เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
รายละเอียดที่อยู่อาศัย
เลือกประเภทที่อยู่อาศัย *
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
คอนโด
ตึกแถว
โครงสร้างบ้าน *
จำนวนชั้น *
ลักษณะการใช้งานบ้าน *
ตำแหน่งบ้านของคุณ *


ก่อนเข้าสู่หน้าฝน สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้ามคือ รางน้ำฝน เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยระบายน้ำฝนจากหลังคาให้ออกไปจากตัวบ้านอย่างเป็นระบบ หากรางน้ำฝนมีเศษใบไม้ ดิน ฝุ่น กิ่งไม้ หรือสิ่งสกปรกสะสมอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำฝนระบายไม่ทัน เกิดน้ำล้น น้ำซึมเข้าผนัง ฝ้า เพดาน ผนัง หรือทำให้โครงสร้างบ้านเสียหายได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพามาดูวิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ให้อุดตัน เพื่อให้บ้านพร้อมรับมือก่อนฝนตกหนักกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
โดยทั่วไปควรทำความสะอาดรางน้ำฝนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือก่อนเข้าหน้าฝนและหลังหมดหน้าฝน แต่ถ้าบ้านอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ มีใบไม้ร่วงบ่อย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ควรเพิ่มความถี่เป็นทุก 3-4 เดือน การทำความสะอาดรางน้ำฝน อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการอุดตัน และทำให้รางน้ำฝนพร้อมใช้งานเสมอเมื่อฝนตกหนัก
.jpg)
สิ่งสำคัญคือควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เพราะอาจหมายความว่ารางน้ำฝนเริ่มอุดคันหรือมีปัญหาและควรรีบทำความสะอาด โดยสามารถสังเกตุได้ดังนี้
ก่อนเริ่มทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้ทำงานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยสิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

การทำความสะอาดรางน้ำฝน ถ้าทำถูกวิธีจะช่วยป้องกันน้ำตัน น้ำรั่ว ผนังชื้น และยืดอายุบ้านได้เยอะเลย สิ่งสำคัญคือการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกๆ โดยวิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
ก่อนเริ่มทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรตรวจพื้นที่รอบบ้านก่อนว่าพื้นมั่นคงหรือไม่ มีสิ่งกีดขวางหรือไม่ และสามารถตั้งบันไดได้ปลอดภัยหรือเปล่า หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดในวันที่ฝนตก พื้นเปียก หรือลมแรง เพราะอาจทำให้ลื่นหรือเกิดอุบัติเหตุได้ หากรางน้ำฝนอยู่สูงมาก หรือบ้านมีหลายชั้น ควรใช้บริการช่างผู้เชี่ยวชาญแทนการปีนขึ้นไปเอง เพราะความปลอดภัยสำคัญที่สุด
การตั้งบันไดเป็นจุดสำคัญของการทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรวางบันไดบนพื้นเรียบ แข็งแรง และไม่ลื่น ควรมีคนช่วยจับบันไดไว้ด้านล่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการพิงบันไดกับรางน้ำฝนโดยตรง เพราะอาจทำให้รางน้ำฝนบุบ งอ หรือหลุดจากจุดยึดได้
เริ่มเก็บเศษใบไม้ กิ่งไม้ ดิน โคลน และขยะต่าง ๆ ออกจากรางน้ำฝน โดยใช้มือที่สวมถุงมือหรือใช้ที่ตักเศษใบไม้ ค่อย ๆ ตักเศษสกปรกใส่ถังหรือถุงขยะ ไม่ควรปัดเศษขยะลงท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันต่อไปได้
หลังจากเก็บเศษขยะออกแล้ว ควรใช้แปรงขัดคราบโคลน คราบตะไคร่ หรือคราบสกปรกที่เกาะอยู่ในรางน้ำฝนออกให้หมด หากมีคราบเหนียวมาก อาจใช้น้ำช่วยฉีดเบา ๆ แล้วค่อยขัดซ้ำ
เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้ใช้สายยางฉีดน้ำจากปลายรางน้ำฝนด้านหนึ่ง เพื่อดูว่าน้ำไหลไปยังท่อระบายได้สะดวกหรือไม่ หากน้ำไหลช้า น้ำขัง หรือไหลย้อนกลับ แสดงว่าอาจยังมีสิ่งอุดตันอยู่ในรางน้ำฝนหรือท่อระบาย
รางน้ำฝนจะทำงานได้ดีต้องอาศัยท่อระบายที่ไม่อุดตันด้วย หากฉีดน้ำแล้วพบว่าน้ำไม่ไหลลงท่อ หรือไหลออกช้า ให้ตรวจบริเวณปากท่อว่ามีใบไม้หรือเศษขยะติดอยู่หรือไม่ หากสามารถถอดชิ้นส่วนบางจุดได้ ควรถอดออกมาล้าง แต่ถ้าท่ออุดตันลึก ควรให้ช่างช่วยแก้ไข
หลังทำความสะอาดรางน้ำฝนเสร็จแล้ว ควรตรวจสภาพรางน้ำฝนโดยรวมด้วย เช่น มีรอยรั่วหรือไม่ มีจุดแตกหรือร้าวหรือไม่ จุดยึดแน่นหรือเปล่า มีสนิมหรือรางน้ำฝนแอ่นตัวหรือไม่ หากพบความเสียหายควรซ่อมทันที เพื่อป้องกันน้ำล้นหรือน้ำไหลผิดทางในช่วงหน้าฝน

การป้องกันไม่ให้รางน้ำฝนอุดตันซ้ำก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยลดภาระในการทำความสะอาด และช่วยยืดอายุการใช้งานของรางน้ำฝน
ตะแกรงกันใบไม้ช่วยป้องกันใบไม้ กิ่งไม้ และเศษขยะขนาดใหญ่ไม่ให้ตกลงไปสะสมในรางน้ำฝน เหมาะมากสำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้จะติดตั้งตะแกรงกันใบไม้แล้ว ก็ยังควรตรวจสอบเป็นระยะ เพราะเศษฝุ่นหรือใบไม้เล็ก ๆ อาจยังสะสมอยู่ด้านบนตะแกรงได้
หากบ้านมีต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้หลังคา ควรตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยื่นเข้ามาใกล้รางน้ำฝน เพราะใบไม้และกิ่งไม้ที่ร่วงลงมาเป็นสาเหตุหลักของการอุดตัน นอกจากนี้การตัดแต่งกิ่งไม้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากกิ่งไม้ต้นไม้หักทับหลังคาในช่วงฝนตกหนักหรือลมแรง
หลังฝนตกหนัก ควรเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อดูว่าน้ำไหลออกจากรางน้ำฝนและท่อระบายได้ตามปกติหรือไม่ หากพบว่าน้ำล้น น้ำหยดผิดจุด หรือมีน้ำขัง ควรรีบแก้ไขทันที
การทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ควรรอให้เกิดปัญหาก่อน ควรกำหนดรอบตรวจเช็กเป็นประจำ เช่น ทุก 6 เดือน หรือทุก 3 เดือนสำหรับบ้านที่มีใบไม้ร่วงเยอะ
แม้การทำความสะอาดรางน้ำฝนจะดูเหมือนงานง่าย แต่ก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการทำงานบนที่สูง จึงควรระวังเป็นพิเศษ

การทำความสะอาดรางน้ำฝน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของบ้าน เพราะช่วยป้องกันปัญหาน้ำล้น น้ำซึม ฝ้าเพดานเสียหาย เชื้อรา กลิ่นอับ และการอุดตันของท่อระบายน้ำฝน หากทำความสะอาดเป็นประจำก่อนเข้าหน้าฝน บ้านก็จะพร้อมรับมือกับฝนตกหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากความเสียหาย และช่วยให้รางน้ำฝนใช้งานได้นานขึ้น
และเสริมเกราะป้องกันบ้านด้วยการทำประกันบ้าน ช่วยคุ้มครองน้ำท่วมบ้าน พายุ ลูกเห็บตก โดยสามารถเช็คเบี้ยประกันบ้าน กับ TQM สนใจเลือกแผนความคุ้มครองด้านล่าง หรือสามารถแชทกับพี่หมีได้ที่มุมขวาล่าง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
1,138 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2211 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
รายละเอียดที่อยู่อาศัย
เลือกประเภทที่อยู่อาศัย *
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
คอนโด
ตึกแถว
โครงสร้างบ้าน *
จำนวนชั้น *
ลักษณะการใช้งานบ้าน *
ตำแหน่งบ้านของคุณ *
