ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

02/03/2019 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ไม่ต้องไปขนส่ง

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ สามารถทำได้เองง่ายๆ

     การต่อภาษีรถยนต์ หรือ การต่อทะเบียนรถยนต์ ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีรถยนต์ไว้ในครอบครอง เจ้าของรถยนต์ทุกคันจะต้องรับผิดชอบ และต่อภาษีรถยนต์ทุกปี สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน เพราะหากมีการล่าช้าจะต้องเสียค่าปรับ หรือขาดชำระติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 ปี คุณจะถูกระงับการใช้ทะเบียนรถยนต์ แถมยังเสียเวลาไปทำเรื่องขอทะเบียนใหม่ เรียกได้ว่ามีความยุ่งยากมาก ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้รถทะเบียนขาด
 

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

 

สะดวกสบาย ไม่ต้องไปขนส่งก็ต่อภาษีรถยนต์ได้ง่ายๆ

     แต่…ในปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้คนมีความวุ่นวาย และยุ่งยากอย่างมาก แถมยังต้องแข่งขันกับเวลา จึงไม่แปลกที่จะหลงลืม และไม่ได้ให้ความสนใจเรื่อง การต่อภาษีรถยนต์ หลายคนให้เหตุผลที่ว่าไม่มีเวลาไปต่อภาษีรถยนต์ หรือติดธุระสำคัญ ดังนั้นจึงต้องเสียค่าปรับตลอด พี่หมีมีทางออกที่ดี แถมยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน กับ การต่อภาษีรถยนต์ทางออนไลน์ ทั้งสะดวกสบาย รวดเร็ว แถมยังมีขั้นตอนการทำง่ายๆ และที่สำคัญไม่ต้องเดินทางไปต่อภาษีที่ขนส่งอีกด้วย
     การเลือกต่อภาษีรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ใช่รถทุกประเภทที่สามารถต่อได้ ดังนั้นจึงต้องทราบว่ารถคุณเป็นรถยนต์ประเภทไหน มีการต่อทะเบียนมานานกี่ปี ประเภทรถยนต์ที่สามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ ดังนี้
- ประเภทรถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล
- ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล จดทะเบียนไม่เกิน 5 ปี
- ประเภทรถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ จดทะเบียนไม่เกิน 7 ปี
- ประเภทรถ ค้างจ่ายภาษีรถยนต์ไม่เกิน 1 ปี (ชำระภาษีล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน)
*รถยนต์ที่มีการจดทะเบียนจังหวัดอะไร ก็สามารถทำการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้

 

เอกสารในการขอต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

- พ.ร.บ รถยนต์
- สำเนาทะเบียนรถยนต์ (กรณีรถติดไฟแนนซ์ให้ใช้สำเนาทะเบียนจากสถานบันการเงิน)
- ใบตรวจสภาพรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่เกิน 7 ปี 
- รถยนต์ติดแก๊ส ต้องยื่นเอกสารรับรองการติดแก๊สที่ถูกต้อง พร้อมใบตรวจสภาพจากวิศวกร

 

ขั้นตอนการต่อภาษี หรือ ต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

 
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ “กรมการขนส่งทางบก” ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ คลิก https://www.dlt.go.th/th/
2. คลิก ชำระภาษีรถผ่านอินเตอร์เน็ต
3. ลงทะเบียนสมาชิก สำหรับผู้ที่ไม่เคยต่อทะเบียนออนไลน์ พร้อมกรอกข้อมูลเบื้องต้น อย่างเช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ ที่อยู่สำหรับการจัดส่งเอกสาร พร้อมขอรับรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ
4. คลิก ยื่นชำระภาษีรถยนต์ประจำปี
5. สามารถชำระเงินต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ กับ ธนาคารและหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้
- ชำระเงินบัญชีออนไลน์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารยูโอบี และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- บริการรับชำระด้วยใบแจ้งชำระภาษีรถยนต์
- ชำระเคาน์เตอร์ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารธนชาติ ธนาคารทหารไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทรูมันนี่เซอร์วิส ธนาคารยูโอบี ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น
 - ชำระผ่านตู้ ATM ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารยูโอบี ธนาคารกรุงเทพ เป็นต้น
- บริการชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ ทรูมันนี่ เซอร์วิส
6. เมื่อทำตามขั้นตอนเรียบร้อย กรมการขนส่งทางบก จะจัดส่งใบเสร็จรับเงิน ให้ผู้ชำระเงินผ่านทางไปรษณีย์ เสียค่าจัดส่ง ดังนี้
- ค่าจัดส่งเอกสาร 40 บาท
- ค่าธรรมเนียมธนาคาร รายการละ 20 บาท กรณีหักผ่านบัญชีธนาคาร
- ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร ร้อยละ 2 รวม Vat 7% (กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต)
 
 
     การต่อภาษีรถยนต์เป็นเรื่องที่ผู้ครอบครองรถยนต์ต้องรับผิดชอบ เมื่อรถยนต์ของคุณครบกำหนดที่จะต้องต่อภาษี เพราะเป็นข้อบังคับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ซึ่งการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มอบความสะดวกสบาย และตอบโจทย์ผู้คนในยุคดิจิทัลอย่างมาก พี่หมีแนะนำอย่าปล่อยให้ทะเบียนรถยนต์หมด เพราะจะได้ไม่เกิดปัญหา หรือเรื่องยุ่งยากภายหลัง
 
READ MORE : 
 
 

ค้นหาราคาประกันรถยนต์

กรุณาเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์