เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ในช่วงที่ผ่านมา กระแสข่าวเกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่ง ทำให้คำว่า “เงินฌาปนกิจ” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลายครอบครัวตั้งคำถามว่า จ่ายเงินมาตั้งหลายสิบปี ทำไมสุดท้ายได้เงินน้อยกว่าที่คิด หรือบางกรณีเมื่อสมาคมยกเลิกกิจการแล้วกลับไม่ได้รับเงินคืนตามยอดที่เคยจ่าย ความสับสนเหล่านี้เกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับธรรมชาติของเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งแท้จริงแล้วมีโครงสร้างแตกต่างจากเงินออมหรือประกันชีวิตอย่างสิ้นเชิง วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความเข้าใจว่า เงินฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงคำตอบสำคัญว่า “เงินที่จ่ายไปจะได้คืนไหม” กันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คือ ระบบการรวมกลุ่มของบุคคลเพื่อช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะร่วมกันสมทบเงินตามจำนวนที่กำหนด เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพหรือช่วยเหลือครอบครัวในช่วงเวลาวิกฤต หลักการสำคัญของระบบนี้คือ “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” กล่าวคือ เมื่อมีใครคนหนึ่งในกลุ่มเผชิญความสูญเสีย สมาชิกที่เหลือจะช่วยกันรับภาระร่วมกัน เงินฌาปนกิจจึงเป็นสวัสดิการในลักษณะชุมชน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเชิงพาณิชย์ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรหรือสร้างผลตอบแทน
ระบบเงินฌาปนกิจทำงานแบบ “จ่ายเมื่อมีเหตุ” กล่าวคือ สมาชิกจะจ่ายเงินสมทบเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต ไม่ใช่การสะสมเงินรายเดือนเพื่อเก็บไว้ในบัญชีส่วนตัว เช่น หากสมาคมมีสมาชิก 1,000 คน และกำหนดให้สมทบครั้งละ 200 บาท เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต 1 ราย สมาชิกที่เหลือจะจ่ายคนละ 200 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 200,000 บาท ส่งมอบให้ผู้รับผลประโยชน์ของผู้เสียชีวิต เงินจำนวนนี้เกิดจากการช่วยกันในช่วงเวลานั้น ไม่ได้มาจากเงินสะสมของสมาชิกผู้เสียชีวิต
จำนวนเงินที่ทายาทจะได้รับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ จำนวนสมาชิก ณ เวลาที่เกิดเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตในรอบเดียวกัน อัตราการสมทบที่กำหนดในข้อบังคับ และสถานะทางการเงินของสมาคม หากจำนวนสมาชิกลดลง เงินที่ระดมได้ก็จะลดลงตามไปด้วย จึงไม่มีตัวเลขคงที่เหมือนทุนประกันชีวิต
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง การบริหาร และการเลิกสมาคม การจัดตั้งต้องขอจดทะเบียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร โดยนายทะเบียนท้องที่มีอำนาจกำกับดูแล ตรวจสอบ และสั่งการตามกฎหมาย สมาคมต้องมีข้อบังคับชัดเจน มีคณะกรรมการบริหาร มีระบบบัญชี และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกสั่งแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนได้

กรณีนี้เกิดจากสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อาจเกิดจากจำนวนสมาชิกลดลงมาก ฐานะการเงินไม่มั่นคง หรือเห็นควรยุติกิจการ
หากพบพฤติการณ์ทุจริต การบริหารไม่โปร่งใส ดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ นายทะเบียนท้องที่มีอำนาจสั่งเลิกหลังสอบสวนข้อเท็จจริง
ในกรณีที่นายทะเบียนท้องที่เพิกเฉย ผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอต่อศาล และศาลอาจมีคำสั่งให้เลิกสมาคมได้
ปัจจัยหลักมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสมาชิก เมื่อสมาชิกมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ต้องเรียกเก็บเงินสมทบบ่อย สมาชิกบางรายรับภาระไม่ไหวและลาออก ฐานสมาชิกจึงหดตัว เงินหมุนเวียนลดลง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัญหาการบริหารจัดการ ความไม่โปร่งใส หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อปัญหาเหล่านี้สะสมจนแก้ไขไม่ได้ สมาคมจึงอาจต้องยุติกิจการ
อัพเดตล่าสุด 19 ก.พ. 2569 ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 10 แห่ง ครอบคลุม 9 จังหวัดทั่วประเทศ สมาชิกในพื้นที่เร่งตรวจสอบสถานะและสิทธิของตนเอง หลังมีคำสั่งเลิกและเตรียมเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีตามกฎหมาย ซึ่งการประกาศครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
แต่ละจังหวัดในกลุ่มนี้มีการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จังหวัดละ 1 แห่ง โดยสมาชิกในพื้นที่ควรตรวจสอบว่าสมาคมที่ตนเองสังกัดอยู่เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกเลิกหรือไม่
จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดเดียวที่มีการยกเลิกมากกว่า 1 แห่งในครั้งนี้ รวมทั้งหมด 2 สมาคม

โดยหลักทั่วไป เงินสมทบที่จ่ายในแต่ละรอบถูกนำไปช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตแล้ว จึงไม่สามารถเรียกคืนได้ เพราะไม่ได้เป็นเงินฝากหรือเงินสะสมส่วนตัว อย่างไรก็ตาม หากมีเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ยังไม่ถูกนำไปใช้ และสมาชิกยังไม่ตกอยู่ในภาระผูกพัน อาจมีสิทธิได้รับคืนบางส่วน แต่หากเงินถูกใช้ไปแล้ว จะไม่สามารถเรียกคืนได้
เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินออมและไม่มีดอกผลตอบแทน เงินที่จ่ายในแต่ละรอบจะถูกนำไปช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตทันที ไม่ได้สะสมเป็นบัญชีส่วนตัวของใคร เปรียบได้กับการช่วยกันสมทบเงินในชุมชน
จำนวนเงินที่ได้รับไม่ได้คำนวณจากยอดที่จ่ายสะสมตลอดชีวิต แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกและจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเวลานั้น หากฐานสมาชิกลดลง เงินช่วยเหลือก็อาจลดลงตาม
เงินฌาปนกิจไม่เหมือนประกันชีวิต เงินฌาปนกิจไม่มีทุนประกันแน่นอนและไม่มีกรมธรรม์ ขณะที่ประกันชีวิตมีสัญญาระบุจำนวนเงินชัดเจน และบริษัทประกันรับผิดชอบจ่ายตามเงื่อนไข
ท้ายที่สุด เงินฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นระบบสวัสดิการแบบชุมชนที่ตั้งอยู่บนหลักการช่วยเหลือกัน ไม่ใช่เงินออม ไม่ใช่การลงทุน และไม่ใช่หลักประกันแบบประกันชีวิต การเข้าใจธรรมชาติของระบบนี้อย่างถูกต้องจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวการเลิกสมาคมเกิดขึ้น เพราะจะช่วยให้สมาชิกตั้งความคาดหวังได้อย่างเหมาะสม รู้เท่าทันสิทธิของตนเอง และสามารถวางแผนทางการเงินได้รอบคอบมากขึ้น ทั้งในมิติของการช่วยเหลือกันในชุมชนและการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของครอบครัวอย่างยั่งยืน
1,310 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
