การยื่นภาษีเป็นสิ่งที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องทำในแต่ละปี โดยจะเริ่มยื่นกันในช่วงต้นปีของเดือนถัดไป หากใครไม่ยื่นภาษีก็จะมีโทษค่าปรับตามมาได้ และสำหรับการยื่นลดหย่อนภาษี 2568 หลายคนกำลังวางแผนรวมข้อมูลรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 เพื่อใช้สำหรับยื่นต้นปี 2569 ก็อยู่แน่ๆ วันนี้พี่หมี TQM มาพร้อมกับรายการลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง และในปี 2568 มาตรการลดหย่อนภาษีจากทางรัฐมีอะไรใหม่เพิ่มเติมเข้ามาบ้าง มาดูกันครับ
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษี บุคคลธรรมดา
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัย "ใครที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา" คำตอบคือทุกคนที่มีรายได้ในประเทศไทยเกิน 120,000 บาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ คนที่มีรายได้จากค่าเช่าหรือดอกเบี้ยปันผล วมถึงคนไทยที่ทำงานต่างประเทศแต่โอนเงินกลับไทยในปีเดียวกันรายได้เหล่านี้ต้องนำมาคำนวณภาษีทั้งสิ้น

รายการลดหย่อนภาษี สำหรับยื่นภาษี 2568
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
-
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว : ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถหักลดหย่อนได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส : หากคู่สมรสไม่มีรายได้ สามารถหักลดหย่อนได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนบุตร : บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม คนละ 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 สามารถหักเพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท
- ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์
- ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา : บิดาและมารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี คนละ 30,000 บาท
- ค่าเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ : คนละ 60,000 บาท โดยต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
2. ค่าลดหย่อนกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน
-
- เบี้ยประกันชีวิต : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- เบี้ยประกันสุขภาพ : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- เงินประกันสังคม : สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) : ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) : ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย : ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) : ผู้ที่ลงทุนธุรกิจเพื่อสังคมตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป สามารถนำเงินลงทุนไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

3. ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค
-
- เงินบริจาคทั่วไป : หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา และพัฒนาสังคม : หักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ
- เงินบริจาคให้พรรคการเมือง : หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
4. ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ
-
- Easy E-Receipt (2.0) ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 50,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและบริการระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มี e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น
- เที่ยวดีมีคืน 2568 สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ค่าโรงแรม ร้านอาหาร ที่ผู้ประกอบการจด VAT และออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ/ e-Tax Invoice ได้ ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม -15 ธันวาคม 2568 โดยถ้าเที่ยว เมืองหลัก สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริงสูงสุด 20,000 บาท แต่ถ้าเที่ยว เมืองรอง สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท
- ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท

ยื่นภาษี 2568 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
สำหรับการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา จะมีด้วยกัน 2 แบบคือ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 โดยทั้งสองประเภท จะต้องเตรียมเอกสารสำหรับใช้ยื่นภาษี ดังนี้
-
- หนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
- เอกสารแสดงการลดหย่อนต่างๆ เช่น ใบเสร็จค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ รวมไปถึงหลักฐานการบริจาค เพื่อประกอบการยื่นภาษี
ยื่นภาษี 2568 ได้ที่ไหนบ้าง
สำหรับช่องทางในการยื่นภาษีสามารถทำได้ทั้งแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์ ดังนี้
คำถามที่พบบ่อย
มือใหม่ควรเริ่มลดหย่อนแบบไหนดี?
เริ่มจาก ประกันสุขภาพ/ชีวิต เพราะได้ทั้งความคุ้มครองและลดหย่อน แต่ถ้ามีงบเพิ่มค่อยเติม SSF/RMF เพื่อให้ลดหย่อนได้สูงสุดและได้ออมเงินระยะยาว
วางแผนใช้ลดหย่อนภาษียังไงให้คุ้มที่สุด?
-
- เช็กขั้นบันไดภาษีของตัวเองก่อน ไม่งั้นอาจจ่ายเกินโดยไม่ได้ลดหย่อนเพิ่ม
- ใช้สิทธิหลัก ๆ ให้ครบ เช่น ประกันสุขภาพ, SSF, RMF
- เก็บใบเสร็จแบบ e-Tax Invoice ไว้
- ใช้สิทธิภาครัฐ เช่น เที่ยวดีมีคืน ให้ครบวงเงิน
- ลงทุนหรือทำประกันเท่าที่จ่ายไหว ไม่ฝืนตัวเอง
.jpg)
การเข้าใจรายการลดหย่อนภาษีที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยลดภาระทางการเงินในปีถัดไป การวางแผนจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นให้เรียบร้อยจะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ในส่วนของประกันเอง การทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ สามารถใช้ยื่นลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน ที่ TQM มีประกันสุขภาพที่คุ้มครองอย่างครอบคลุมหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย ทั้งค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล รวมไปถึงลดหย่อนภาษีได้ สนใจเช็คราคาประกันสุขภาพได้ที่นี่ หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันสุขภาพ หากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ