เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
อีเมล (ถ้ามี)


สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานประจำและส่งประกันสังคมทุกเดือน หนึ่งในสิทธิสำคัญที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจชัดเจน คือ เงินบำนาญประกันสังคม หรือสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ประกันตนมีโอกาสได้รับหลังเกษียณหากส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด วันนี้พี่หมี TQM จะพามาหาคำตอบกันว่า เงินบำนาญประกันสังคม มนุษย์เงินเดือน เมื่อเกษียณแล้วได้เท่าไหร่ พร้อมวิธีคำนวณด้วยตัวเอง
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
เงินบำนาญประกันสังคม คือสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้กับผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข โดยเป็นเงินที่จ่ายให้หลังจากผู้ประกันตนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุกเดือนจะมีการหักเงินสมทบประกันสังคมจากเงินเดือน และนายจ้างก็สมทบเพิ่มให้ด้วย เงินส่วนหนึ่งถูกนำไปเป็นสิทธิประโยชน์หลายกรณี เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ
ผู้ที่จะได้รับเงินบำนาญประกันสังคม ต้องเข้าเงื่อนไขหลัก 3 ข้อ ได้แก่ ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว รายละเอียดดังนี้
เงื่อนไขแรกของเงินบำนาญประกันสังคม คือ ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน หรือเท่ากับ 15 ปี โดยระยะเวลา 180 เดือนไม่จำเป็นต้องติดต่อกันก็ได้ หมายความว่า หากเคยทำงานประจำ ลาออก แล้วกลับมาทำงานใหม่ ระยะเวลาที่เคยส่งเงินสมทบไว้จะถูกนำมารวมกันได้
เงื่อนไขที่สองของเงินบำนาญประกันสังคม คือ ผู้ประกันตนต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นอายุที่สามารถยื่นขอรับสิทธิกรณีชราภาพได้ อย่างไรก็ตาม การมีอายุครบ 55 ปีเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะต้องดูด้วยว่าผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้วหรือยัง หากยังทำงานและยังเป็นผู้ประกันตนอยู่ อาจยังไม่สามารถรับเงินบำนาญประกันสังคมได้ทันที
เงื่อนไขที่สามของเงินบำนาญประกันสังคม คือ ต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เช่น ลาออกจากงาน เกษียณอายุ หรือไม่ได้อยู่ในสถานะผู้ประกันตนตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

เงินบำเหน็จประกันสังคม หรือเงินบำเหน็จชราภาพ คือ เงินที่จ่ายเป็นเงินก้อน สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน หรือไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินบำนาญประกันสังคม โดยจำนวนเงินจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม
วิธีคำนวณเงินบำนาญประกันสังคมสามารถคำนวณได้ง่ายๆ โดยจำนวนเงินบำนาญประกันสังคมที่แต่ละคนได้รับไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบ และจำนวนเดือนหรือจำนวนปีที่ส่งเงินสมทบประกันสังคม แบ่งได้ 2 กรณี ดังนี้
หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญประกันสังคมในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ
สูตร : เงินบำนาญประกันสังคมต่อเดือน = ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x 20%
ตัวอย่างเช่น หากค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 17,500 บาท และส่งเงินสมทบครบ 15 ปีพอดี จะคำนวณได้ดังนี้
17,500 x 20% = 3,500 บาทต่อเดือน
หมายความว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญประกันสังคมประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน หากเข้าเงื่อนไขครบตามที่กำหนด
หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญประกันสังคมเพิ่มอีก 1.5% ต่อทุก ๆ 12 เดือนที่ส่งเกิน
ตัวอย่างเช่น ส่งเงินสมทบ 20 ปี เท่ากับส่งเกินจาก 15 ปีมา 5 ปี
อัตราเงินบำนาญประกันสังคม = 20% + 7.5% (เพราะ 1.5% x 5 ปี = 7.5%)
ดังนั้น อัตรารวมของเงินบำนาญประกันสังคม คือ 27.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ถ้าค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 17,500 บาท จะได้
17,500 x 27.5% = 4,812.50 บาทต่อเดือน
หมายความว่า ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบ 20 ปี และมีฐานค่าจ้างเฉลี่ย 17,500 บาท จะได้รับเงินบำนาญประกันสังคมประมาณ 4,812.50 บาทต่อเดือน

ตารางประมาณการเงินบำนาญประกันสังคมนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้มนุษย์เงินเดือนเห็นภาพการคำนวณเงินบำนาญประกันสังคมเบื้องต้น จำนวนเงินจริงอาจแตกต่างกันตามค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ และระยะเวลาการส่งเงินสมทบจริงของแต่ละคน
| ระยะเวลาส่งเงินสมทบ | อัตราคำนวณเงินบำนาญประกันสังคม | ตัวอย่างฐานค่าจ้าง 17,500 บาท |
| 15 ปี | 20% | 3,500 บาทต่อเดือน |
| 20 ปี | 27.5% | 4,812.50 บาทต่อเดือน |
| 25 ปี | 35% | 6,125 บาทต่อเดือน |
| 30 ปี | 42.5% | 7,437.50 บาทต่อเดือน |
| 35 ปี | 50% | 8,750 บาทต่อเดือน |
ฐานค่าจ้างเป็นตัวเลขสำคัญมากในการคำนวณ เงินบำนาญประกันสังคม เพราะประกันสังคมไม่ได้คำนวณจากเงินเดือนเต็มจำนวนเสมอไป แต่คำนวณจาก “ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการส่งเงินสมทบ”
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินเดือนจริง 30,000 บาท แต่ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบในช่วงนั้นอยู่ที่ 15,000 บาท การคำนวณ เงินบำนาญประกันสังคม ก็จะอิงจากฐาน 15,000 บาท ไม่ใช่เงินเดือนเต็ม 30,000 บาท
สามารถตรวจสอบข้อมูลการส่งเงินสมทบและสิทธิ เงินบำนาญประกันสังคม ของตนเองได้ผ่านช่องทางของสำนักงานประกันสังคม เช่น เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus หรือช่องทางบริการที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
หากมนุษย์เงินเดินเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ประกันสังคมกำหนดแล้ว ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับ เงินบำนาญประกันสังคม ได้ตามช่องทางที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
โดยทั่วไป เอกสารที่มักใช้ในการยื่นขอรับสิทธิชราภาพ ได้แก่
ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบช่องทางยื่นเรื่องได้จากสำนักงานประกันสังคม เช่น

แม้เงินบำนาญประกันสังคม จะเป็นรายได้ประจำหลังเกษียณ แต่สำหรับหลายคนอาจยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ควรมีแผนการเงินเพิ่มเติม เช่น
เงินบำนาญประกันสังคม เป็นสิทธิสำคัญของมนุษย์เงินเดือนที่ส่งเงินสมทบมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้มีสิทธิจะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน อย่างไรก็ตาม เงินบำนาญประกันสังคม อาจยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังเกษียณ มนุษย์เงินเดือนจึงควรใช้เงินส่วนนี้เป็นรายได้พื้นฐาน และวางแผนเกษียณเพิ่มเติมตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณมั่นคงในระยะยาว
หนึ่งในตัวช่วยที่หลายคนเลือกใช้คือ ประกันชีวิต เพราะนอกจากช่วยสร้างความคุ้มครองให้ตัวเองและครอบครัวแล้ว ยังช่วยวางแผนการเงินระยะยาวได้ดีขึ้น หาสนใจสามารถเข้ามาเลือกดูแผนประกันชีวิต หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านทาง Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
13 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2221 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ


ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
อีเมล (ถ้ามี)
