สัญญาณอันตรายจากเครื่องยนต์

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
สัญญาณอันตรายจากเครื่องยนต์

11/07/2018 | รอบรู้เรื่องรถ | สัญญาณเตือนจากเครื่องยนต์ ที่ต้องรีบหยุดใช้รถ

สัญญาณอันตรายจากเครื่องยนต์แบบไหนที่ไม่ควรใช้รถ

 
     ปัจจุบันมีผู้คนใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว ยังให้ความเป็นส่วนตัว และเจ้าของรถ สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างที่ต้องการ โดยเสียค่าใช้จ่ายต่อวันเพียงค่าน้ำมันเท่านั้น รวมถึงกับนวัตกรรมการรถยนต์ที่มีการพัฒนาเรื่อย ๆ ทำให้ครอบครัวปัจจุบันส่วนใหญ่มีรถยนต์ 1-2 คันเป็นอย่างต่ำ รถยนต์นั้นบางคนอาจจะไม่ได้มีความจำเป็นในการต้องใช้ทุกวันเนื่องจากอาจจะไม่อยากประสบปัญหาเกี่ยวกับการจราจรต่าง ๆ การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ อย่าง รถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดิน คงจะให้ความสะดวกและรวดเร็วมากกว่า แต่ถ้าเป็นบุคคลที่ต้องใช้รถยนต์ทุกวันล่ะ คุณเคยสังเกตถึงความผิดปกติของรถยนต์กันบ้างหรือไม่ว่าสัญญาณเตือนแบบไหนเราควรรีบหยุดใช้รถ
 
 
วันนี้พี่หมีจะพามารู้ทันสัญญาณอันตรายจากรถยนต์ ว่าควรหยุดใช้และเตรียมซ่อมได้แล้ว

 

สัญญาณอันตรายที่คนขับรถส่วนมากควรรู้
 

สัญญาณอันตรายจากรถยนต์

1. ไฟสัญญาณเตือนหน้าปัดรถยนต์
 
     สัญญาณเตือนที่ไฟหน้าปัดรถยนต์นั้น จะถือได้ว่าเป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากที่สุด และมองเห็นได้ตลอดเวลา เพราะสัญญาณตัวนี้จะอยู่ตรงหน้าของคุณ โดยแจ้งเตือนขึ้นมาที่หน้าปัดไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์อะไร หรือขึ้นบนจุดไหนของหน้าปัด จะสามารถบ่งบอกได้ทันทีว่ารถยนต์ของคุณกำลังมีปัญหาอะไรบ้าง
 

2. ใช้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์นานกว่าปกติ

 
     ปกติแล้วนั้นการสตาร์ทรถยนต์ของเราจะใช้เวลาไม่นาน เรียกได้ว่า สตาร์ทปุ๊ปก็ติดเลย แต่สำหรับใครที่สตาร์ทรถยนต์แล้วต้องใช้เวลาในการสตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ บ่งบอกให้เห็นว่ารถยนต์ของคุณกำลังมีปัญหา อาจจะมีแนวโน้มที่แบตเตอรี่รถเสื่อม หรือ แบตเตอรี่รถยนต์ใกล้หมด
 

3. เสียงแปลกที่ดังขณะขับรถยนต์

 
     การที่เราขับรถยนต์และระหว่างทางได้ยินเสียงแปลกๆ หรือ เสียงที่ไม่คุ้นเคยในรถยนต์นั้น อาจจะเกิดจาก เสียงเสียดสี หรือ เสียงกระทบกันของโลหะภายในรถยนต์  เราควรรหาที่มาของเสียง เพื่อตรวจเช็คว่าต้นเหตุของเสียงนั้นเกิดจากจุดไหน และมีจุดไหนของรถที่ชำรุด เพราะหากเราปล่อยไปอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
 

4. ได้กลิ่นเหม็นไหม้

 
     ในขณะที่ขับรถยนต์และได้กลิ่นเหม็นไหม้ ไม่ว่าจะมาจากส่วนใดของรถยนต์ แสดงว่ารถยนต์ของเราเกิดความเสียหายขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เบรกไหม้ สายพานไหม้ ท่อไอเสียแตก หรือ สายไฟภายในเครื่องยนต์ไหม้ ซึ่งแต่ละส่วนนั้นอันตรายมากหากใช้รถยนต์ต่อไป ดังนั้นเมื่อได้กลิ่นแล้วเราควรรีบนำรถไปตรวจเช็คให้เร็วที่สุดดีกว่า
 

5. มีควันออกมาจากท่อไอเสีย

 
     ปกติแล้วควันที่ถูกปล่อยออกมาจากท่อไอเสียจะเป็นควันที่ไร้กลิ่นไร้สี แต่ถ้าในกรณที่รถยนต์ของเราเริ่มมีปัญหานั้น สีของควันที่ปล่อยออกมาจะบ่งบอกความผิดปกของเครื่องยนต์ เพราะสัญญาณเตือนนี้หมายถึงระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์นั้นมีปัญหา โดยเฉพาะปะเก็นที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์อาจมีการแตกจนทำให้น้ำเล็ดรอดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ทำให้เผาน้ำออกมาเป็นไอ และหากอาการหนักก็อาจถึงขั้นทำให้เครื่องยนต์น็อคได้
 

6. รอยน้ำมันหยด

 
     การที่เราเห็นรอยน้ำมันหยดลงที่พื้นในขณะที่จอดนั้น ทำให้เราสามารถมองเห็นตำแหน่งที่มีน้ำมันรั่วซึมออกมาได้ ซึ่งเป็นการรั่วซึมของระบบหล่อลื่น ไม่ว่าเป็นซีลยางน้ำมันของเครื่องยนต์เกิดการเสื่อมสภาพ ฝาครอบวาล์วรั่ว เป็นต้น หากเมื่อพบร่องรอยจุดน้ำมันรั่ว เราควรนำรถยนต์เข้าเช็คโดยด่วนดีกว่า
 

7. รถยนต์เร่งความเร็วไม่ขึ้น

 
     การที่รถยนต์เร่งความเร็วไม่ขึ้นนั้น บ่งบอกได้ถึงสัญญาณอันตราย ถึงแม้จะไม่เห็นรอยหยดน้ำมันรั่ว ก็อาจจะถึงในช่วงที่เราควรต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือการกรองน้ำมันเชื้อเพลิงกันแล้ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้รถยนต์ของเราเสื่อมสภาพและเกิดอันตรายขณะขับขี่ได้
 
 
ข้อควรระวัง และความรู้เกี่ยวกับรถว่าแบบไหนเรียกผิดปกติ
 
 
 
อาการต่าง ๆ ที่พี่หมีกล่าวมานี้จะสังเกตุได้ว่า เป็นอาการที่เราสามารถสังเกตได้เองจากการใช้รถยนต์ของเราเป็นประจำ เจ้าของรถยนต์และผู้ขับขี่จะรู้ถึงสัญญาณเตือนเหล่านี้ได้ก่อนใครและสามารถรู้ได้ดีกว่าบุคคลภายนอก ดังนั้นเมื่อสังเกตุถึงสัญญาณอันตรายต่อตัวรถยนต์แล้วนั้น พี่หมีแนะนำว่าให้รีบนำรถยนต์เข้าศูนย์ หรือ เข้าอู่เพื่อตรวจสภาพรถยนต์และซ่อมแซมจุดที่มีปัญหาก่อนทีจะเกิดอันตรายดีกว่านะครับ
 
 

READ MORE :

 

   ►  6 สัญญาณเตือนภัยต้องเปลี่ยนยางด่วน

   ►  วิธีแก้ไขปัญหารอยขีดข่วนสีรถเบื้องต้น

   ►  ความเร็วเท่าไหร่ไม่โดนปรับ

ค้นหาราคาประกันรถยนต์

กรุณาเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์