ทริคเช็ครถมือสอง

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
ทริคเช็ครถมือสอง

02/02/2018 | รอบรู้เรื่องรถ | ซื้อรถมือสองอย่างไร ไม่ให้โดนย้อมแมว l TQM

 

ซื้อรถมือสองอย่างไร 

ไม่ให้โดนย้อมแมว

 
    การจะซื้อรถสักคัน ก็คงมีหลายเรื่องที่ต้องคิด และยิ่งเป็นรถมือสองแล้วด้วย พี่หมีขอบอกเลยนะครับว่า ต้องตรวจสอบและเช็ครถให้ดีเพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะไม่อย่างนั้น อาจจะโดนย้อมแมวได้ง่ายๆ นอกจากจะต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิต เนื่องจากรถบางคันที่นำมาขายต่อเป็นมือสอง อาจเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อนหรือผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้รถเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆหรืออยู่ในสภาวะที่ไม่สมบูรณ์ วันนี้พี่หมีจึงนำเอาวิธีการเช็ครถมือสองของช่างมาฝากกัน รับรองว่าเช็คเองได้และไม่ถูกย้อมแมวอย่างแน่นอน จะต้องเช็คตรงไหนบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ
 
1. รูปทรง
 
 
    ขั้นแรก เริ่มจากการสำรวจคร่าวๆด้วยตาว่า เวลาจอดรถบนพื้นราบว่ารถเอียงไหม ทรงรถสมส่วนหรือเปล่าและที่สำคัญให้ลองมองไปที่ช่องไฟของประตูว่า เสมอกันหรือไม่ ถ้าไม่เสมอกัน แปลว่ารถคันนี้ต้องเคยถูกชนและถอดประตูออกมาซ่อมแล้วนั้นเอง
 
2. สี
 
 
    ลองสำรวจดูสีรอบๆคันว่า มีลักษณะเป็นคลื่นหรือดูใหม่ผิดปกติหรือเปล่า แล้วลองเคาะเบาๆ ถ้ายังไม่เคยทำสี เสียงจะโปร่งๆ แต่ถ้าเป็นเสียงทึบๆละก็ ให้ฟันธงไปเลยครับว่ารถคันนี้เคยผ่านการทำสีมาใหม่หรืออาจเคยชนจนสีถลอกมาก่อน
 
3. คาน
 
 
    ต่อมาเราลองมาเปิดฝากระโปรงรถดู ให้มองดูที่คานหน้ารถ ว่ามีรอยบุบ รอยขันหัวน็อตหรือสติ๊กเกอร์ของบริษัทว่ายังติดอยู่ไหมและใหม่เกินไปรึเปล่า เพราะช่างบางอู่อาจจะเปลี่ยนใหม่ให้ทั้งอัน ดังนั้นการที่สติ๊กเกอร์ยังใหม่อยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เคยชนมาก่อนนะครับ
 
4. แก้มข้าง
 
เครดิตภาพ : www.one2car.com
 
    ที่นี้ให้เรามองไปที่ขอบด้านข้างฝากระโปรง ว่ารอยนูน ทั้ง 2 ฝั่งเหมือนกันไหม ถ้ามีด้านไหนยุบหรือบิดเบี้ยวไป ก็สันนิษฐานได้เลยครับว่าด้านนั้นเคยชนมาแล้วแน่ๆ
 
5. ประตูและขอบประตู
 
เครดิตภาพ : content.icarcdn.com
 
    ให้เราลองเปิดประตู และดึงขอบยางออกมาดู ถ้ารถที่ไม่เคยซ่อม ตรงขอบประตูจะมีรอยกลมๆ หรือ “อาร์ค” อยู่รอบประตู อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้ารอยหายไปหรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม ก็แปลว่าข้างนั้นเคยถูกชนไปแล้วเรียบร้อยครับ
 
6. ตะเข็บหลัง
 
เครดิตภาพ : www.one2car.com
 
    ลองมาดูที่ฝาท้ายกันบ้างนะครับ ให้เปิดฝาท้ายขึ้นมาแล้วดูที่ขอบข้างว่า รอยอาร์คทั้งสองฝั่ง มีสภาพเหมือนกันไหม ถ้ารอยอาร์คข้างไหนหายไป ให้ชั่งใจก่อน เพราะรถคันนี้อาจเคยโดนชนท้ายมาแล้ว
 
7. เครื่องยนต์
 
 
    พอสำรวจด้านนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่นี้ลองมาดูเครื่องยนต์กันบ้าง ให้เราลองสตาร์ทเครื่อง แล้วดูที่เกจ์วัดรอบเครื่องยนต์ว่าคงที่ไหม ถ้ารอบเครื่องยนต์ไม่คงที่แสดงว่าลูกสูบทั้ง 4 สูบ ของเครื่องยนต์ทำงานไม่ครบวงจรหรืออาจมีส่วนใดส่วนหนึ่งของลูกสูบทำงานผิดปกติไปอย่างแน่นอนครับ
 
8. เกียร์
 
 
    ต่อมาให้ลองเข้าเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ ให้ลองเข้าเกียร์ D เพื่อเดินหน้า ลองดูว่ารถเดินหน้ารึเปล่า หรือถ้าเป็นเกียร์กระปุก ก็ให้ขับไปเรื่อยๆ เข้าเกียร์ 1 แล้วขึ้นเป็นเกียร์ 2 ดูว่าเข้าได้เลยทันทีไหม มีเสียงแปลกๆรึเปล่า ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้ปฏิเสธรถคันนี้ไปได้เลยครับ เพราะว่า ถ้าเอาไปซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ที่หลัง อาจจะแพงกว่าราคารถก็ได้นะครับ
 
9. ช่วงล่าง
 
 
    ช่วงล่าง เป็นส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง สามารถเช็คได้จากการเลี้ยวหรือลองขับเข้าโค้ง ให้สังเกตว่าพวงมาลัยหมุนกลับมาเองได้ไหม หรือมีเสียงดังกุกๆกักๆรึเปล่า เพราะว่าถ้ามีเสียงดังเกิดขึ้น แปลว่า คุณอาจจะต้องเสียเงินเปลี่ยนเพลา ลูกหมาก หรือโช้ค ก็เป็นได้
 
10. เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์
 
 
    สุดท้าย คือให้เช็คเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ว่าตรงกับเล่มรถหรือไม่ ซึ่งตำแหน่งเลขของรถยนต์แต่ละรุ่นจะไม่เหมือนกัน ถ้าหาไม่เจอ พี่หมีแนะนำให้ดูที่เล่มรถ เพราะจะมีเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เลขเครื่องอยู่ตรงไหน
 
 
    เป็นยังไงกันบ้างครับ กับวิธีเช็ครถไม่ให้โดนย้อมแมวที่พี่หมีได้นำมาฝากกัน ใครที่กำลังคิดจะซื้อรถมือสองก็ลองไปทำตามกันดูนะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซ่อมเพิ่มอีกภายหลัง ส่วนครั้งหน้าพี่หมีจะมีทริคอะไรดีๆมาฝากกันอีก ติดตามกันต่อนะครับ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก 
 

 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ