คนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร ติดต่อหน่วยงานไหน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon30/07/69

7,614 ครั้ง

คนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร ติดต่อหน่วยงานไหน

    การเดินทางไปต่างประเทศเต็มไปด้วยความคาดหวังและประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่เหตุไม่คาดฝันก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างการเสียชีวิตระหว่างเดินทางที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งนอกจากความสูญเสียแล้ว ยังมีขั้นตอนด้านกฎหมาย เอกสาร และการประสานงานที่ครอบครัวต้องดำเนินการ บทความนี้ TQM จะพาคุณทำความเข้าใจว่าหากคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง และประกันเดินทางช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระได้อย่างไร


Key Takeaway

 

  • หากคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ญาติควรรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย เพื่อขอคำแนะนำและดำเนินการด้านเอกสารทันที
  • กรณีญาติอยู่ประเทศไทย จะต้องทำหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรอง และรวบรวมเอกสาร ยื่นกับ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล
  • กรณีญาติอยู่ต่างประเทศ สามารถติดต่อและดำเนินการกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยได้โดยตรง
  • ครอบครัวสามารถเลือกได้ว่าจะ นำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย หรือ ประกอบพิธีฌาปนกิจในต่างประเทศแล้วส่งอัฐิกลับไทย โดยการส่งอัฐิจะมีขั้นตอนง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการส่งร่างผู้เสียชีวิต
  • เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม ได้แก่ หนังสือมอบอำนาจ (กรณีจำเป็น) ใบมรณบัตร หนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิต และเอกสารที่ใช้ในการขนย้ายร่างหรืออัฐิ รวมถึงเอกสารสำหรับการเคลมประกัน หากมี
  • ค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 250,000–400,000 บาท ส่วนการส่งอัฐิกลับประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 150,000–230,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศที่เสียชีวิต ระยะทาง และขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละประเทศ
  • หากผู้เสียชีวิตทำประกันเดินทางไว้ ควรแจ้งบริษัทประกันทันที เพราะประกันเดินทางหลายแผนให้ความคุ้มครองค่าขนส่งร่างผู้เสียชีวิตหรืออัฐิ ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ก่อนเสียชีวิต รวมถึงบริการช่วยเหลือและประสานงานฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


คนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องทำอย่างไรบ้าง

    หากคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย หรือสาเหตุอื่น ญาติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่เกิดเหตุ และสามารถดำเนินการเรื่องเอกสาร การออกใบมรณบัตร การนำร่างผู้เสียชีวิตหรืออัฐิกลับประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณี ที่ควรดำเนินการดังนี้

 

กรณีญาติอยู่ประเทศไทย

หากญาติของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศไทยและไม่สามารถเดินทางไปดำเนินการที่ต่างประเทศได้ สามารถมอบอำนาจให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ หรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในประเทศที่เกิดเหตุ ดำเนินการบางส่วนแทนได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

 

  1. ติดต่อ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) หรือผ่านระบบออนไลน์ ที่ E-Help เพื่อสอบถามรายละเอียด ขั้นตอน และตรวจสอบว่าสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยแห่งใดเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ที่เกิดเหตุ

  2. ญาติเดินทางไปที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนบ้าน เพื่อจัดทำหนังสือมอบอำนาจ

  3. ยื่นหนังสือมอบอำนาจ กับทาง กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือ สาขาย่อยกองสัญชาติและนิติกรณ์สาขาปทุมวัน หรือที่ สนง.หนังสือเดินทางในต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ภูเก็ต และเมืองพัทยา เพื่อรับรองเอกสาร

  4. ยื่นเอกสารทั้งหมด ที่ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) หรือผ่านระบบออนไลน์ ที่ E-Help หรือสนง.หนังสือเดินทางในต่างจังหวัด โดยมีเอกสารดังนี้

    • หนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองจากกองสัญชาติฯ

    • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของญาติและผู้เสียชีวิต

    • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิต

    • คำร้องขอความช่วยเหลือและคำร้องจดทะเบียนคนตาย

  5. เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน กรมการกงสุลจะส่งเรื่องไปยังสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย เพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น ขอใบมรณบัตรของประเทศที่เกิดเหตุ และดำเนินการออกใบมรณบัตรไทย

  6. หากญาติประสงค์ประกอบพิธีศพในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยจะประสานงานเรื่องการฌาปนกิจหรือฝังศพ รวมถึงการส่งอัฐิกลับประเทศไทยตามความประสงค์ของญาติ

  7. หากต้องการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย ญาติจะต้องติดต่อบริษัทจัดการร่างผู้เสียชีวิตจากต่างประเทศ (International Repatriation Services) ด้วยตนเอง เนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยไม่มีอำนาจดำเนินการแทนในส่วนนี้

 

กรณีญาติอยู่ต่างประเทศ

หากญาติของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศเดียวกันหรือสามารถเดินทางไปยังประเทศที่เกิดเหตุได้ สามารถดำเนินการกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการมอบอำนาจ เหลือขั้นตอน ต่อไปนี้

  1. ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งเหตุและขอคำแนะนำในการดำเนินการ

  2. ยื่นคำขอรับใบมรณบัตรท้องถิ่นของประเทศที่เกิดเหตุ และใบมรณบัตรไทย กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย

  3. ประสานงานเรื่องการรับร่างผู้เสียชีวิต การฌาปนกิจ การฝังศพ หรือการนำร่างหรืออัฐิกลับประเทศไทย ตามความประสงค์ของครอบครัวและกฎหมายของประเทศนั้น

 

ข้อควรรู้: แม้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยจะให้ความช่วยเหลือในการประสานงานและดำเนินการด้านเอกสาร แต่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องเย็น ค่าฌาปนกิจ หรือค่าขนส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย โดยญาติหรือผู้จัดการศพจะเป็นผู้รับผิดชอบ เว้นแต่ผู้เสียชีวิตจะมีประกันเดินทางหรือสวัสดิการอื่นที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด หากผู้เสียชีวิตทำประกันเดินทางไว้ ควรรีบแจ้งบริษัทประกันหรือศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินตามหมายเลขที่ระบุในกรมธรรม์ทันที เนื่องจากบริษัทประกันหลายแห่งมีบริการช่วยประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการจัดการเอกสาร การติดต่อโรงพยาบาล การประสานการขนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย รวมถึงการพิจารณาความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

คนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ

ควรเลือกส่งอัฐิหรือส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไทย

เมื่อคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ครอบครัวสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง คือ นำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย หรือ ประกอบพิธีฌาปนกิจในต่างประเทศก่อน แล้วส่งอัฐิกลับไทย ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อแตกต่าง ดังนี้

 

ส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไทย

หากครอบครัวต้องการจัดพิธีศพที่ประเทศไทย สามารถเลือกนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาได้ แต่จะมีขั้นตอนค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องดำเนินการด้านเอกสาร ขออนุญาตเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต และใช้บริการบริษัทรับขนส่งร่างผู้เสียชีวิตระหว่างประเทศ ทำให้ใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

 

ส่งอัฐิกลับประเทศไทย

หากครอบครัวเลือกประกอบพิธีฌาปนกิจในต่างประเทศก่อน ก็สามารถนำอัฐิกลับประเทศไทยได้ ซึ่งมีขั้นตอนง่ายกว่า ใช้เอกสารน้อยกว่า ใช้เวลาสั้นกว่า และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการขนส่งร่างผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ เมื่ออัฐิกลับถึงประเทศไทย ครอบครัวยังสามารถจัดพิธีบำเพ็ญกุศลหรือประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อได้ตามปกติ

 

หากครอบครัวต้องการให้ญาติและคนใกล้ชิดได้ร่วมพิธีศพที่ประเทศไทย การนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไทยอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากไม่สะดวกในการดำเนินการขนส่งร่าง การฌาปนกิจในต่างประเทศและส่งอัฐิกลับไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ

 

เอกสารที่ต้องใช้เมื่อคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ

สำหรับใช้ยื่นที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล

  • หนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์
  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของญาติและผู้เสียชีวิต
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เสียชีวิต
  • คำร้องขอความช่วยเหลือและคำร้องจดทะเบียนคนตาย

 

สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อรับศพ

  • ใบมรณบัตรไทย หรือใบมรณะบัตรที่ออกให้โดยทางการท้องถิ่นของประเทศที่เสียชีวิต
  • เอกสารสำหรับการนำร่างผู้เสียชีวิตหรืออัฐิกลับประเทศไทย เช่น หนังสือรับรองการเสียชีวิตจากแพทย์ และเอกสารจากบริษัทจัดการร่างผู้เสียชีวิต

 

สำหรับใช้เคลมประกัน (หากมี)

  • สำเนาใบมรณบัตรไทย หรือใบมรณะบัตรที่ออกให้โดยทางการท้องถิ่นของประเทศที่เสียชีวิต
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เสียชีวิต
  • เอกสารหรือหลักฐานค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องเย็น ค่าฌาปนกิจ และค่าขนส่ง
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชี (กรณีให้โอนเงินเข้าบัญชี)
  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย

 

หมายเหตุ: เอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันตามกฎหมายท้องถิ่น จึงควรตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่เกิดเหตุก่อนดำเนินการทุกครั้ง

 

ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายศพหรือส่งอัฐิกลับไทย

    สำหรับการเคลื่อนย้ายศพหรืออัฐิของผู้เสียชีวิตที่ต่างประเทศกลับไทย ทางกรมศุลกากรได้ระบุขั้นตอนไว้ดังนี้

 

  1. ญาติเดินทางไปรับศพหรืออัฐิที่คลังสินค้าคาร์โก้ (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมแสดงบัตรประชาชนและสำเนาเอกสารจากบริษัทจัดการร่างผู้เสียชีวิตจากต่างประเทศ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  2. ญาติรับเอกสาร Delivery Order และเอกสารที่มาพร้อมผู้เสียชีวิต
    • หนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เสียชีวิต
    • ใบตราส่งสินค้าทางอากาศยาน (Air Waybill)
    • ใบมรณะบัตรที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ
    • เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งออกโดยแพทย์หรือโรงพยาบาล
  3. แจ้งกับฝ่ายรักษาความปลอดภัย เพื่อนำความสะดวกในการขนส่งร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

 

ค่าใช้จ่ายในการส่งร่างหรืออัฐิผู้เสียชีวิตกลับไทย

ค่าใช้จ่ายในการนำร่างผู้เสียชีวิตหรืออัฐิกลับประเทศไทย จะแตกต่างกันไปตามประเทศที่เสียชีวิต ระยะทาง สายการบิน และกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยหลัก ๆ จะประกอบด้วย ค่าบริการจัดการศพหรือฌาปนกิจ ค่าธรรมเนียมด้านเอกสาร และค่าขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

 

ค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไทย

การนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยมีขั้นตอนและข้อกำหนดค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องดำเนินการตามมาตรฐานการขนส่งทางอากาศและกฎหมายของประเทศต้นทาง ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 250,000-400,000 บาท หรืออาจสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับประเทศที่เสียชีวิตและระยะทางในการขนส่ง

 

ค่าใช้จ่ายที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • ค่าบริการบริษัทจัดการศพ
  • ค่ารักษาสภาพศพและฉีดยา
  • ค่าโลงศพและหีบห่อมาตรฐานการบิน ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
  • ค่าขนส่งทางอากาศ (Air Cargo)
  • ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องเย็น หรือค่าฝากเก็บศพ ที่เกิดขึ้นก่อนดำเนินการส่งกลับ
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขนย้ายศพข้ามประเทศ

 

ค่าใช้จ่ายในการส่งอัฐิกลับไทย

หากครอบครัวเลือกประกอบพิธีฌาปนกิจในต่างประเทศก่อน แล้วจึงส่งอัฐิกลับประเทศไทย จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการขนส่งร่างผู้เสียชีวิต โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 150,000-230,000 บาท ในกรณีที่ใช้บริการบริษัทจัดการศพทั้งหมด และอาจมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่านี้ หากญาติเป็นผู้นำอัฐิกลับประเทศไทยด้วยตนเองตามข้อกำหนดของสายการบินและประเทศต้นทาง

 

ค่าใช้จ่ายที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • ค่าฌาปนกิจ ของสุสาน วัด หรือสถานประกอบพิธีในต่างประเทศ
  • ค่าโกศหรือภาชนะบรรจุอัฐิ ที่เป็นไปตามมาตรฐานการขนส่ง
  • ค่าธรรมเนียมเอกสารรับรอง
  • ค่าขนส่งอัฐิ

 

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเพียงการประมาณการ เนื่องจากแต่ละประเทศมีอัตราค่าบริการ ขั้นตอน และข้อกำหนดทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

 

เสียชีวิตที่ต่างประเทศ ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรบ้าง

    หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนทำให้ผู้เอาประกันเสียชีวิตระหว่างเดินทางในต่างประเทศ ประกันเดินทางอาจช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายและการประสานงาน โดยความคุ้มครองที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • ค่าขนส่งร่างผู้เสียชีวิตหรืออัฐิกลับประเทศไทย ช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการนำร่างหรืออัฐิกลับประเทศตามวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
  • เงินชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จ่ายให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ตามจำนวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้
  • ค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิต หากผู้เอาประกันเข้ารับการรักษาจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยที่อยู่ในความคุ้มครอง ประกันอาจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ช่วยประสานงานกับโรงพยาบาล สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย รวมถึงญาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ความคุ้มครองเพิ่มเติมตามแผนประกัน เช่น ค่าเดินทางของญาติผู้ใกล้ชิด หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์

 

    อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครอง วงเงิน และข้อยกเว้นของประกันเดินทางแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน ก่อนเดินทางจึงควรตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์ให้ครบถ้วน

 

    จากที่เห็น จะพบว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันในต่างประเทศ อาจมีทั้งขั้นตอนด้านเอกสาร การประสานงาน และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบตามมา การเตรียมตัวก่อนเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเที่ยวต่างประเทศคนเดียวหรือเดินทางกับคนใกล้ชิด การเลือกประกันเดินทางที่มีความคุ้มครองเหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดย TQM ให้คุณสามารถเช็คเบี้ยประกันเดินทางต่างประเทศจากหลายบริษัทชั้นนำ ครอบคลุมประเทศยอดฮิต พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

article created at icon30/07/69

7,614 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2225 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

ค้นหาแผนประกันเดินทาง

ต่างประเทศ
ต่างประเทศ
ในประเทศ
ในประเทศ
TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง