รีบออกช่องทางพิเศษ จนเกิดเหตุรถชนท้าย

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
รีบออกช่องทางพิเศษ จนเกิดเหตุรถชนท้าย

27/03/2018 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | บุพเพเป็นเหตุ เกิดช่องทางพิเศษจนโดนชนท้าย | TQM

รีบออกช่องทางพิเศษ 

จนเกิดเหตุรถชนท้าย

 

    ทางด่วนในช่วงเลิกงานคลาคล่ำไปด้วยรถ  ต่างคนต่างรีบกลับบ้าน เกศก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ทุกวันหลังจากเสร็จงานที่พิพิธภัณฑ์ เธอมักจะตรงกลับบ้านทันที แต่เธอต้องกลับบ้านช้าลง เพราะเกิดเหตุซะก่อน……
 
    เกศขับรถกลับบ้าน เกิดปวดท้องหนักขึ้นมากะทันหัน เธอจึงกวาดสายตาไปทั่วเพื่อหาช่องจราจรที่เร็วที่สุด!
 
 
    ขณะเดียวกัน เด็ด ที่เพิ่งกลับจากการสอนที่พระนครศรีอยุธยา เขาเหนื่อยล้าและอยากกลับบ้านเต็มที จึงเลือกขับในช่องทางพิเศษพร้อมกับบ่นเรื่องตากระตุกเชิงรำคาญแต่ก็ยังเชื่อว่าจะเป็นลางดี
 
 
    ทันใดนั้นเอง เด็ดเห็นว่าข้างหน้าว่างพอดีจึงเหยียบคันเร่งเพื่อขึ้นไปข้างหน้าซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เกศอยู่ในช่องทางซ้ายและเห็นว่าช่องทางพิเศษนั้นว่างพอดี 
 
 
    เกศตัดสินใจเปลี่ยนเลนทำให้เด็ดที่กำลังเร่งขึ้นมาเบรกไม่ทัน ชนไฟท้ายรถของเธอเข้าอย่างจัง
 
 
    เธอลงมาดูรถของตน แล้วพบว่าไฟท้ายของเธอถูกชนจนแหลกละเอียด เธอชะงักไปครู่หนึ่งเพราะรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้มาก แต่ด้วยความโมโหเธอจึงต่อว่ากลับไป
 
 
    เด็ดได้เห็นหน้าเกศชัดๆก็พยายามนึกว่าเคยเจอเธอที่ไหน แต่เมื่อได้ฟังคำต่อว่า ก็โกรธจัดจึงตอบกลับไปว่า
 
 
    ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน ต่างคนต่างโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย เกศไม่รู้จะทำยังไง เธอจึงโทรเรียกประกันให้มาจัดการกับปัญหานี้
 
 
    ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ประกันก็มาถึงที่เกิดเหตุ ทั้งสองเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจนได้ข้อสรุป
 
 
    เจ้าหน้าที่ประกันกล่าวเสริมต่อ
 
 
    เมื่อได้ยินอย่างนั้น เกศก็รู้แจ้งในความผิดของตนและกล่าวขอโทษเด็ดจากใจจริง
 
 
    เด็ดคลายความโมโหลงพร้อมรับคำขอโทษด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์คนมีมาด
 
 
    เหตุการณ์จบลงด้วยดี ทั้งสองแยกย้ายกันกลับบ้านไปแต่ในใจของเขาทั้งคู่ยังครุ่นคิดอยู่ว่า เราไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่ทำไมถึงรู้สึกผูกพันเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน หรือว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นบุพเพสันนิวาสกันนะ………
 
 
สรุป
 
    ในกรณีนี้ แม้ว่าเด็ดจะขับอยู่ในช่องทางพิเศษ แต่ก็ถือว่าขับอยู่ในทางเอก หากรถของเกศพยายามที่จะเปลี่ยนช่องเดินรถ เกศจะต้องใช้ความระมัดระวังและรอให้รถในทางเอกว่างเสียก่อน ถึงจะเปลี่ยนเลนได้ อีกทั้งยังต้องให้สัญญาณในระยะ 30 เมตรก่อนเปลี่ยนช่องทางตามที่กฎหมายกำหนด การกระทำของเกศจึงเป็นการกระทำโดยประมาทถือเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 36, 40, 43(4)
 
*เกร็ดความรู้เรื่องกฎหมาย
 
    มาตรา 36 ผู้ขับขี่ที่เปลี่ยนช่องเดินรถ จะต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา 37 หรือไฟสัญญาณตามมาตรา 38 หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร 
    หากสภาพของการบรรทุกหรือสภาพของทัศนวิสัยการให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามวรรคหนึ่ง ไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลังมองเห็นได้ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ สัญญาณมือและแขนหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรคหนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรคหนึ่งให้ผู้ขับขี่อื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร
 
หมายเหตุ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นการพิจารณาว่าฝ่ายใดประมาทนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆ คำถามต้องให้ชัดเจน มิฉะนั้นทำให้ตอบคลาดเคลื่อนได้ 
 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ