ต่อพ.ร.บ. ไม่ต่อประกันได้ไหม

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
ต่อพ.ร.บ. ไม่ต่อประกันได้ไหม

16/04/2020 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | ต่อพ.ร.บ. ไม่ต่อประกันได้ไหม

     ถ้าพูดถึง ประกันรถยนต์ แบ่งออกเป็น ประกันภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. กับ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งทางกฎหมายได้บังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. เพื่อได้รับความคุ้มครองต่างๆ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น อาจทำให้บางคนสงสัยว่า ถ้าต่อพ.ร.บ. ไม่ต่อประกันได้ไหม วันนี้ พี่หมี TQM จะมาไขข้อสงสัยนี้กันครับ

พ.ร.บ. คืออะไร?

     พ.ร.บ. คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่คุ้นตากันในรูปแบบของแผ่นสติ๊กเกอร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ติดอยู่ริมกระจกหน้ารถ ซึ่งพระราชบัญญัติการจราจรออกกฎหมายบังคับให้ผู้ขับขี่ทุกคนทำพ.ร.บ. โดยมีการระบุไว้ในปี 2535 ว่า รถทุกชนิดจะต้องทำประกัน ให้ความคุ้มคองขั้นพื้นฐานในการดูแลรักษาพยาบาล จากการรับผลจากอุบัติเหตุหรือเสียชีวิต โดยจะได้รับความคุ้มครองในรูปแบบของเงินชดเชย และค่ารักษาพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนด และยังบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องต่อ พ.ร.บ. ใหม่ทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของประชาชนบนท้องถนนโดยเฉพาะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายถูกชนและได้รับความเสียหายอย่างหนัก
 

ทำไมรถยนต์ทุกคันต้องทำ พ.ร.บ.?

• หน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด
• กฎหมายได้กำหนดให้มีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันต่อสังคม
• ลดปัญหาทางสังคมด้านหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องรอการพิสูจน์ความผิด
• มาตรการบรรเทาผลร้ายต่อผู้เสียหายหากเกิดการรับผิดชอบ
• แบ่งเบาภาระของรัฐด้านการรักษาทรัพยากรมนุษย์
• แบ่งเบาภาระของผู้ที่ขับขี่ หากต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ความคุ้มครอง ที่คุณจะได้รับจาก พ.ร.บ. ภาคบังคับ เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2563

►  ค่าเสียหายเบื้องต้น จะได้รับทันทีภายใน 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรอพิสูจน์ความผิด
• ค่ารักษาพยาบาล วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละไม่เกิน 30,000 บาท
• กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพถาวร หรือ เสียชีวิต วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 35,000 บาท
►  ค่าสินไหมทดแทน เป็นค่าเสียหายที่จะจ่ายให้หลังจากได้รับการพิสูจน์ความผิดตามกฎหมายแล้ว โดยคุณจะต้องเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น ถึงจะได้รับความคุ้มครอง
• กรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ได้รับค่าชดเชยรายวันแต่ไม่เกิน 20 วัน เป็นจำนวนเงิน 200 บาท วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
• กรณีบาดเจ็บ / สูญเสียอนามัย ค่าเสียหายอย่างอื่น ที่สามารถเรียกร้องได้ตามมูลความผิด เงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 80,000 บาท
• กรณีสูญเสียอวัยวะ โดยสูญเสียนิ้วตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไป ไม่ว่าจะนิ้วเดียวหรือหลายนิ้ว วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 200,000 บาท
• กรณีสูญเสียอวัยวะ โดยสูญเสียมือ แขน ขา เท้า ตาบอด 1 ข้าง หูหนวก เป็นใบ้ หรือลิ้นขาด เสียอวัยวะสืบพันธ์ ความสามารถจิตพิการติดตัว วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 250,000 บาท
• ทุพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใดๆ ในอาชีพ ประจำได้โดยสิ้นเชิงตลอดไป วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 300,000 บาท 
• กรณีสูญเสียอวัยวะ มือ แขน ขา ตาบอด 2 อย่าง/ข้างขึ้นไป หรือ ทุพพลภาพถาวร หรือ เสียชีวิต วงเงินที่ได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 500,000 บาท
 
ความคุ้มครอง ที่คุณจะได้รับจาก พ.ร.บ. ภาคบังคับ

ต่อพ.ร.บ. ไม่ต่อประกันได้ไหม

     "ในเมื่อมี พ.ร.บ. คุ้มครองอยู่แล้ว จะต่อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจราคาเป็นหมื่นอีกทำไม" คำถามที่ใครหลายคนสงสัย ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่จำเป็นต้องทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจก็ได้ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำ แต่ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้น ให้ความคุ้มครองตัวรถยนต์แตกต่างจาก พ.ร.บ. ที่คุ้มครองเฉพาะผู้ประสบภัยเท่านั้น เช่น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา รถยนต์ของคุณเสียหายจำเป็นต้องเข้าซ่อม มีค่าใช้จ่ายหลักหมื่น หรือที่แย่กว่านั้น รถยนต์พับยับ ไฟไหม้หรือจมน้ำทั้งคัน ไม่สามารถซ่อมหรือนำกลับมาใช้งานได้อีก กลับยังต้องผ่อนซากรถต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดสัญญากับไฟแนนซ์ แต่เรื่องร้ายๆ ทั้งหมดจะเล็กลงถ้ามีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนของรถยนต์แทนคุณ

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจคืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง

     ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ ผู้ขับขี่สามารถทำได้ขึ้นอยู่กันความพึงพอใจ โดยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นจะช่วยชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ซึ่งความเสียหายนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น รถชนรถ รถชนเสาไฟฟ้า ฟุตบาท หรือรถชนแบบไม่มีคู่กรณี เป็นต้น นอกจากนี้ยังคุ้มครองรถจากภัยอื่นๆ อีกไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย รวมถึงมีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่หากเกิดเหตุเป็นคดีอาญาและค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและบุคคลภายนอก แต่อย่างไรก็ตามความคุ้มครองทั้งหมดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละชั้นด้วย หากเพื่อนๆ คนไหน สนใจทำประกันรถยนต์ แนะนำให้อ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ
 
     สรุป เราสามารถต่อ พ.ร.บ. โดยที่ไม่ต่อประกันได้ แต่เพื่อความอุ่นใจกว่า เราควรทำประกันรถยนต์เอาไว้ช่วยให้เราพ้นจากวิกฤติทางการเงินยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ถ้าเพื่อนๆ กังวลเรื่องราคาเบี้ยประกันรถยนต์สูง ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ฟรี! ที่ www.tqm.co.th หรือปรึกษาพี่หมีโทร 1737 คุณจะได้ประกันราคาสุดคุ้มที่ให้ความคุ้มครองตรงความต้องการที่สุด
 

 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ