใช้ได้เฉพาะร้านค้า/บริการที่ร่วมโครงการ)
- เกณฑ์คุณสมบัติ ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป รายได้เฉลี่ยและทรัพย์สินทางการเงินไม่เกิน 100,000 บาท/ปี/คน ไม่มีบัตรเครดิต หนี้บ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หนี้รถไม่เกิน 1 ล้านบาท และไม่เป็นบุคลากรภาครัฐ/นักบวช/ผู้ต้องขัง
- วงเงินช่วยเหลือหลัก แบ่งออกเป็นค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค (ปกติ 300 บาท/เดือน พิเศษ มิ.ย.-ก.ย. 2569 เพิ่มเป็น 1,000 บาท), ค่าเดินทางสาธารณะ 750 บาท/เดือน, ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาท/3 เดือน, คืนค่าไฟไม่เกิน 315 บาท/เดือน และค่าน้ำไม่เกิน 100 บาท/เดือน
- การลงทะเบียนรอบใหม่ (เริ่ม 25 พ.ค. 2569) ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน (ทั้งรายเดิมและรายใหม่) ผ่านออนไลน์ (welfare.mof.go.th, แอปฯ ทางรัฐ/เป๋าตัง) หรือออนไซต์ ณ ธนาคารรัฐ (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส.), สำนักงานคลังจังหวัด, ที่ว่าการอำเภอ, สำนักงานเขต กทม.
- สามารถเช็คสถานะสิทธิ์/ยอดเงินออนไลน์ได้ที่ welfare.mof.go.th หรือ govwelfare.cgd.go.th เช็กยอดเงินหน้าร้านผ่านเครื่อง EDC หรือโทรสายด่วนศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฯ 02-109-2345
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คืออะไร
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (หรือที่หลายคนติดปากเรียกว่า "บัตรคนจน") คือ โครงการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยที่จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ โดยรัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัตรในทุกๆ เดือน เพื่อให้ผู้ถือบัตรนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่เงินจำนวนนี้จะไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ และต้องใช้จ่ายผ่านร้านค้าหรือบริการที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้นครับ

ใครบ้างมีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
การเปิดลงทะเบียนจะทำเป็นรอบๆ สำหรับเกณฑ์การสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด ซึ่งเกณฑ์หลักๆ มักจะพิจารณาดังนี้
- ผู้ลงทะเบียนควรเป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- รายได้บุคคลต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และหากมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยต่อหัวของสมาชิกในครอบครัวก็ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเช่นกัน
- ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝาก สลากออมทรัพย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล ต้องรวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
- หนี้สินกู้บ้านต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือกู้รถไม่เกิน 1 ล้านบาท
- ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือบ้านเกินเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่ หรือที่อยู่อาศัยทั่วไปไม่เกิน 1 ไร่)
- ผู้สมัครจะต้องไม่เคยมีบัตรเครดิต
- ต้องไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ ข้าราชการ พนักงานหน่วยงานราชการ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน เป็นต้น
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง
ในการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ซึ่งปัจจุบันผูกสิทธิ์เข้ากับบัตรประจำตัวประชาชน Smart Card) รัฐบาลได้จัดสรรวงเงินออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน โดยแบ่งเป็นวงเงินซื้อสินค้า ค่าเดินทาง และส่วนลดสาธารณูปโภค ซึ่งมีรายละเอียดการใช้จ่ายดังนี้
- วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค : ได้รับ 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับใช้รูดซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง หรือของใช้จำเป็นที่ร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
- วงเงินค่าเดินทางสาธารณะ : ได้รับ 750 บาทต่อคนต่อเดือน สามารถใช้ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะได้หลากหลาย เช่น รถเมล์ (ขสมก.), รถไฟฟ้า (BTS, MRT, ARL), รถไฟ, รถ บขส. และรถโดยสารเอกชนที่ร่วมรายการ
- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม : ได้รับ 80 บาทต่อคน ต่อ 3 เดือน
- ค่าไฟฟ้า : ช่วยเหลือไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (หากใช้เกินเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องเป็นผู้จ่ายเองทั้งหมด)
- ค่าน้ำประปา : ช่วยเหลือไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- เงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้พิการ : สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นผู้พิการด้วย (200 บาท/เดือน)
- เงินสำหรับผู้สูงอายุ : สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยสูงสุด 800.- ในอัตรา 100 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 8 เดือน

วิธีสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ทำอย่างไร
ในรอบปี 2569 รัฐบาลได้เปิดให้มีการลงทะเบียนรอบใหม่ (เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป) มีการอัปเดตระบบและฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรการใหม่ (เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เข้ามาเติมเงินให้) ซึ่งกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมอยู่แล้วและผู้สมัครรายใหม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดเพื่อทบทวนสิทธิ์ โดยสามารถเลือกสมัครได้ 2 ช่องทางหลักดังนี้
ช่องทางออนไลน์
- เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการ welfare.mof.go.th หรือสมัครผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" (ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD) หรือแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- เลือกเมนู "ลงทะเบียนรับสิทธิ์" กรอกข้อมูลส่วนตัวตามบัตรประชาชนให้ถูกต้อง ครบถ้วน
- หากเป็นผู้สมัครที่มีครอบครัว (มีคู่สมรสหรือบุตรตามกฎหมาย) จะต้องพิมพ์แบบฟอร์มออกมาลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนทุกคน แล้วนำไปยื่นที่หน่วยงานรับลงทะเบียนอีกครั้ง
ช่องทางออนไซต์ (ยื่นเอกสาร ณ หน่วยงานรัฐ)
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกทำผ่านระบบออนไลน์ สามารถเตรียมบัตรประชาชนตัวจริง (สมาร์ตการ์ด) และเอกสารสมาชิกในครัวเรือน ไปติดต่อที่หน่วยงานรับลงทะเบียน 7 แห่ง ได้แก่
- ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, และ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
- สำนักงานคลังจังหวัด ทุกจังหวัด
- ที่ว่าการอำเภอ ทุกอำเภอ
- ที่ว่าการอำเภอ ทุกอำเภอ
- ศาลาว่าการเมืองพัทยา
วิธีเช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว หรือต้องการตรวจสอบว่าในปัจจุบันเรายังคงได้รับสิทธิ์สวัสดิการอย่างต่อเนื่องหรือไม่ สามารถเช็กได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก
เช็คออนไลน์ด้วยตนเอง
- เข้าเว็บไซต์ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม www.govwelfare.cgd.go.th หรือเว็บไซต์โครงการ www.welfare.mof.go.th
- คลิกเมนู "ตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการสังคม" หรือ "ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน"
- กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ต้องการเช็กสิทธิ์
- กดปุ่ม "ตรวจสอบ" ระบบจะแสดงผลทันทีว่าคุณได้รับสิทธิ์ประเภทใดบ้าง (เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, เบี้ยผู้พิการ)
เช็คผ่านหน่วยงาน
นำบัตรประชาชนตัวจริงไปให้เจ้าหน้าที่ที่ธนาคารรัฐ (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส.) หรือที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานคลังจังหวัด ตรวจสอบสถานะในระบบให้ได้เช่นกัน
วิธีเช็คยอดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วงเงินในบัตรจะจ่ายเข้าทุกวันที่ 1 ของเดือน (และมีเงินเพิ่มเบี้ยความพิการในวันที่ 20) โดยในปัจจุบัน (มิถุนายน - กันยายน 2569) รัฐบาลมีการเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากเดิม 300 บาท เพิ่มให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน คุณสามารถเช็กยอดเงินคงเหลือได้ 3 ช่องทางหลักดังนี้
เช็คผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) ของร้านค้า
เมื่อไปใช้สิทธิ์ที่ร้านค้าธงฟ้าหรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สามารถแจ้งให้ร้านค้าช่วย กดเมนู "ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ" ที่เครื่องรูดบัตร EDC ก่อนทำการซื้อสินค้าได้
เช็คผ่านเว็บไซต์
เข้าเว็บไซต์ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม www.govwelfare.cgd.go.th หรือเว็บไซต์โครงการ www.welfare.mof.go.th
เช็คผ่านสายด่วน (Call Center)
หากไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ สามารถโทรศัพท์สอบถามยอดเงินหรือแจ้งปัญหาเงินไม่เข้าได้ที่
- ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : โทร 02-109-2345
- สายด่วนธนาคารกรุงไทย : โทร 02-111-1111
- สายด่วนกรมบัญชีกลาง : โทร 02-270-6400 (ในวันและเวลาราชการ)

การสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการรับสิทธิช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยผู้สมัครควรเริ่มจากการติดตามประกาศทางการ ตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมเอกสารให้ครบ ลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ถูกต้อง และตรวจสอบสถานะหลังสมัครอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญที่สุดก่อน คืออย่าเชื่อข้อมูลจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่น ควรรอประกาศจากหน่วยงานรัฐโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย และไม่พลาดสิทธิที่ควรได้รับนะครับ และหากมีข้อมูลเพิ่มเติม พี่หมี TQM จะนำข้อมูลมาอัปเดตให้อีกครั้งผ่านทาง www.tqm.co.th