เช็คสภาพยางรถยนต์ ก่อนลุยถนนหน้าฝน

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
เช็คสภาพยางรถยนต์ ก่อนลุยถนนหน้าฝน

15/05/2019 | รอบรู้เรื่องรถ | เช็คสภาพยางรถยนต์ ก่อนลุยถนนหน้าฝน

เช็คสภาพยางรถยนต์

     ก้าวเข้าฤดูฝนกันแล้ว หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พื้นถนนเปียกและลื่น ยากต่อการขับขี่รถด้วยความเร็ว ฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างยิ่งคือ การเช็คสภาพยางรถยนต์ ตั้งแต่ อายุยาง ดอกยาง ลมยาง เพราะหากต้องขับรถฝ่าฝนทุกวันโดยไม่รู้ว่ายางที่ใช้อยู่พร้อมไปกับเราหรือไม่ อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเช็คสภาพยางรถยนต์ ก่อนลุยถนนเปียกหน้าฝนกันครับ
 
     เมื่อเข้าสู่หน้าฝน สิ่งที่น่าห่วงคือ การขับขี่บนท้องถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ในการมองเห็นลดลงและสภาพถนนที่เพิ่มความยากลำบากในการขับขี่ มีแอ่งน้ำและโคลนทำให้ถนนลื่น 
 

1. อายุยางรถยนต์ โดยทั่วไปรถจะถึงเวลาเปลี่ยนยางใหม่เมื่อยางถูกใช้งานไปแล้ว 4-5 ปี หรือประมาณ 50,000 - 80,000 กิโลเมตรขึ้นไป แต่ถ้ารถไม่ค่อยได้ใช้งานหรือวิ่งระยะไกล ดอกยางยังแน่นและไม่มีการสึกหรอ ก็สามารถใช้ยางต่อไปได้ บางคันใช้งานได้ถึง 10 ปีเชียวหละ

อายุยางรถยนต์

 

2. สภาพของดอกยาง เป็นสิ่งที่ควรดู เพราะดอกยางจะช่วยยึดเกาะถนนและรีดน้ำออกไปจากหน้ายางได้ ถ้าความลึกของดอกยางต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร ก็คือควรเปลี่ยนยางใหม่ได้เลย

สภาพของดอกยาง

3. ลมยาง ควรเช็คเดือนละ 1 ครั้ง และในช่วงหน้าฝนที่ต้องลุยถนนเปียก ควรเติมลมยางเผื่อไว้อีก 1-2 ปอนด์ เพื่อให้ยางแข็งและรีดน้ำได้ดี แต่อย่าลืมเช็คลมขณะที่ยางเย็นเท่านั้นนะครับ

เติมลมยาง

4. สลับยาง ทุกๆ 1 หมื่นกิโลเมตร ยางรถยนต์ที่ถูกใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ขับทางไกลและใช้ความเร็วสูงแต่ละข้างจะมีการสึกหรอไม่เท่ากัน เมื่อครบ 10,000 ก.ม. แนะนำให้ยางล้อคู่หน้าสลับกับยางล้อคู่หลัง เพื่อให้ดอกยางของทุกล้อสึกหรอเท่าเทียมกัน 

สลับยาง ทุกๆ 1 หมื่นกิโลเมตร

 
     แต่นอกจากการดูแลยางรถยนต์ให้มีสภาพพร้อมรับหน้าฝนแล้ว เราทุกคนก็จะต้องขับขี่อย่างถูกวิธีและไม่ประมาทด้วยถึงจะเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้
 

วิธีการขับขี่รถลุยฝน ห่างไกลบัติเหตุ

  1.  ไม่ควรขับรถเร็วเกินไปหรือไม่เกิน 60 กม./ชม. เพราะจะทำให้ลำบากในการควบคุมรถยนต์และเกิดอาการรถเหินน้ำได้
  2. เปิดไฟใหญ่ขณะที่ฝนตก เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น
  3. ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะอาจเกิดความเข้าใจผิดว่า รถจอดเสียอยู่
  4. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 10-15 เมตร
  5. เลี่ยงขับรถลุยแอ่งน้ำ และบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง
  6. เปิดที่ปัดน้ำฝน
 
     สุดท้ายนี้ เมื่อเช็คลมยางรถยนต์ให้พร้อมและขับขี่อย่างถูกวิธีแล้ว อย่าลืมทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เพราะถึงเราไม่ประมาท ไม่ขับรถชนคนอื่น คนอื่นก็อาจประมาทและขับรถมาชนเราได้ ให้ประกันชั้น 1 คุ้มครอง ช่วยจ่ายค่าเสียหายแทนคุณ สนใจมองหาประกันรถยนต์ คลิกเลย โปรโมชั่นทั้งหมด หรือ โทร 1737 พี่หมียินดีให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงครับ
 

 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ