แผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ ที่ไหนแผ่นดินไหวบ่อยและรุนแรงที่สุด
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon09/12/68

422 ครั้ง

แผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ ที่ไหนแผ่นดินไหวบ่อยและรุนแรงที่สุด

    เวลาพูดถึง แผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ หลายคนจะนึกถึงญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วบนโลกใบนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่เจอแผ่นดินไหวถี่และรุนแรงไม่แพ้กัน ทั้งในโซนเอเชีย อเมริกาใต้ และแถบหมู่เกาะต่าง ๆ รอบ “วงแหวนแห่งไฟ” (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวราว 90% ของทั้งโลก เลยทีเดียว บทความนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความรู้จัก ประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อยที่สุด รุนแรงที่สุด คนชอบเดินทางต้องรู้อะไรบ้าง และวิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศกันครับ


Key Takeaway

 

  • โลกเรายังมีหลายประเทศที่อยู่บน “วงแหวนแห่งไฟ” เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี เม็กซิโก จีน และสหรัฐฯ ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยและรุนแรง
  • 5 อันดับแรกเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในโลก แสดงให้เห็นว่าพลังงานจากแผ่นดินไหวสามารถสร้างความเสียหายข้ามทวีป
  • ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด เพราะอยู่บนรอยต่อแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น พร้อมทั้งมีระบบเตือนภัยและมาตรฐานอาคารที่ออกแบบมาเพื่อรับมือโดยเฉพาะ
  • นักท่องเที่ยวควรรู้ “วิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ” ทั้งก่อนเดินทาง ขณะเกิดเหตุ และหลังเหตุการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


แผ่นดินไหวคืออะไร เกิดจากอะไร

    แผ่นดินไหว (Earthquake) คือ การสั่นสะเทือนของพื้นผิวโลก ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวหรือปลดปล่อยพลังงานตามแนวรอยเลื่อนในเปลือกโลก (Fault) เมื่อแรงสะสมมากพอแล้วเกิด “หลุด” หรือเลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว จึงเกิดคลื่นไหวสะเทือนพุ่งออกมาทุกทิศทาง ความรุนแรงของแผ่นดินไหวมักวัดด้วย “แมกนิจูด” (Magnitude) เช่น ขนาด 6.0, 7.0, 9.0 เป็นต้น โดยยิ่งตัวเลขสูง พลังงานที่ปลดปล่อยก็ยิ่งมากแบบทวีคูณ ไม่ได้เพิ่มแบบเส้นตรง

 

ทำไมบางประเทศถึงแผ่นดินไหวบ่อยกว่าที่อื่น

    สาเหตุหลักมาจาก ตำแหน่งประเทศบนแผ่นเปลือกโลก ถ้าอยู่ตรงรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก (เช่น แผ่นยูเรเชีย แผ่นแปซิฟิก แผ่นอินโด-ออสเตรเลีย ฯลฯ) ก็จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวสูงกว่าพื้นที่กลางแผ่นเปลือกโลก บริเวณที่ “เสี่ยงสุด ๆ” คือ Pacific Ring of Fire หรือ วงแหวนแห่งไฟ ล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลงไปถึงนิวซีแลนด์ ข้ามไปฝั่งอเมริกา ชายฝั่งชิลี เปรู เม็กซิโก จนถึงสหรัฐฝั่งตะวันตก ซึ่งพื้นที่นี้มีทั้งภูเขาไฟและแผ่นดินไหวถี่มาก

 

ประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก

    สำหรับคำว่า “ประเทศที่ แผ่นดินไหว บ่อย ที่สุด” จะตอบแบบตัวเลขเป๊ะ ๆ ทั่วโลกค่อนข้างยาก เพราะแต่ละแหล่งสถิติใช้ช่วงเวลาและเกณฑ์ต่างกัน เช่น นับเฉพาะแผ่นดินไหวเกินขนาด 4.0 ขึ้นไป หรือรวมแผ่นดินไหวเล็ก ๆ ที่แทบไม่รู้สึกด้วย แต่ถ้ามองภาพรวมจากสถิติและงานวิจัย จะพบว่าประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีแผ่นดินไหวบ่อยมาก ได้แก่

 

1. ญี่ปุ่น (Japan)

  • อยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น
  • มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นปีละหลายพันครั้ง ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก
  • มีระบบเตือนภัยและมาตรฐานอาคารต้านแผ่นดินไหวที่เข้มงวด
  • มีทั้งแผ่นดินไหวบนบกและใต้ทะเลที่อาจก่อให้เกิดสึนามิ

ข้อมูลหนึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวที่วัดได้ราว 5,000 ครั้งต่อปี ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก 3–4 แมกนิจูด

 

2. อินโดนีเซีย (Indonesia)

  • ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟเช่นกัน
  • ความเสี่ยงสูงทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิ
  • เหตุการณ์ใหญ่ที่คนทั่วโลกจำได้ คือ แผ่นดินไหวและสึนามิ มหาสมุทรอินเดีย ปี 2004

 

3. ฟิลิปปินส์ (Philippines)

  • อยู่บนรอยเลื่อนหลายเส้น
  • เจอทั้งแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่นบ่อย
  • เมืองหลัก ๆ จึงต้องออกแบบอาคารให้ทนแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น

 

4. ชิลี (Chile)

  • อยู่ด้านฝั่งตะวันออกของวงแหวนแห่งไฟ
  • เป็นประเทศที่เคยเกิด แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในโลก (Valdivia 1960)
  • ยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะ

 

5. เม็กซิโก (Mexico)

  • อยู่ใกล้รอยต่อแผ่นเปลือกโลกด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
  • เม็กซิโกซิตี้เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวหลายครั้ง

 

6. จีน (China)

  • มีรอยเลื่อนหลายแนวในแผ่นดินใหญ่
  • เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เช่น เหตุการณ์เสฉวน ปี 2008

 

7. สหรัฐอเมริกา (United States)

  • โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก เช่น แคลิฟอร์เนีย อลาสกา
  • อลาสกาเองก็เคยมีแผ่นดินไหวขนาด 9.2 ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก

 

นอกจากนี้ยังมีประเทศอย่างรัสเซีย ตุรกี เปรู ปาปัวนิวกินี กรีซ ฯลฯ ที่จากสถิติการบันทึกพบแผ่นดินไหวจำนวนมากเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.worldatlas.com

 

ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหว

5 อันดับแรก ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในโลก

    ถ้าพูดถึง “รุนแรงที่สุดในโลก” มักใช้อ้างอิงจาก ขนาดแมกนิจูดสูงสุดที่บันทึกได้ ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมโดยหน่วยงานวิทยาศาสตร์ เช่น USGS และสื่อใหญ่ ๆ อย่าง TIME มีการจัดอันดับ 5 เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ดังนี้

 

อันดับ 1 - แผ่นดินไหววัลดิเวีย ชิลี (Valdivia, Chile) ปี 1960 - ขนาด 9.5

    แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1960 ที่เมืองวัลดิเวีย ประเทศชิลี ด้วยขนาดแมกนิจูดราว 9.5 ซึ่งถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยวัดได้ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้เกิดสึนามิลูกมหึมา ซัดข้ามมหาสมุทรไปไกลถึงฮาวาย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ พื้นที่ชายฝั่งจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากถูกทำลาย เหตุการณ์นี้จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมด้านภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ของโลก

 

อันดับ 2 - แผ่นดินไหวอลาสกา (Prince William Sound, Alaska, USA) ปี 1964 - ขนาด 9.2

    แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอลาสกาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1964 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ Prince William Sound ด้วยขนาดแมกนิจูดประมาณ 9.2 ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา แรงสั่นไหวทำให้พื้นดินบางบริเวณยกตัวขึ้นหลายเมตร เกิดดินถล่มและสึนามิถาโถมเข้าใส่ชายฝั่งหลายเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราวหลักร้อย แต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมโหฬาร ทั้งต่ออาคาร บ้านเรือน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก

 

อันดับ 3 - แผ่นดินไหวมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean / Sumatra–Andaman) ปี 2004 - ขนาด 9.1

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 โดยมีจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยขนาดประมาณ 9.1 แมกนิจูด แผ่นดินไหวใต้ทะเลครั้งนี้ก่อให้เกิดสึนามิลูกใหญ่แผ่กระจายไปทั่วมหาสมุทรอินเดีย ซัดเข้าฝั่งในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ไทย ศรีลังกา อินเดีย และอีกหลายพื้นที่ รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่า 230,000 คนใน 13 ประเทศ สำหรับคนไทย เหตุการณ์นี้คือสึนามิที่พังงา ภูเก็ต และชายฝั่งอันดามัน ที่ยังคงเป็นบาดแผลในความทรงจำของหลาย ๆ คนจนถึงทุกวันนี้

 

อันดับ 4 - แผ่นดินไหวโทโฮคุ ญี่ปุ่น (Tōhoku, Japan) ปี 2011 - ขนาด 9.1

    เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นอกชายฝั่งภูมิภาคโทโฮคุ ด้วยขนาดประมาณ 9.1 แมกนิจูด แรงสั่นสะเทือนในทะเลก่อให้เกิดสึนามิสูงกว่า 10 เมตรในหลายพื้นที่ น้ำทะเลซัดเข้าทำลายเมืองชายฝั่ง บ้านเรือน ถนน สนามบิน และโครงสร้างสำคัญเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมราว 18,000 คน ที่สำคัญคือเหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้เกิดวิกฤตที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ทำให้ชาวโลกตระหนักถึงความเสี่ยงของแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น และเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานและความปลอดภัยของหลายประเทศ

 

อันดับ 5 - แผ่นดินไหวคัมชัตกา รัสเซีย (Kamchatka, Russia) ปี 1952 - ขนาด 9.0

    แผ่นดินไหวในคาบสมุทรคัมชัตกาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1952 ด้วยขนาดราว 9.0 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้ชายฝั่ง ทำให้เกิดสึนามิที่รุนแรงและเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปถึงฮาวายและพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ แม้ภูมิภาคคัมชัตกาจะไม่หนาแน่นด้วยประชากรเท่าเมืองใหญ่ในประเทศอื่น แต่พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาในครั้งนั้นถือว่ามหาศาลและถูกจัดเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่ทรงพลังที่สุดของโลก

 

    เวลาพูดถึงความ “รุนแรง” ของแผ่นดินไหว ไม่ได้ดูจากตัวเลขแมกนิจูดเพียงอย่างเดียว ยังต้องมองปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความลึกของศูนย์กลางแผ่นดินไหว ระยะห่างจากเมืองหรือชุมชนหนาแน่น ลักษณะของดินและโครงสร้างอาคาร รวมถึงระดับการเตรียมรับมือของประเทศนั้น ๆ ด้วย บางเหตุการณ์แมกนิจูดไม่สูงมาก แต่ถ้าเกิดใกล้เมืองใหญ่ โครงสร้างไม่แข็งแรง หรือไม่มีการเตือนภัยที่ดี ก็อาจสร้างความเสียหายได้มากไม่แพ้เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ในประวัติศาสตร์เช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.usgs.gov

 

แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำไมถึงเกิดบ่อย และนักท่องเที่ยวควรรู้อะไร

    ญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณที่รอยต่อแผ่นเปลือกโลกใหญ่ ๆ มาชนกันพอดี ได้แก่ แผ่นแปซิฟิก (Pacific Plate) แผ่นฟิลิปปินส์ (Philippine Sea Plate) แผ่นยูเรเชีย (Eurasian Plate) แผ่นอเมริกาเหนือ (North American Plate) ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งใน ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย ที่สุดในโลก ทั้งแผ่นดินไหวเล็ก ๆ ที่คนไม่รู้สึก และแผ่นดินไหวระดับกลาง - ใหญ่ที่ทำให้ตึกสั่นและมีประกาศเตือนภัย โดยข้อมูลหนึ่งระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 8.0 ขึ้นไปจะเกิดในญี่ปุ่นเฉลี่ยประมาณทุก ๆ 19 ปี ส่วนแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปก็มีบ่อยกว่า 1 ครั้งต่อปีในระยะยาว

 

    สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบไปญี่ปุ่นบ่อย ๆ ไม่ว่าจะไปชมซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือเที่ยวหน้าหนาว การมีความรู้เบื้องต้นเรื่อง วิธีรับมือแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น จึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก

แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำไมถึงเกิดบ่อย

วิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ

    จากที่พี่หมีเคยลิสต์ วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ ต่อไปนี้เป็นจึงเป็นแนวทางคร่าว ๆ สำหรับนักเดินทาง หากต้องเผชิญกับ แผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ ทั้งก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และหลังเกิดแผ่นดินไหวต้องปฎิบัติตนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ชิลี หรือประเทศเสี่ยงอื่น ๆ โดยอ้างอิงจากคำแนะนำด้านความปลอดภัยของหลายหน่วยงานด้านท่องเที่ยวและความปลอดภัยระหว่างประเทศ

 

เตรียมตัวก่อนเดินทางไปประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อย

1. เช็กความเสี่ยงก่อนเดินทาง

  • ศึกษาข้อมูลของประเทศปลายทางว่ามีความเสี่ยงแผ่นดินไหวสูงไหม
  • ตรวจสอบข่าวล่าสุด หรือคำเตือนจากหน่วยงานอย่างกระทรวงการต่างประเทศของแต่ละประเทศ
  • ถ้าไปญี่ปุ่น สามารถดาวน์โหลดแอปแจ้งเตือนภัย หรืออ่านคู่มือความปลอดภัยจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้

 

2. เลือกที่พักที่เหมาะสม

  • เลือกโรงแรมหรือที่พักที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย
  • แอบสังเกตแผนที่หนีไฟ ป้ายบอกทางหนีฉุกเฉิน ประตูทางหนีไฟ อยู่ตรงไหน
  • ในห้องพัก ลองสแกนรอบ ๆ ว่าอะไรอาจหล่นใส่หัวได้บ้าง เช่น โคมไฟใหญ่ ของตกแต่งหนัก ๆ

 

3. เตรียมสิ่งจำเป็น Emergency ติดตัว

  • บันทึกเบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้น ๆ
  • ที่อยู่/เบอร์โทรสถานเอกอัครราชทูตไทย
  • ข้อมูลกรมธรรม์ ประกันเดินทางต่างประเทศ เลขกรมธรรม์ เบอร์ Call Center
  • พกสำเนาหนังสือเดินทาง ทั้งแบบกระดาษและในมือถือ

 

ขณะเกิดแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศควรทำอย่างไร

หลักง่าย ๆ ที่ควรจำคือ “หมอบ–กำบัง–ยึดให้มั่น” ร่วมกับการหลบสิ่งของที่อาจหล่นใส่

 

1. ถ้าอยู่ในอาคาร / โรงแรม

  • หมอบลงต่ำ เพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว
  • มุดเข้าไปใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือกำแพงที่มั่นคง
  • ใช้หมอน กระเป๋า หรือแขน ป้องกันศีรษะ
  • อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง กระจก ตู้สูง ๆ ของแขวนเพดาน
  • ห้ามวิ่งลงบันไดหรือขึ้นลิฟต์ตอนกำลังสั่น เพราะเสี่ยงล้ม และลิฟต์อาจติด

 

2. ถ้าอยู่กลางเมือง / เดินอยู่ข้างถนน

  • รีบหลบจากตึกสูง ป้ายโฆษณา เสาไฟ กระจกหน้าร้าน ที่อาจหล่นลงมา
  • ถ้าไม่มีที่หลบจริง ๆ ใช้กระเป๋า เสื้อคลุม หรือมือ ป้องกันศีรษะเอาไว้
  • หลีกเลี่ยงสะพานลอย ทางยกระดับ หรืออุโมงค์

 

3. ถ้าอยู่ใกล้ชายฝั่ง / ริมทะเล

  • ถ้ารู้สึกถึงแผ่นดินไหวแรง ๆ หรือมีประกาศเตือนสึนามิ ให้ รีบอพยพไปที่สูง ทันที
  • อย่ารอให้เห็นคลื่นก่อน แล้วค่อยวิ่ง
  • ปฏิบัติตามป้ายเส้นทางอพยพสึนามิ (Tsunami Evacuation Route)

 

4. ถ้าอยู่บนรถ / รถไฟ

  • ถ้าขับรถ ให้จอดชิดขอบทางในที่ปลอดภัย ไม่จอดใต้สะพานหรืออุโมงค์
  • คาดเข็มขัดนิรภัย รอจนกว่าการสั่นจะหยุด
  • ถ้าอยู่ในรถไฟฟ้า/รถไฟใต้ดิน ให้จับราวแน่น ๆ รอฟังประกาศจากเจ้าหน้าที่

 

หลังแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ ต้องทำอะไรต่อ

  1. เช็คตัวเองและคนรอบข้าง ตรวจดูว่าตัวเองและเพื่อนร่วมทริปมีใครบาดเจ็บบ้าง ถ้ามีเลือดออก แผลฉกรรจ์ หรือถูกของหล่นใส่หัว ให้รีบขอความช่วยเหลือ
  2. ระวังอาฟเตอร์ช็อก (Aftershock) หลังแผ่นดินไหวใหญ่ มักจะมีแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกหลายครั้ง อย่าเพิ่งกลับเข้าอาคารที่เสียหาย จนกว่าจะมีการยืนยันความปลอดภัย
  3. ติดต่อหน่วยงานที่จำเป็น เช่น ติดต่อเบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้น ๆ ติดต่อสถานทูตไทยเพื่อขอคำแนะนำหรือแจ้งสถานการณ์ ติดต่อบริษัทประกันของคุณ เพื่อประสานเรื่องค่ารักษาพยาบาล / เคลมประกันเดินทางต่างประเทศ

ประกันเดินทางคุ้มครองแผ่นดินไหว

ทำไมคนชอบเที่ยวต่างประเทศ ควรมีประกันเดินทางคุ้มครองแผ่นดินไหว

    ต่อให้เราระวังตัวดีแค่ไหน แผ่นดินไหวก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่ “เดาทางไม่ได้” อยู่ดี โดยเฉพาะถ้าไปประเทศที่เสี่ยงสูง เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี หรือสหรัฐฝั่งตะวันตก การมีประเดินทางต่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนควรทำก่อนเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหว ว่าแต่ทำไมต้องทำประกันเดินทางต่างประเทศ ช่วยอะไรได้บ้างเวลามีแผ่นดินไหว มาดูกันครับ

 

1. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บจากแผ่นดินไหว

    ถ้าเกิดแผ่นดินไหวแล้วคุณบาดเจ็บ หกล้ม กระจกบาด ของหล่นใส่ หรือเกิดอุบัติเหตุอื่น ๆ ตามมา ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลต่างประเทศอาจสูงมาก แต่ ประกันเดินทางต่างประเทศที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ จะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินในกรมธรรม์

 

2. คุ้มครองกรณีเสียชีวิต / ทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ

    ถ้าเกิดเหตุร้ายแรง เช่น เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจากแผ่นดินไหว ประกันเดินทางสามารถช่วยดูแลเรื่องเงินชดเชยให้กับครอบครัวตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุด

 

3. คุ้มครองทรัพย์สิน / กระเป๋าเดินทาง / การยกเลิกทริปจากภัยธรรมชาติ

    ในบางแผนประกัน อาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น

  • กระเป๋าเดินทางเสียหาย / สูญหายจากเหตุฉุกเฉิน
  • เที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเลื่อนเพราะสนามบินหรือเมืองปลายทางได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวหรือสึนามิ
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการต้องอยู่ต่อหรือหาที่พักใหม่

 

รายละเอียดจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแผน ดังนั้นก่อนซื้อควรอ่านความคุ้มครองอย่างละเอียด

 

    ท้ายสุด พี่หมี TQM ขอฝากไว้ว่า “เราอาจคุมแผ่นดินไหวไม่ได้ แต่เราคุม ‘ความเสี่ยงทางการเงิน’ ได้ด้วยการเตรียมประกันเดินทางที่เหมาะสมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง” ถ้าใครมีแพลนจะไปญี่ปุ่น อินโดนีเซีย หรือประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อย ลองให้พี่หมีช่วย เช็คเบี้ยประกันเดินทางต่างประเทศ ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติและแผ่นดินไหว ให้หน่อยก็ดีนะครับ เปรียบเทียบแผนให้เสร็จสรรพ เลือกแบบที่คุ้มครองครบ วงเงินเหมาะสม และให้คุณเที่ยวต่างประเทศได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น หรือสนใจปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

article created at icon09/12/68

422 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลการเดินทาง

เส้นทางการเดินทาง *

ต่างประเทศ
ต่างประเทศ
ในประเทศ
ในประเทศ

รูปแบบการเดินทาง *

รายเที่ยว
รายเที่ยว
รายปี
รายปี

จำนวนคนเดินทางทริปนี้

ประเทศปลายทาง *

วันเดินทางไป *

วันเดินทางกลับ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง