ระดับน้ำท่วมแค่ไหนที่ต้องชั่งใจไม่ขับรถ

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
ระดับน้ำท่วมแค่ไหนที่ต้องชั่งใจไม่ขับรถ

29/06/2019 | เทคนิคการขับรถ | ระดับน้ำท่วมแค่ไหนที่ต้องชั่งใจไม่ขับรถ

รู้ไว้! ปลอดภัยกว่า ระดับน้ำท่วมแค่ไหน ไม่ควรขับรถลุย

     เข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มตัว หลายพื้นที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม เกษตรกร ไร่ นา เกิดความเสียหาย บ้านเรือนที่อยู่อาศัยจมหายไปในพริบตา เส้นทางการสัญจรไปมาถูกตัดขาด เรียกได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่หลายคนตื่นตกใจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากขึ้น การเดินทางลำบาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ เนื่องจากฝนตกหนักปริมาณน้ำบนท้องถนนสูงขึ้นเรื่อยๆ การขับขี่รถยนต์จึงต้องระวัง และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะไม่เช่นนั้นรถยนต์สุดโปรดของคุณอาจเกิดความเสียหายได้
 

น้ำท่วมแค่ไหน ขับรถลุยน้ำได้ เครื่องยนต์ไม่ดับ

ระดับน้ำท่วมแค่ไหน ไม่ควรขับรถลุย
 
     พี่หมีมาพร้อม การประเมินระดับน้ำท่วมแค่ไหน ที่สามารถขับรถลุยน้ำได้ เพราะที่ผ่านมาหลายคนขับรถลุยน้ำ ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับกลางทาง น้ำเข้าภายในรถ และอีกมากมาย ฉะนั้นเราสามารถสังเกตระดับน้ำได้ด้วยสายตากับจุดอ้างอิงต่างๆ อย่างเช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้ รถยนต์ที่สวนทางมา เพื่อคาดคะเนระดับความสูงของน้ำแล้วถึงตัดสินใจลุย
 
ระดับน้ำ 5-10 เซนติเมตร
     ประมาณความสูงของน้ำ 5-10 เซนติเมตร ถือเป็นระดับที่น้อยมาก ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อการเดินทางด้วยรถยนต์ อยู่ในระดับที่ปลอดภัย สามารถผ่านได้ เพราะความสูงของน้ำดังกล่าวพบเห็นได้ตามถนนทั่วไป เกิดจากน้ำท่วมขัง
 
ระดับน้ำ 10-20 เซนติเมตร
     ระดับน้ำประมาณครึ่งฟุต ถือว่ายังปลอดภัยต่อรถยนต์ สามารถผ่านได้ตามปกติ แต่อาจส่งผลต่อรถเก๋งเล็กน้อย เนื่องจากมีความสูงไม่มาก เมื่อขับรถลุยน้ำ อาจได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมใต้ท้องรถ หรือ ปริมาณน้ำที่สูงขึ้นเมื่อรถยนต์สวนไปมา แต่ก็ยังอยู่ในระดับปลอดภัย
 
ระดับน้ำ 20-40 เซนติเมตร
     ปัจจุบันประตูรถเก๋งเกือบทุกรุ่นมีระยะสูงจากพื้น 150-170 ม.ม. ทำให้การขับรถลุยน้ำระดับ 20 -40 เซนติเมตร เริ่มมีปัญหา ทำให้ท่อไอเสียจมน้ำได้ หากเดินทางระยะสั้นสามารถไปได้ แต่ถ้าเป็นระยะทางยาวไม่แนะนำ สำหรับรถกระบะทั่วไปสามารถขับผ่านได้อย่างสบายใจ
 
ระดับน้ำ 40-60 เซนติเมตร
     ประมาณระดับน้ำ 40-60 เซนติเมตร ถือว่าเป็นอันตรายต่อรถเก๋งทุกประเภททุกรุ่น แนะนำไม่ควรขับผ่าน สำหรับรถกระบะ ปิกอัพทั่วไป เริ่มลุยน้ำพอควร แต่หากเดินเครื่องไปเรื่อยๆ ก็สามารถผ่านไปได้ แนะนำควรปิดระบบเครื่องปรับอากาศ แต่หากเป็นรถกระบะยกสูงสามารถผ่านได้สบายๆ ไร้ปัญหา
 
ระดับน้ำ 60-80 เซนติเมตร
     ระดับน้ำอันตรายกับรถทุกประเภท ไม่ควรผ่านเด็ดขาด เนื่องจากน้ำอาจไหลเข้าเครื่องกรองอากาศได้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ไม่ทำงาน หยุดชะงัก และสร้างความเสียหายต่อระบบต่างๆ หากต้องการผ่านจริงๆ รถกระบะยกสูงจะต้องใช้ความชำนาญสูง อย่ากระทบกับคลื่นน้ำโดยตรงเพราะอาจทำให้เครื่องดับได้
 
ระดับน้ำสูงกว่า 80 เซนติเมตร
     ระดับน้ำ 80 ซ.ม. คือระดับน้ำท่วมฝากระโปรงรถยนต์ ทำให้ระบบต่างๆได้รับความเสียหาย และเป็นอันตรายได้ แนะนำหากต้องการลุย หรือ ผ่านเส้นทางนี้ ให้เลือกรถที่มีการปรับแต่งยกสูงประมาณ 2–3 นิ้ว เพื่อความปลอดภัยของรถยนต์ และผู้ขับขี่
 
ระดับน้ำท่วมแค่ไหน ไม่ควรขับรถลุย
 
     การขับรถยนต์ลุยน้ำไม่ว่าจะประมาณความสูงเท่าไหร่ ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หากหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมได้ก็ความเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยตัวคุณ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน การประเมินระดับน้ำจะต้องอาศัยสิ่งที่ช่วยอ้างอิง และผู้ขับขี่จะต้องรู้จักรถยนต์ของตัวเองเป็นอย่างดี ว่าสามารถลุยน้ำในประมาณนั้นๆได้ไหม พี่หมีแนะนำเลือกทำประกันชั้น 1 หรือ ประกันชั้น 2+ คุ้มครองน้ำท่วม อุ่นใจทั้งรถ ทั้งคุณ
 
 READ MORE : 
 
 

ค้นหาราคาประกันรถยนต์

กรุณาเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์