หยุดชาไข่มุก ถ้าไม่อยากน้ำตาลในเลือดสูง

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
หยุดชาไข่มุก ถ้าไม่อยากน้ำตาลในเลือดสูง

05/09/2019 | ชีวิตดีกับ TQM | หยุดชาไข่มุก มาฟังอันตรายจากน้ำตาลในเลือดสูง

หยุดชาไข่มุกและเครื่องดื่มหวาน ๆ มาฟังอันตรายจากน้ำตาลในเลือดสูง

     ณ เวลานี้ “ชาไข่มุก” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีร้านชานมไข่มุกเกิดขึ้นมากมายในประเทศ ซึ่งมีทั้งแบรนด์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และแบรนด์ไทย โดยแต่ละร้านมาพร้อมความหวานอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นที่ถูกปากใครหลายคนอย่างมาก และด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดกระแสชาไข่มุกฟีเวอร์ ที่ได้ความนิยมจากทุกเพศทุกวัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความอร่อยจากชาไข่มุกถ้ารับประทานมากเกินไป ก็ทำให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายเช่นกัน! เนื่องจากส่วนผสมหลักในชาไข่มุก มีทั้งชา ครีมเทียม น้ำตาลทราย นมข้นหวาน ไข่มุก และผงแต่งกลิ่นสำเร็จรูป ที่มีน้ำตาล และไขมันสูง ซึ่งหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป มีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วน และเสี่ยงเป็นโรคร้ายอีกด้วย!
 
ดื่มชานมไข่มุกมากๆ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย
 
     จากข้อมูลในเว็บไซต์ thaihealth ได้บอกถึงโทษของการรับประทานชาไข่มุกที่มากเกินไป เอาไว้ว่า ชาไข่มุกบางสูตรมีส่วนผสมของครีมเทียม ที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นตัวการร้ายทำให้เสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ! นอกจากนี้ได้มีข้อมูลระบุเอาไว้ว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงานถึง 350 – 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเท่ากับการทานก๋ยวเตี๋ยว 1 จาน ส่วนตัวไข่มุกที่หลายคนชื่นชอบให้พลังงานถึง 100 กิโลแคลอรี ซึ่งมากกว่าข้าว 1 ทัพพีเลยทีเดียว!
 
     หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบการรับประทานชาไข่มุกเป็นอย่างมาก ชนิดที่ว่าต้องกินทุกวันมิเช่นนั้นชีวิตเหมือนขาดอะไรไป! พี่หมีมีข้อควรรู้เกี่ยวกับโภชนาการทางอาหารของชาไข่มุกแก้วโปรด มาบอกดังนี้ครับ
 
- ชาไข่มุกมีแคลอรีสูง โดยเฉพาะแก้วที่เพิ่มนมสด และเม็ดไข่มุก มีพลังงานมากถึง 335 แคลอรี่ ซึ่งหากรับประทานชาไข่มุกวันละ 2 แก้ว นั่นหมายความว่าภายในร่างกายคุณมีแคลอรีมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณที่ควรจะได้รับต่อวัน! อีกทั้งมีส่วนทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
 
- ชาไข่มุกมีคุณค่าทางอาหารน้อย โดยเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแร่ธาตุ ไม่มีวิตามิน ไม่มีกากใยอาหาร และไม่มีสารอาหารใด ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย ซึ่งหากรับประทานไข่มุกมากเกินพอดี ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
 
- เคยมีรายงานว่าผู้ผลิตบางรายได้นำเข้าชาไข่มุกที่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย โดยเป็นสารที่ใช้ทำพลาสติกอย่าง DEHP ซึ่งมีงานวิจัยค้นพบว่าเป็นสารที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก และเจริญเติบโตผิดปกติ
 
- ขั้นตอนการผลิตมันสำปะหลังที่เป็นวัตถุดิบหลังของการทำเม็ดไข่มุก อาจมีสิ่งปนเปื้อน รวมถึงการแช่น้ำ และเก็บไว้นานเกินไป ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท
 
ระวัง! รับประทานชาไข่มุกมากเกินไป เสี่ยงเป็นโรคร้ายดังนี้ต่อไปนี้….
พี่หมีมีข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการรับประทานชาไข่มุก ในปริมาณมากเกินไป มาบอก เพื่อจะได้ย้ำเตือนกับตัวเองว่า ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ โดยโรคร้ายที่มักมาพร้อมกับความอร่อยจากชาไข่มุก ได้แก่…
 
ส่วนผสมหลักในชาไข่มุก มีทั้งชา ครีมเทียม น้ำตาลทราย นมข้นหวาน ไข่มุก
 
โรคอ้วน
แน่นอนว่าหากคุณดื่มชาไข่มุกทุกวัน หรือรับประทานวันละ 2 แก้วขึ้นไป ไขมันส่วนเกินที่ทำให้เกิดโรคอ้วนต้องเข้ามาแฝงตัวอยู่ในร่างกายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้! โดยชาไข่มุก 1 แก้วให้พลังงานถึง 240 – 360 กิโลแคลอรี ซึ่งหากรับประทานทุกวันก็ทำให้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
 
ท้องผูก
ไข่มุกมีส่วนย่อยยาก จึงทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา ส่งผลให้เกิดปัญหาการขับถ่าย ยิ่งใครที่ไม่ทานผักผลไม้ ก็ทำให้ท้องผูกได้
 
โรคเบาหวาน
ความหวานในชาไข่มุกถือเป็นหนึ่งในตัวการร้าย ที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน! โดยแป้งจากไข่มุกจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ซึ่งหากร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ก็มีความเสี่ยงทำให้เป็นโรคเบาหวานได้
 
โรคหัวใจและหลอดเลือด
ส่วนผสมในชาไขมุก ไม่ว่าจะเป็น นม น้ำตาล รวมถึงครีมที่มีไขมันทรานส์ ถือเป็นสิ่งที่อันตรายต่อหัวใจ หากได้รับในปริมาณที่มาก ก็ส่งผลให้เข้าไปเพิ่มไขมันชนิดเลว เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ และลดปริมาณไขมันดี ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
 
     ถ้าไม่อยากให้ชาไข่มุก หรือเครื่องดื่มรสหวานเมนูโปรดที่มอบความสุขทุกครั้งที่รับประทาน เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้าย ควรรับประทานด้วยปริมาณที่เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกาย หรือหากรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย พี่หมีแนะนำให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เผื่อหากเจอว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายจะได้รักษาทัน และสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาดคือ การทำประกันสุขภาพ เพื่อจะได้ให้การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล โดยที่ TQM มีประกันสุขภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่มีเบี้ยเริ่มต้นเพียง 20 บาท โดยให้การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 4 แสนบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
READ MORE : 
 
 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ