ประกันรถยนต์คืออะไร แต่ละประเภท คุ้มครองอะไรบ้าง
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon04/12/68

4,676 ครั้ง

ประกันรถยนต์คืออะไร แต่ละประเภท คุ้มครองอะไรบ้าง

     ประกันรถยนต์ คืออะไร เป็นคำถามที่คนมีรถต้องรู้ เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทั้งยังทำให้เจ้าของรถสบายใจมากขึ้น การเลือกประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์จึงสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อมีให้เลือกหลายแบบ หลายระดับความคุ้มครอง หลายคนจึงสงสัยว่า ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง หรือ ประกันแบบไหนที่เหมาะกับเรา วันนี้พี่หมี TQM มาทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่า ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง รวมถึงอธิบายความแตกต่างของ ประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท แบบอ่านง่ายและครบถ้วนที่สุดกันครับ


Key Takeaway

 

  • ประกันรถยนต์ คือเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุไม่คาดคิดเกี่ยวกับรถยนต์
  • ประกันรถยนต์ คุ้มครองความเสียหายต่อรถ ผู้ขับขี่ คู่กรณี และทรัพย์สิน
  • ประกันรถยนต์ แต่ละประเภท แบ่งเป็นประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 2 , ประกันชั้น 3+, และประกันชั้น 3 ซึ่งระดับความคุ้มครองต่างกัน
  • การเลือกประกันให้ถูกประเภท ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้รับความคุ้มครองตรงความต้องการมากที่สุด

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ประกันรถยนต์ คืออะไร

     ประกันรถยนต์ คือ สัญญาคุ้มครองระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน เพื่อช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเมื่อรถเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ ชน รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือค่าเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยผู้เอาประกันจะจ่ายเบี้ยตามความคุ้มครองที่เลือกไว้ ซึ่งหลักแล้วประกันรถยนต์จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยทั้งสองมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

ทำไมต้องมีประกันรถยนต์ 

    • ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายใหญ่ เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าสินไหมคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล
    • มีผู้ช่วยจัดการเหตุฉุกเฉิน บริการรถยก เหตุฉุกเฉินบนท้องถนน
    • เบาใจขับขี่ได้มั่นใจมากขึ้น

ประกันรถยนต์ คืออะไร

ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง

     การเข้าใจว่า ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง ทำให้สามารถเลือกแผนประกันได้เหมาะสมกับการใช้งานจริง โดยทั่วไปความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับประเภทประกันรถยนต์ที่เลือก ครอบคลุมดังนี้

 

1. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน

    • รถชน รถเฉี่ยว
    • รถเสียหายจากไฟไหม้
    • รถสูญหาย ถูกขโมย
    • น้ำท่วม แรงปะทะจากวัตถุ

 

2. คุ้มครองต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
    • ค่าชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
    • ค่าความเสียหายต่อร่างกายหรือชีวิตของบุคคลภายนอก

 

3. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคนในรถ

    • ผู้ขับขี่
    • ผู้โดยสาร

 

4. คุ้มครองเพิ่มเติมอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน)

    • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
    • ค่าอุปกรณ์เสริม
    • บริการรถยก บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร

     ประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท จะแตกต่างกันตามระดับความคุ้มครองและราคา ซึ่งเจ้าของรถสามารถเลือกได้ตามการใช้งาน งบประมาณ และระดับความเสี่ยงของตัวเอง ดังนี้

 

1. ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

     ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) คือประกันที่ “ทุกคันต้องทำตามกฎหมาย” ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถทุกประเภทที่วิ่งบนท้องถนน หากไม่ทำมีโทษปรับ จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ไม่ได้เน้นซ่อมรถ แต่เน้น ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิดก่อน

 

2. ประกันชั้น 1

     ประกันชั้น 1 ถือเป็นระดับสูงที่สุด ใครกำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม ต้องเริ่มจากประเภทนี้ เพราะให้คุ้มครองทั้งรถคุณ รถคู่กรณี และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ โดยความคุ้มครองของประกันชั้น 1 มีดังนี้

 

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

    • คุ้มครองรถชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี
    • คุ้มครองรถชนเสา ชนกำแพง
    • คุ้มครองรถโดนขูด หรือตกหลุม
    • คุ้มครองไฟไหม้ น้ำท่วม
    • คุ้มครองรถหาย
    • คุ้มครองคู่กรณีและบุคคลภายนอก

 

ประกันชั้น 1 เหมาะกับใคร

    • รถใหม่
    • รถราคาสูง
    • รถที่ใช้ทุกวัน

 

3. ประกันชั้น 2+

     สำหรับประกันชั้น 2+ จะเป็นประกันที่มีราคาถูกลงมา ให้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 โดยจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการชนต้องมีคู่กรณรเท่านั้น ถึงประกันชั้น 2+ จะคุ้มครอง ซึ่งความคุ้มครองของประกันชั้น 2+ มีดังนี้

 

ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

    • คุ้มครองรถชนกับยานพาหนะทางบก (ต้องมีคู่กรณี)
    • คุ้มครองไฟไหม้ น้ำท่วม
    • คุ้มครองรถหาย
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก

 

ประกันชั้น 2+ เหมาะกับใคร

    • คนที่มั่นใจในการขับขี่ ขับรถเก่ง หรือชินกับเส้นทางนั้นๆ 
    • รถที่มีอายุหลายปี
    • คนที่อยากได้ความคุ้มครองครอบคลุมแต่ต้องการประหยัดกว่า

 

4. ประกันชั้น 2

     ประกันรถยนต์ชั้น 2 คือประกันที่คุ้มครองอุบัติเหตุ เมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น พร้อมความคุ้มครองด้านบุคคล เช่น ค่ารักษาพยาบาล การเสียชีวิต และทรัพย์สินของคู่กรณี แต่ ไม่คุ้มครองรถเราในกรณีโดนชนแล้วหนี หรือ ชนแบบไม่มีคู่กรณี หรือเรียกง่ายๆ ว่า ซ่อมเขา ไม่ซ่อมเรา

 

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

    • คุ้มครองรถหาย
    • คุ้มครองไฟไหม้
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก
    • คุ้มครองความเสียหายต่ออุบัติเหตุส่วนบุคคลและเงินค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

 

ประกันชั้น 2 เหมาะกับใคร

    • คนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานรถ นานๆนำรถออกมาใช้ที
    • มีวินัยในการขับขี่รถอย่างดี ไม่ค่อยขับรถชน

 

5. ประกันชั้น 3+

     ประกันชั้น 3+ เป็นประเภทประกันที่ราคาไม่แพงมาก ให้ความคุ้มครองแบบซ่อมเขา ซ่อมเรา เฉพาะในกรณีรถชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น โดยจะไม่คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้

 

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

    • คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันทำประกันภัยกรณีรถชนรถ
    • คุ้มครองบุคคลภายนอก
    • คุ้มครองความเสียหายต่ออุบัติเหตุส่วนบุคคลและเงินค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

 

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับใคร

    • รถอายุ 7–15 ปี
    • คนที่ใช้รถไม่มาก ใช้ในเมืองเป็นหลัก
    • คนที่ต้องการเบี้ยประหยัดกว่า 2+

 

6. ประกันชั้น 3

     ประกันชั้น 3 เป็นประเภทประกันแบบพื้นฐานที่สุด ค่าเบี้ยประกันราคาเบา ๆ โดยคุ้มครองรถยนต์เฉพาะคันคู่กรณีเท่านั้น

 

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

    • คุ้มครองบุคคลภายนอก
    • คุ้มครองความเสียหายต่ออุบัติเหตุส่วนบุคคลและเงินค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

 

ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร

    • คนที่ใช้รถเก่า/ใช้รถน้อย
    • คนที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุน้อย

ประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร

เคล็ดลับการเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มค่า

การเลือกทำประกันรถยนต์ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด สำกรับเคล็ดลับในการเลือกประกันรถยนต์ มีดังนี้

 

1. เลือกประกันให้เหมาะกับอายุรถ 

    • รถใหม่ รถที่มีราคาแพง ให้เลือกประกันชั้น 1
    • รถใช้งานทั่วไปให้เลือกประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+
    • รถเก่า วิ่งน้อย ให้เลือกประกันชั้น 2 หรือประกันชั้น 3

 

2. เลือกประเภทประกันให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับ 

     เช่นขับทางไกลบ่อย เสี่ยงมากกว่า หรือจอดตามลานเปิด มีโอกาสโดนเฉี่ยว หรือหากเป็นคนขับน้อย วิ่งเฉพาะเส้นทางประจำ

 

3. เช็คทุนประกันให้พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป

     ควรเลือกทุนประกันควรอยู่ที่ 70–80% ของราคาตลาด หากเลือกทุนประกันสูงไป ค่าเบี้ยแพงเกินจำเป็น แต่ถ้าหากเลือกทุนต่ำไป หากเกืดเหตุแล้วแจ้งเคลมแล้วได้เงินน้อยกว่าความเสียหาย

 

4. ตรวจบริการเสริมและความสะดวก

     อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงในการตัดสินใจซ์้อประกันรถยนต์คือ บริการเสริม หรือบริการหลังการขายก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เช่นบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง , บริการรถยก , บริการรถใช้ระหว่างซ่อม เป็นต้น

 

5. อย่าลืมตรวจรายละเอียดสอบกรมธรรม์ให้ครบถ้วน

     ควรเช็คเงื่อนไข ความถูกต้องของกรมธรรม์ให้เรียบร้อย วงเงินทุนประกัน วันเริ่มต้นความคุ้มครองของประกันรถยนต์ วันสิ้นสุดความคุ้มครอง และข้อยกเว้นที่ประกันรถยนตืไม่คุ้มครอง เป็นต้น

 

6. เทียบราคาจากหลายบริษัทก่อนซื้อ

     ปัจจุบันเว็บเทียบเบี้ยต่าง ๆ ทำให้เห็นราคา + ความคุ้มครองชัดเจน บางครั้งความคุ้มครองเหมือนกัน แต่ราคาอาจต่างได้เป็นพัน–หมื่นบาท นอกจากนี้ในบางบริษัทจะมีโปรโมชั่นต่างๆ ให้สำหรับลูกค้า ทั้งส่วนลดสำหรับการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ หรือของแถมสำหรับลูกค้าใหม่ เป็นต้น

เคล็ดลับการเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มค่า

คำถามที่พบบ่อย

เบี้ยประกันรถยนต์ คืออะไร?

เบี้ยประกันรถยนต์ คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายให้บริษัทประกัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ เช่น ความเสียหายรถ การชน การบาดเจ็บ น้ำท่วม ไฟไหม้ ฯลฯ

 

ประกันรถยนต์ ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง?

ประกันรถยนต์ คือประกันภาคสมัครใจเพื่อคุ้มครองรถและคู่กรณี ส่วน พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับที่ทุกคันต้องมีเพื่อคุ้มครองชีวิตเท่านั้น

 

หากต่ออายุประกันรถช้า/ขาดต่อ จะกระทบอะไร?

ถ้าขาดต่อประกันรถยนต์ช่วงใดช่วงหนึ่ง ช่วงนั้น ไม่มีความคุ้มครอง หากเกิดเหตุจะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด จึงควรรู้กำหนดต่ออายุประกันรถยนต์และนัดเตือนไว้เสมอ

 

     เมื่อเข้าใจ ประกันรถยนต์ คืออะไร รู้ชัดว่า ประกันรถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง และเปรียบเทียบ ประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ได้ถูกต้อง การเลือกแผนจะง่ายขึ้นมาก เลือกให้ตรงความเสี่ยง การใช้งาน และงบประมาณของเรา แล้วขับขี่อย่างสบายใจได้ทุกวัน

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

     และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ไว้ดูแลรถคุณสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ จากบริษัทประกันชั้นนำ ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่คุ้มและตรงความต้องการที่สุด สนใจกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันภัย หรือหากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

article created at icon04/12/68

4,676 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง