เคลมรถบ่อยๆ ระวังทำประกันครั้งต่อไป

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
เคลมรถบ่อยๆ ระวังทำประกันครั้งต่อไป

25/04/2019 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | ทำประกันรถชั้น 1 ทั้งที เคลมเยอะ ๆ ได้ไหม

เคลมรถบ่อยๆ ระวังทำประกันครั้งต่อไป มีอะไรต้องจ่ายเพิ่มบ้าง?

 
     เชื่อไหมครับว่าคนมีรถส่วนหนึ่งยังคิดว่าการทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะเคลมเท่าไหร่ก็ได้แบบบุฟเฟต์ กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าไม่คุ้มกันก็เข้าปีที่ 3 – 4 ที่ต้องต่อประกัน ในประเด็นนี้มีกฎหมายระบุคุ้มครองทั้งผู้ทำประกันภัยและบริษัทรับทำประกัน เกี่ยวกับการเคลมประกันภัยบ่อย ๆ ที่เรียกกันในภาษาประกันว่า Over Claim ซึ่งมีผลกับการขึ้นเบี้ยปีต่อไปกับการต่อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกับบริษัทเดิมเอาไว้ วันนี้พี่หมีจะมาอธิบายให้เข้าใจกันก่อนเคลมรัว ๆ นะครับ
 

เคลมประกันรถยนต์ สูงกว่าทุนประกัน มีผลอะไรบ้าง

     ในทุกวันที่ต้องเอารถยนต์ออกถนนไปเจอกับเพื่อนร่วมทาง ในเหตุรถเฉี่ยวชนถ้าไม่ได้มาจากเราเป็นฝ่ายประมาท ก็เป็นคู่กรณีที่มาชน ความเสียหายน้อย ๆ แค่สีลอกนั้นก็ถือว่าฟาดเคราะห์ แต่หากชนยับต้องซ่อม 70% และมีผู้บาดเจ็บนี้ ประกันภาคสมัครใจถือเป็นตัวช่วยสำคัญมาก ๆ ทีเดียวครับ
 
แต่มีบางคนเข้าใจผิดว่าทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้วเกิดชนต้นไม้ ชนเสาไฟ ชนดะไปหมดแล้วก็จัดเคลมแบบบุฟเฟ่ต์ไปเลยแล้วจะคุ้ม ก็ต้องดูว่าทั้งหมดที่เคลมนี้ เกินทุนประกันภัยไปมากหรือเปล่า? ทางกฎหมายกำหนดไว้ 200% คือหากเกินทุนประกันภัยจำนวนนี้ทุกปี ๆ ทางบริษัทประกันภัยมีสิทธิ์ขอเพิ่มเบี้ยประกันดังนี้ครับ
  • เพิ่ม 20% ของเบี้ยประกันรวมสุทธิของปีที่ต่ออายุ
  • เพิ่ม 30% หากเข้ากรณีเคลมเกิน 200% และแจ้งเคลมโดยไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นใคร เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
  • เพิ่ม 40% หากเข้ากรณีเคลมเกิน 200% และแจ้งเคลมโดยไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นใคร เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
  • เพิ่ม 50% หากเข้ากรณีเคลมเกิน 200% และแจ้งเคลมโดยไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นใคร เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
     โดยทุกปีที่เพิ่มจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ 2 อย่าง คือ เคลมประกันมากกว่าเบี้ยที่จ่ายไปถึง 200% และไม่สามารถบอกได้ว่าคู่กรณีเป็นใคร
แต่ส่วนใหญ่พอเจ้าของรถรู้ตัวในปีที่ 2 และ 3 ก็ไม่ไปต่อกับบริษัทเอาประกันภัยเจ้าเดิมอีกแล้วครับ เมื่อย้ายค่ายก็อาจจะได้โปรโมชั่นกับเจ้าใหม่ เพราะคิดว่าเขาไม่ทราบประวัติการเคลมของบริษัทเดิม
 
ทำประกันรถชั้น1ทั้งทีเคลมเยอะ
 
ข้อเสียของการเคลมประกันบ่อย ๆ มีอะไรบ้าง?
  • เสียเวลาเอารถเข้าอู่ เพราะจะไม่มีรถใช้
  • ไม่คุ้มค่ากับการต่อประกันในปีถัดไป
  • เคลมเกินความจำเป็น ทำสีบ่อย ๆ ทำให้รถมีตำหนิ
  • เสียเวลาเพิ่มเติมเมื่อต้องหาประกันภัยเจ้าใหม่
 
ยกตัวอย่างเช่น
Q : หากพี่หมีทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กับบริษัทวิริยะประกันภัย และจ่ายเบี้ยต่อปี 17,000 บาท ต่อปี พี่หมีจะถูกปรับเบี้ยในปีต่อไปเท่าไหร่? หากเคลมเกิน 200%
A : หากปีนี้พี่หมีเคลมรอบคันไปทั้งหมด เกิน 34,000 บาท โดยบอกไม่ได้ว่ารถไปชนกับใครมา ไม่มีคู่กรณีที่เป็นพาหนะทางบก ระบุผู้ชนไม่ได้ 2 ครั้งขึ้นไป ปีหน้าพี่หมีอาจถูกเรียกเพิ่มเบี้ยได้ครับ
 
     หากเคลมประกันบ่อย ๆ เพราะคิดว่าจะคุ้มนั้น ลองคิดใหม่ดูครับ คำนวณดูดี ๆ รวมค่าเสียเวลาที่ต้องไปเช่ารถ หรือเดินทางเอง โดยไม่มีรถใช้ระหว่างซ่อมอาจทำให้คุณเสียโอกาสการเจอลูกค้า และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น รวมถึงปีต่อ ๆ ไปก็ต้องเจอกับการปรับเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น ต่อให้หาเจ้าใหม่ได้ก็อาจจะเจอกับเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าความคุ้มครองที่ได้จากเจ้าเดิมอีกครับ
 
      หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ทำไว้กับเจ้าเดิม ก็ติดต่อกับบริษัทประกันภัยของคุณได้เลย แต่หากต้องการเปลี่ยนบริษัท ให้พี่หมีช่วยเลือกได้ครับ ทิ้งเบอร์ไว้สิครับ เดี๋ยวพี่หมีโทรกลับนะครับ
 
 
 
 READ MORE : 
 

ค้นหาราคาประกันรถยนต์

กรุณาเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์