รถชนช่วงเดินทางไกล ถ่ายยังไงไม่ให้ดราม่า

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
รถชนช่วงเดินทางไกล ถ่ายยังไงไม่ให้ดราม่า

09/04/2018 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | รู้เทคนิคถ่ายรูปรถหลังโดนชน จบง่ายไม่ดราม่า | TQM

รถชนช่วงเดินทางไกล 

ถ่ายยังไงไม่ให้ดราม่า

 
    ก้าวเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ที่คนขับรถทางไกลออกต่างจังหวัดมากมาย โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็พุ่งสูงขึ้นตามๆกัน ยิ่งพอรถชนคนชอบจอดรถรอเจ้าหน้าที่มาเคลียร์สถานการณ์กลางถนนหรือลงมาเถียงกันเรื่องยาวไม่จบไม่สิ้น จนเกิดดราม่าและทำรถติดเป็นชั่วโมงๆ...พี่หมีจึงอยากบอกการแก้ปัญหาน่าปวดหัวนี้ โดยการถ่ายรูปหลังเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นก็รีบขับรถออกข้างทางเพื่อไกล่เกลี่ยกันทีหลัง...แต่จะถ่ายยังไงให้รู้เรื่อง จับภาพการชนได้ครบไม่ต้องมานั่งเถียงกันต่อ ใครยังไม่รู้ ตามพี่หมีมาอ่านกันเลยครับ
 
1.รู้ข้อจำกัดของการถ่าย
    ประเทศไทยเริ่มมีการสนับสนุนให้ประชาชนถ่ายรูปอุบัติเหตุจากโครงการ “รถชนแล้ว ถ่ายรูปไว้ แยกได้ ไม่ต้องรอ” ที่ก่อตั้งเมื่อต้นปี 2560 กำหนดให้สามารถใช้วิธีการถ่ายรูปและแยกไปไกล่เกลี่ยริมทางได้ในกรณีที่เกิดการชนระดับเบา ไปจนถึงระดับกลางโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนักเท่านั้น หากเป็นอุบัติเหตุที่มีผู้เจ็บหนักหรือผู้เสียชีวิตจะใช้วิธีถ่ายรูปเพื่อไกล่เกลี่ยไม่ได้ ให้โทรเรียกเจ้าหน้าที่มืออาชีพมาจัดการเลยครับ 
 
2.บันทึกวันและเวลาตอนถ่ายภาพ 
    ติดตั้งโหมดบันทึกวันและเวลาบนกล้องมือถือหรือกล้องดิจิตอลของคุณ เพื่อความง่ายต่อเจ้าหน้าที่ประกันภัยในการยืนยันวันและเวลาที่แน่นอนของการเกิดอุบัติเหตุครับ
 
3.ถ่ายภาพ 3 ระดับ ใกล้ไกลเก็บให้ครบ
 
ถ่ายระยะใกล้
 
    - ภาพระยะใกล้ หรือภาพซูม ให้เห็นรอยขีดขวนและความเสียหายอื่นๆที่เกิดจากอุบัติเหตุชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการประเมินความเสียหายครับ
    - ภาพระยะกลาง (ประมาณ 2-3 เมตรจากจุดเกิดเหตุ) ให้เห็นสภาพรถทั้งคัน ของรถตนเองและคู่กรณีเพื่อให้เห็นองศาการชนชัดๆ
    - ภาพระยะไกล (ประมาน 5 เมตรจากจุดเกิดเหตุ) จะได้เห็นช่องจราจรว่ารถแต่ละคันเดินทางมาจากไหน รวมถึงเห็นปัจจัยอื่นๆที่อาจมีความสำคัญในการเกิดของอุบัติเหตุเช่นป้ายจราจร และสภาพถนนครับ
 
4.ถ่ายภาพจากหลายมุม
 
ถ่ายหลายมุม
 
    บางครั้งการถ่ายมุมเดียวอาจไม่พอ ให้เดินรอบๆถ่ายภาพอุบัติเหตุจากหลายมุม หรือหากรถเสียหายหลายจุดก็ควรจะถ่ายให้ครบครับผม แต่ต้องดูสภาพการจราจรด้วยนะครับว่าสามารถถ่ายรูปจากทุกมุมได้หรือไม่  
 
5.ถ่ายป้ายทะเบียนรถ
 
ถ่ายป้ายทะเบียน
 
    อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญนะครับ ทุกครั้งที่จะถ่ายรูปอุบัติเหตุให้ถ่ายป้ายทะเบียนของรถตนเอง และคู่กรณีให้ชัดเจน เพื่อความง่ายในการระบุและลงประวัติรถของเจ้าหน้าที่ประกันภัย
 
6.ถ่ายความเสียหายภายในรถ
 
ถ่ายความเสียหาย
 
    อย่าลืมนะครับ ว่าบางครั้งประกันก็คุ้มครองของในรถ หากโน๊ตบุ๊คเสีย โทรศัพท์เจ๊ง ก็ให้ถ่ายรูปของเหล่านั้นติดมาด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าของเสียหายจากอุบัติเหตุจริงๆครับ รวมถึงถ่ายถุงลมนิรภัยด้วย เพราะการทำงานของถุงลมก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีครับ 
            
    เท่านี้เพื่อนๆก็คงจะทราบแล้วว่าควรถ่ายรูปอะไรบ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะได้ไม่ต้องจอดขวางทางจราจรจนทำรถติดสร้างประเด็นดราม่ากันครับ ถ่ายให้เห็นภาพชัดๆ จะได้คุยกันรู้เรื่อง แต่ถ้าอยากสบายใจไปอีกขั้นหนึ่ง พี่หมีขอแนะนำประกันชั้น 1 เพียง 6,999 บาท ให้คุณอุ่นใจ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมถามพี่หมีได้ที่ Live Chat หรือ Call Center 1737 ได้ตลอด 24 ชม. เลยครับ
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ