เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
ค้นหาแผนประกันเดินทาง


การเดินทางขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ นอกจากเตรียมพาสปอร์ตและสัมภาระ เช่น ของเหลวโหลดใต้เครื่องบินให้พร้อมแล้ว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างพาวเวอร์แบงค์ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนออกเดินทาง เพราะมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ผู้โดยสารควรรู้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเช็คว่า พาวเวอร์แบงค์ ขึ้นเครื่องบินได้ไหม ต้องใส่กระเป๋าใบไหน และความจุเท่าไรจึงจะผ่านจุดตรวจความปลอดภัย กันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
พาวเวอร์แบงค์สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสายการบิน โดยผู้โดยสารต้องพกพาวเวอร์แบงค์ไว้ใน สัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Baggage) เท่านั้นเนื่องจากพาวเวอร์แบงค์ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากเกิดความร้อนสูง ลัดวงจร หรือชำรุดระหว่างการเดินทาง จึงต้องอยู่ในจุดที่สามารถตรวจสอบและควบคุมได้ง่าย

พาวเวอร์แบงค์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ต้องเป็นรุ่นที่มีข้อมูลความจุแบตเตอรี่ระบุไว้อย่างชัดเจน และอยู่ในเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด โดยทั่วไปจะพิจารณาจากค่าพลังงานไฟฟ้า Wh (Watt-hour) ไม่ใช่ดูจากตัวเลข mAh เพียงอย่างเดียว
โดยทั่วไป พาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุ ไม่เกิน 100 Wh (ประมาณ ไม่เกิน 20,000-27,000 mAh แล้วแต่แรงดันแบตเตอรี่) สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่วนรุ่นที่มีความจุ 100-160 Wh ต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อน และหาก เกิน 160 Wh จะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้
แม้ว่าพาวเวอร์แบงค์ส่วนใหญ่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ แต่ก็มีบางประเภทที่ไม่ควรนำติดตัวขึ้นเครื่อง เพราะอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่ผ่านข้อกำหนดของสายการบิน มีลักษณะดังนี้
พาวเวอร์แบงค์ที่นำขึ้นเครื่องบินได้ต้องมีความจุไม่เกิน 32,000 mAh (หรือ 160 Wh) สิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบคือค่าความจุแบตเตอรี่ ซึ่งสายการบินจะพิจารณาจากหน่วย Wh (Watt-hour) เป็นหลัก โดยค่า mAh เป็นเพียงข้อมูลความจุของแบตเตอรี่ที่ใช้ประกอบการคำนวณเท่านั้น สามารถแบ่งตามเกณฑ์การนำขึ้นเครื่องได้ดังนี้

การตรวจสอบค่า Wh ของพาวเวอร์แบงค์เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำขึ้นเครื่อง เพราะสายการบินจะใช้ค่านี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาความจุแบตเตอรี่ โดยสามารถคำนวณจากค่า mAh ได้ด้วยสูตรดังนี้
Wh = (mAh × V) ÷ 1,000
โดย
mAh = ความจุแบตเตอรี่
V (Volt) = แรงดันไฟฟ้า
Wh (Watt-hour) = ปริมาณพลังงานไฟฟ้า
โดยทั่วไป แบตเตอรี่ลิเธียมภายในพาวเวอร์แบงค์จะมีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 3.7V สามารถคำนวณตัวอย่างได้ดังนี้
จากตัวอย่างจะเห็นว่า พาวเวอร์แบงค์ขนาด 20,000 mAh ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 100 Wh จึงมักสามารถนำขึ้นเครื่องได้ตามข้อกำหนดทั่วไป ขณะที่รุ่นขนาด 30,000 mAh หรือ 40,000 mAh อาจเกิน 100 Wh และควรตรวจสอบเงื่อนไขของสายการบินหรือขออนุญาตก่อนเดินทาง
พาวเวอร์แบงค์ไม่สามารถโหลดไว้ในสัมภาระใต้ท้องเครื่องได้ เนื่องจากใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับการเดินทางทางอากาศ โดยเหตุผลหลักมีดังนี้
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอาจเกิดความร้อนสูง ลัดวงจร หรือเสียหายจนเกิดเพลิงไหม้ได้ หากเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง
การเก็บพาวเวอร์แบงค์ไว้ในห้องโดยสารช่วยให้ลูกเรือสามารถสังเกตความผิดปกติและจัดการสถานการณ์ได้รวดเร็ว หากเกิดความร้อนหรือมีปัญหา
กระเป๋าโหลดใต้เครื่องอาจได้รับแรงกระแทกหรือแรงกดทับ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพของพาวเวอร์แบงค์และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ปัจจุบันไม่อนุญาตให้ใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องจากพาวเวอร์แบงค์เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากเกิดความร้อนสูง ลัดวงจร หรือเกิดความผิดปกติระหว่างใช้งาน

นอกจากเลือกพาวเวอร์แบงค์ให้ถูกต้องแล้ว การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้ผ่านจุดตรวจสนามบินได้อย่างราบรื่น โดยมีข้อควรระวังดังนี้
การเตรียมพาวเวอร์แบงค์ก่อนเดินทางต่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมโดยเฉพาะ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความจุของพาวเวอร์แบงค์จากค่า Wh ให้ตรงตามเกณฑ์ พกไว้ใน สัมภาระถือขึ้นเครื่องเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการนำพาวเวอร์แบงค์ที่ชำรุดหรือไม่มีข้อมูลความจุชัดเจนติดตัวขึ้นเครื่อง
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญก่อนเดินทาง คือการทำ ประกันเดินทาง เพื่อช่วยคุ้มครองกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ เจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า หรือสัมภาระสูญหายระหว่างทริป สนใจเช็คเบี้ยประกันเดินทาง หรือสามารถกรอกข้อมูลในกล่องด้านล่างหรือทักแชทหาพี่หมี TQM ได้ที่นี่ หรือติดต่อ Hotline 1737 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ
199 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2303 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
