ลูกเห็บตกใส่รถ แจ้งเคลมประกันรถยนต์ได้ไหม ชั้นไหนคุ้มครอง
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon12/05/69

1,145 ครั้ง

ลูกเห็บตกใส่รถ แจ้งเคลมประกันรถยนต์ได้ไหม ชั้นไหนคุ้มครอง

     เหตุการณ์ลูกเห็บตกใส่รถอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนใช้รถในประเทศไทย แต่ความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงที่มีพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง หรือสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว เมื่อลูกเห็บตกลงมาใส่รถโดยตรง อาจทำให้ตัวถังบุบ สีถลอก กระจกแตกร้าว หลังคารถเป็นรอย หรืออุปกรณ์ภายนอกรถเสียหายได้ เลยทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่าหากลูกเห็บตกใส่รถ แจ้งเคลมประกันรถยนต์ได้ไหม ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง พี่หมี TQM มีคำตอบมาฝากครับ


Key Takeaway

 

  • ลูกเห็บมักสร้างความเสียหายต่อ ฝากระโปรง หลังคา (รอยบุบ) กระจก (ร้าว/แตก) รวมถึงสีรถถลอกและโคมไฟต่าง ๆ แตกหัก
  • ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ส่วนประกันชั้น 2+ จะเคลมกรณีลูกเห็บตกใส่รถได้ก็ต่อเมื่อในกรมธรรม์มีการระบุความคุ้มครองภัยธรรมชาติเข้าไปด้วย
  • สามารถแจ้งได้ทั้ง เคลมสด (แจ้งทันที) และ เคลมแห้ง (แจ้งย้อนหลัง) แต่ควรมีหลักฐานภาพถ่ายหรือวิดีโอขณะเกิดเหตุชัดเจนเพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติ 
  • วิธีการป้องกันลูกเห็บตกใส่รถ คือ การจอดรถในที่ร่มมีหลังคาดีที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ (เพราะกิ่งไม้อาจหักทับ) และหมั่นตรวจสอบความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์อยู่เสมอ

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ลูกเห็บตกใส่รถ เสียหายตรงไหนได้บ้าง

     ความเสียหายจากลูกเห็บตกใส่รถ อาจแตกต่างกันไปตามขนาดของลูกเห็บ ความแรงของพายุ และจุดที่รถจอดอยู่ โดยความเสียหายที่พบบ่อยมีดังนี้

 

  • ฝากระโปรงรถบุบ : ฝากระโปรงเป็นจุดที่รับแรงกระแทกจากลูกเห็บโดยตรง หากลูกเห็บมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมาก อาจทำให้ฝากระโปรงหน้าหรือฝากระโปรงท้ายเกิดรอยบุบเป็นจุด ๆ ได้
  • หลังคารถบุบ : หลังคารถเป็นอีกจุดที่เสียหายง่ายมากเมื่อเกิดเหตุ ลูกเห็บตกใส่รถ เพราะเป็นพื้นที่ด้านบนที่รับแรงตกกระแทกโดยตรง หากรอยบุบมีจำนวนมาก อาจต้องซ่อมสีหรือเคาะตัวถังหลายจุด
  • กระจกรถแตกหรือร้าว : หากลูกเห็บมีขนาดใหญ่และตกลงมาด้วยแรงสูง อาจทำให้กระจกหน้ารถ กระจกหลัง หรือกระจกข้างเกิดรอยร้าว แตก หรือบิ่นได้ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ควรรีบแก้ไข เพราะอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่
  • สีรถถลอกหรือเป็นรอย : ในบางกรณี ลูกเห็บอาจไม่ได้ทำให้ตัวถังบุบ แต่ทำให้สีรถเป็นรอย ขูด ถลอก หรือมีจุดกระแทกเล็ก ๆ กระจายทั่วคัน โดยเฉพาะรถสีเข้มหรือรถที่สีเคลือบผิวบาง
  • ไฟหน้า ไฟท้าย หรือชิ้นส่วนภายนอกเสียหาย : ไฟหน้า ไฟท้าย กระจกมองข้าง คิ้วกันชน หรือชิ้นส่วนพลาสติกภายนอก อาจแตก ร้าว หรือหลุดได้หากถูกลูกเห็บกระแทกแรง ๆ

ลูกเห็บตกใส่รถ เสียหายตรงไหนได้บ้าง

ลูกเห็บตกใส่รถ เคลมประกันรถยนต์ได้ไหม

     ลูกเห็บตกใส่รถ มีโอกาสเคลมได้ หากประกันรถยนต์ที่ทำไว้มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากภัยธรรมชาติ หรือมีเงื่อนไขคุ้มครองความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการชนโดยตรง

 

     โดยทั่วไปกรณี ลูกเห็บตกใส่รถ มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือเหตุสุดวิสัย เช่น พายุ ลมแรง น้ำท่วม หรือวัตถุตกกระแทกรถจากสภาพอากาศรุนแรง แต่รายละเอียดจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกัน

 

ประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองกรณีลูกเห็บตกใส่รถ

     เหตุการณ์ลูกเห็บตกใส่รถจนเกิดความเสียหาย เช่น ตัวถังบุบ กระจกร้าว หรือสีถลอก ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เจ้าของรถสามารถ "เคลมประกันได้" แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับประเภทของกรมธรรม์ที่คุณถืออยู่เป็นสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1

     ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองกรณีลูกเห็บตกใส่รถ เนื่องจาก เป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด โดยทั่วไปจะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี ไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ ดังนั้น หากเกิดเหตุลูกเห็บตกใส่รถ แล้วรถได้รับความเสียหาย เช่น หลังคาบุบ ฝากระโปรงบุบ กระจกแตก หรือสีรถเสียหาย เจ้าของรถสามารถแจ้งเคลมประกันได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

     ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองกรณีลูกเห็บตกใส่รถเช่นเดียวกันกับประกันชั้น 1 โดยความครอบคลุมทั่วไป จะคุ้มครองรถชนรถ มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก รวมถึงคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และบางแผนอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติมเรื่องภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแผนที่ซื้อไว้ หากแผนนั้นมีการระบุความคุ้มครองภัยธรรมชาติไว้ ก็อาจมีสิทธิ์เคลมได้ แต่ถ้าไม่มีระบุ อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง

ประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองกรณีลูกเห็บตกใส่รถ

ลูกเห็บตกใส่รถเคลมสดหรือเคลมแห้งได้ไหม

     เมื่อเกิดเหตุลูกเห็บตกใส่รถ หลายคนอาจสงสัยว่าควรแจ้งเคลมทันที หรือสามารถแจ้งเคลมภายหลังได้ โดยการแจ้งเคลมสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

 

  1. เคลมสด : เคลมสดคือการแจ้งเคลมทันทีหลังเกิดเหตุ หรือในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์มากที่สุด หากเกิด ลูกเห็บตกใส่รถ แล้วพบความเสียหายชัดเจน การเคลมสดจะช่วยให้บริษัทประกันตรวจสอบเหตุการณ์ได้ง่าย และมีหลักฐานประกอบชัดเจน
  2. เคลมแห้ง : เคลมแห้งคือการแจ้งเคลมภายหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว เช่น เพิ่งสังเกตเห็นรอยบุบหรือรอยเสียหายหลังจากลูกเห็บตกไปหลายวัน กรณีนี้อาจเคลมได้ แต่ต้องมีหลักฐานเพียงพอว่าความเสียหายเกิดจากเหตุการณ์ลูกเห็บตกใส่รถจริง

 

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีลูกเห็บตกใส่รถ ต้องทำอย่างไร

     ขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันรถยนต์กรณีลูกเห็บตกใส่รถ ควรเตรียมข้อมูลเอกสารให้ครบและแจ้งเหตุกับทางเจ้าที่บริษัทประกันอย่างตรงไปตรงมา โดยมีขั้นตอนต่อไปนี้

 

ติดต่อบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์

     แจ้งข้อมูลเบื้องต้น เช่น เลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ วันเวลาเกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย

 

ส่งหลักฐานประกอบการเคลม

     ส่งภาพถ่าย วิดีโอ หรือเอกสารที่บริษัทประกันต้องการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากภัยธรรมชาติจริงหรือไม่

 

นัดตรวจสภาพรถ

     บริษัทประกันอาจส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพรถ หรือให้เจ้าของรถนำรถเข้าศูนย์/อู่ในเครือเพื่อประเมินความเสียหาย

 

รออนุมัติการซ่อม

     หลังจากประเมินความเสียหายแล้ว บริษัทประกันจะพิจารณาความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หากเข้าเงื่อนไข ก็จะออกใบเคลมหรืออนุมัติการซ่อม

 

นำรถเข้าซ่อม

     เจ้าของรถสามารถนำรถเข้าซ่อมตามอู่หรือศูนย์บริการที่บริษัทประกันกำหนด หรือเลือกตามสิทธิ์ในกรมธรรม์ เช่น ซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีลูกเห็บตกใส่รถ

วิธีป้องกันความเสียหายจากลูกเห็บตกใส่รถ

     วิธีป้องกันความเสียหายจากลูกเห็บตกใส่รถสามารถทำได้ง่าย ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้ แต่เจ้าของรถสามารถลดความเสี่ยงจากลูกเห็บตกได้ ดังนี้

 

  • จอดรถในที่มีหลังคา : หากรู้ว่าช่วงนั้นมีพายุฤดูร้อน หรือมีประกาศเตือนฝนฟ้าคะนอง ควรจอดรถในอาคารจอดรถ ใต้หลังคา หรือพื้นที่กำบังที่แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ : แม้ต้นไม้จะช่วยบังลูกเห็บได้บางส่วน แต่ช่วงพายุลมแรงอาจทำให้กิ่งไม้หักหรือทั้งต้นไม้ล้มทับรถได้
  • ใช้ผ้าคลุมรถแบบหนา : หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้ง อาจใช้ผ้าคลุมรถแบบหนาหรืออุปกรณ์กันกระแทกเสริม แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ช่วยลดแรงกระแทกจากลูกเห็บขนาดเล็กได้
  • ติดตามพยากรณ์อากาศ : ควรติดตามประกาศเตือนพายุฤดูร้อนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหากต้องเดินทางไกลหรือจอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ตรวจสอบประกันรถยนต์ของตัวเอง : อย่ารอให้เกิดเหตุ ลูกเห็บตกใส่รถ แล้วค่อยเช็กว่าประกันคุ้มครองหรือไม่ ควรตรวจสอบตั้งแต่ตอนซื้อหรือต่อประกันว่า กรมธรรม์คุ้มครองภัยธรรมชาติหรือเปล่า

 

     หากเกิดเหตุลูกเห็บตกใส่รถ เจ้าของรถควรตั้งสติ ตรวจสอบความปลอดภัย ถ่ายรูปความเสียหาย เก็บหลักฐาน และรีบแจ้งบริษัทประกันทันที ก่อนนำรถเข้าซ่อม เพื่อให้การเคลมเป็นไปอย่างถูกต้องและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง 

 

     สำหรับคนที่ต้องจอดรถกลางแจ้งบ่อย หรืออยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อพายุฤดูร้อน ควรเลือกประกันรถยนต์ที่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างลูกเห็บตกใส่รถ โดยสามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

article created at icon12/05/69

1,145 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2210 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง