จอดที่ห้ามจอดเกือบไม่รอดโดนชนประตู

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
จอดที่ห้ามจอดเกือบไม่รอดโดนชนประตู

26/02/2018 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | เหตุเกิดเมื่อจอดรถในพื้นที่ห้ามจอด | TQM

จอดที่ห้ามจอด

เกือบไม่รอดโดนชนประตู

 

    บ่ายวันเสาร์ที่รถติดสุดๆ เช่นเดียวกับทางเท้าที่แน่นไปด้วยร้านขายอาหารริมถนน ป้าณีที่อยู่บนรถเริ่มหิวจนท้องร้อง เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าแค่แวะจอดรถเพียงครู่เดียว จะทำให้เกิดปัญหาน่าเวียนหัวนี้ได้!

 

ใครผิด

 

    ป้าณีกำลังขับรถเบนซ์กลับบ้าน ระหว่างทางเธอเจอร้านสะเต๊ะดูท่าจะรสเด็ดขายอยู่ริมถนน ป้าณีรีบจอดรถริมทางทันทีและควานหากระเป๋าเงิน แต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอ
 

ใครผิด

 

    ขณะนั้น ตู่ หนุ่มนักศึกษาป.โท ใส่หมวกกันน็อคขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาจากท้ายซอยเพื่อซื้อสะเต๊ะเช่นกัน เขาขับด้วยความเร็วปกติเหมือนกับทุกๆวัน

 

ใครผิด


    ไม่ไกลกันนั้นตรงยูเทิร์น เชาว์ พนักงานออฟฟิศสุดเฉื่อยกำลังกลับรถเพื่อกลับคอนโด

 

ใครผิด

 

    ขณะที่เชาว์กลับรถเขาหักเลี้ยวเตรียมเบี่ยงเข้าเลนซ้ายโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว จังหวะนั้นเองเชาว์ก็เห็นตู่ที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากซอย โชคดีที่หยุดทัน เช่นเดียวกับตู่ ที่พอเห็นรถยูเทิร์นมาจึงรีบหักซ้ายหลบโดยเร็ว

 

ใครผิด


    แต่เมื่อตู่หักซ้ายก็ดันต้องมาจ๊ะเอ๋กับรถป้าณีที่จอดรอซื้อหมูสะเต๊ะในที่ห้ามจอด ตู่รีบเบี่ยงมอเตอร์ไซค์ออกขวาเพื่อไม่ให้ชนท้ายรถที่จอดอยู่

 

ใครผิด
 

    ป้าณีหากระเป๋าเงินเจอพอดี เธอเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจตู่ที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างนอก รถมอเตอร์ไซค์ของตู่จึงซัดเข้ากับประตูรถของป้าณีอย่างจัง ประตูรถเบี้ยว มอเตอร์ไซค์คว่ำและร่างของตู่กระเด็นไถไปตามถนน

 

ใครผิด

 

    เชาว์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจ รีบวิ่งออกมาดูอาการของตู่ที่เป็นแผลถลอกตรงแขนขวา แต่โชคดีที่เขาใส่หมวกกันน็อคอาการจึงไม่สาหัสมาก

 

ใครผิด


    ท่ามกลางความอลหม่านนั้น ป้าณีก้าวออกจากรถ ชี้มาที่ชายหนุ่มทั้งสองคนและประกาศกร้าว

 

ใครผิด


    ตู่เองก็เดือด เขาเป็นคนมีความรู้และมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดด้วย จึงเปิดฉากเถียงกันกลางถนน

 

ใครผิด


    ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ประกันภัยจึงมาถึงที่เกิดเหตุ ฟังความจากทั้ง 3 ฝ่ายที่ต่างก็ยืนยันว่าตัวเองไม่ผิด แล้วจึงรู้ทันทีว่าความจริงยังไงก็มีเพียงแค่หนึ่งเดียว

 

ใครผิด


    เจ้าหน้าที่ประกันภัยพูดต่อ


ใครผิด

   

    ป้าณีได้ยินดังนั้นก็เดือดดาล พลันตะโกน

 

ใครผิด


    เชาว์กับตู่มองหน้ากัน พลันทำหน้าเอือมระอา

 

ใครผิด


    เจ้าหน้าที่ประกันภัยพยักหน้าและจึงพูดต่อ
 

ใครผิด

 

    ป้าณีนิ่งเงียบ คอตก เธอยอมรับความผิดแต่โดยดี
 

สรุป

    การที่รถของเชาว์กลับรถนั้นต้องเข้าเลนซ้ายสุดก่อนอยู่แล้ว การที่รถของเชาว์พยายามเข้าเลนซ้ายโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย จึงไม่มีความผิดตามพรบ.จราจรทางบกและไม่ใช่การกระทำโดยประมาท
 
    ส่วนมอเตอร์ไซค์ของตู่ ที่พยายามหักหลบ รถของเชาว์ ทำให้เซไปแฉลบประตูรถของณี จนประตูรถของณี หลุดนั้น เหตุการณ์เหล่าทั้งหมดเกิดขึ้นเนื่องจาก การละเมิดกฎจราจรของรถณี ซึ่งไม่ควรจอดรถในทางที่มีรถกลับแต่ทีแรก เพราะฉะนั้นตู่ไม่ได้กระทำการโดยประมาทโดยปราศจากความระมัดระวังแต่อย่างใด มอเตอร์ไซค์ของตู่วิ่งมาในเลนของตนเอง เป็นการกระทำที่บุคคลในภาวะเช่นนั้นทำตามวิสัยและพฤติการณ์แล้ว ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และจากข้อเท็จจริง มอเตอร์ไซค์ของตู่ ไม่ได้มีการขับขี่โดยประมาทแต่อย่างใด แต่ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามอเตอร์ไซค์ของตู่มีความประมาทในการขับขี่ด้วย เช่นมีการขับขี่ที่ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็จำเป็นต้องรับผิดเรื่องความประมาทต่อรถของณี ด้วย
 
    การเปิดประตูของรถยนต์ของณี จากข้อเท็จจริงนั้นรถยนต์ของณีเป็นการกระทำโดยประมาทเนื่องจากต้องใช้ความระมัดระวังในการเปิดประตูลงจากรถ ในกรณีนี้ที่ชนกับมอเตอร์ไซค์ของตู่ ต้องเป็นการเปิดลงมาในระยะกระชั้นชิด มิฉะนั้นก็ไม่มีทางที่มอเตอร์ไซค์ของตู่จะชนประตูได้ นอกจากนี้การที่ณีจอดรถในที่คับขัน ในทางที่เป็นทางกลับรถของรถโดยทั่วไปก็ยังเป็นกระทำการโดยประมาทโดยปราศจากความระมัดระวัง การกระทำที่รถยนต์ของณีนั้นไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในภาวะวิสัยและพฤติการณ์ เป็นการฝ่าฝืนต่อพรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) มาตรา 55 (4)(8)
 
    มาตรา 43
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
    มาตรา 55 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถยนต์ในทางร่วมทางแยกและในลักษณะกีดขวางการจราจร
 
หมายเหตุ : อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นการพิจารณาว่าฝ่ายใดประมาทนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆคำถามต้องให้ชัดเจน มิฉะนั้นทำให้ตอบคลาดเคลื่อนได้


 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ