วิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ให้อุดตัน ก่อนเข้าหน้าฝน
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon15/05/69

1,138 ครั้ง

วิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ให้อุดตัน ก่อนเข้าหน้าฝน

     ก่อนเข้าสู่หน้าฝน สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้ามคือ รางน้ำฝน เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยระบายน้ำฝนจากหลังคาให้ออกไปจากตัวบ้านอย่างเป็นระบบ หากรางน้ำฝนมีเศษใบไม้ ดิน ฝุ่น กิ่งไม้ หรือสิ่งสกปรกสะสมอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำฝนระบายไม่ทัน เกิดน้ำล้น น้ำซึมเข้าผนัง ฝ้า เพดาน ผนัง หรือทำให้โครงสร้างบ้านเสียหายได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพามาดูวิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ให้อุดตัน เพื่อให้บ้านพร้อมรับมือก่อนฝนตกหนักกันครับ


Key Takeaway

 

  • ควรทำความสะอาดรางน้ำฝนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ก่อนและหลังหน้าฝน) แต่ถ้าบ้านอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ควรเพิ่มความถี่เป็นทุก 3-4 เดือน
  • หากพบน้ำล้นออกจากราง มีคราบน้ำบนผนัง หรือมีวัชพืชขึ้นในรางน้ำ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าเกิดรางน้ำฝนอุดตันและต้องรีบจัดการทันที
  • วิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนควรเน้นเรื่องความปลอดภัยใช้บันไดที่มั่นคง มีผู้ช่วยจับด้านล่างเสมอ และหลีกเลี่ยงการทำงานในขณะที่พื้นเปียกหรือลมแรงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • ห้ามฉีดน้ำไล่ใบไม้ลงท่อโดยตรงเพราะจะทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันชั้นใน ควรใช้มือหรือเกรียงตักขยะออกให้หมดก่อนแล้วจึงฉีดน้ำทดสอบการไหล
  • การติดตั้ง ตะแกรงกันใบไม้ และหมั่นตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยื่นเหนือหลังคา คือวิธีที่ช่วยลดปัญหาเศษขยะอุดตันได้มีประสิทธิภาพที่สุด

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


รางน้ำฝนควรทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน

     โดยทั่วไปควรทำความสะอาดรางน้ำฝนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือก่อนเข้าหน้าฝนและหลังหมดหน้าฝน แต่ถ้าบ้านอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ มีใบไม้ร่วงบ่อย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ควรเพิ่มความถี่เป็นทุก 3-4 เดือน การทำความสะอาดรางน้ำฝน อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการอุดตัน และทำให้รางน้ำฝนพร้อมใช้งานเสมอเมื่อฝนตกหนัก

รางน้ำฝนควรทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน

สัญญาณที่บอกว่ารางน้ำฝนอาจเริ่มอุดตัน

     สิ่งสำคัญคือควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เพราะอาจหมายความว่ารางน้ำฝนเริ่มอุดคันหรือมีปัญหาและควรรีบทำความสะอาด โดยสามารถสังเกตุได้ดังนี้

 

  • น้ำล้นออกจากรางเวลาฝนตก : หากฝนตกแล้วเห็นน้ำล้นออกจากรางน้ำฝนเป็นจุด ๆ หรือไหลลงมาเป็นสาย แสดงว่าภายในรางอาจมีสิ่งอุดตัน ทำให้น้ำไม่สามารถไหลไปยังท่อระบายน้ำได้ทัน
  • มีคราบดำหรือคราบน้ำตามผนังบ้าน : คราบน้ำที่ไหลจากหลังคาลงผนังบ้าน อาจเกิดจากน้ำล้นรางฝนเป็นประจำ หากปล่อยไว้ผนังอาจเกิดเชื้อรา สีบวม หรือสีหลุดลอกได้
  • มีต้นไม้หรือวัชพืชขึ้นในรางน้ำฝน : หากมีดิน ใบไม้ และความชื้นสะสมในรางน้ำฝนนานพอ อาจทำให้เกิดต้นไม้เล็ก ๆ หรือวัชพืชขึ้นในรางน้ำได้ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าควรทำความสะอาดทันที
  • ได้ยินเสียงน้ำหยดผิดปกติ : เสียงน้ำหยดจากจุดที่ไม่ควรมีน้ำไหล อาจเกิดจากรางน้ำฝนรั่ว รอยต่อหลวม หรือน้ำขังจนล้นออกมา ควรตรวจสอบและทำความสะอาดร่วมกับการซ่อมแซมจุดรั่ว

 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนทำความสะอาดรางน้ำฝน

     ก่อนเริ่มทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้ทำงานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยสิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

 

  1. บันไดที่แข็งแรงและมั่นคง
  2. ถุงมือยางหรือถุงมือผ้าเคลือบยาง
  3. ถังหรือถุงสำหรับใส่เศษใบไม้
  4. เกรียงเล็กหรือที่ตักเศษใบไม้
  5. แปรงขัดด้ามยาว
  6. สายยางฉีดน้ำ หรือหัวฉีดน้ำแรงดันสูง
  7. ผ้าแห้งหรือผ้าเช็ดทำความสะอาด
  8. แว่นตานิรภัย
  9. หน้ากากกันฝุ่น
  10. ตะแกรงกันใบไม้
  11. เครื่องเป่าลม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนทำความสะอาดรางน้ำฝน

วิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนแบบละเอียด

     การทำความสะอาดรางน้ำฝน ถ้าทำถูกวิธีจะช่วยป้องกันน้ำตัน น้ำรั่ว ผนังชื้น และยืดอายุบ้านได้เยอะเลย สิ่งสำคัญคือการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกๆ โดยวิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ 

 

ตรวจสภาพพื้นที่และความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

     ก่อนเริ่มทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรตรวจพื้นที่รอบบ้านก่อนว่าพื้นมั่นคงหรือไม่ มีสิ่งกีดขวางหรือไม่ และสามารถตั้งบันไดได้ปลอดภัยหรือเปล่า หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดในวันที่ฝนตก พื้นเปียก หรือลมแรง เพราะอาจทำให้ลื่นหรือเกิดอุบัติเหตุได้ หากรางน้ำฝนอยู่สูงมาก หรือบ้านมีหลายชั้น ควรใช้บริการช่างผู้เชี่ยวชาญแทนการปีนขึ้นไปเอง เพราะความปลอดภัยสำคัญที่สุด

 

ตั้งบันไดให้มั่นคง

     การตั้งบันไดเป็นจุดสำคัญของการทำความสะอาดรางน้ำฝน ควรวางบันไดบนพื้นเรียบ แข็งแรง และไม่ลื่น ควรมีคนช่วยจับบันไดไว้ด้านล่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการพิงบันไดกับรางน้ำฝนโดยตรง เพราะอาจทำให้รางน้ำฝนบุบ งอ หรือหลุดจากจุดยึดได้

 

เก็บเศษใบไม้และสิ่งสกปรกออกจากรางน้ำฝน

     เริ่มเก็บเศษใบไม้ กิ่งไม้ ดิน โคลน และขยะต่าง ๆ ออกจากรางน้ำฝน โดยใช้มือที่สวมถุงมือหรือใช้ที่ตักเศษใบไม้ ค่อย ๆ ตักเศษสกปรกใส่ถังหรือถุงขยะ ไม่ควรปัดเศษขยะลงท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันต่อไปได้

 

ขัดคราบสกปรกในรางน้ำฝน

     หลังจากเก็บเศษขยะออกแล้ว ควรใช้แปรงขัดคราบโคลน คราบตะไคร่ หรือคราบสกปรกที่เกาะอยู่ในรางน้ำฝนออกให้หมด หากมีคราบเหนียวมาก อาจใช้น้ำช่วยฉีดเบา ๆ แล้วค่อยขัดซ้ำ

 

ฉีดน้ำทดสอบการไหล

     เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้ใช้สายยางฉีดน้ำจากปลายรางน้ำฝนด้านหนึ่ง เพื่อดูว่าน้ำไหลไปยังท่อระบายได้สะดวกหรือไม่ หากน้ำไหลช้า น้ำขัง หรือไหลย้อนกลับ แสดงว่าอาจยังมีสิ่งอุดตันอยู่ในรางน้ำฝนหรือท่อระบาย

 

ตรวจท่อระบายน้ำฝน

     รางน้ำฝนจะทำงานได้ดีต้องอาศัยท่อระบายที่ไม่อุดตันด้วย หากฉีดน้ำแล้วพบว่าน้ำไม่ไหลลงท่อ หรือไหลออกช้า ให้ตรวจบริเวณปากท่อว่ามีใบไม้หรือเศษขยะติดอยู่หรือไม่ หากสามารถถอดชิ้นส่วนบางจุดได้ ควรถอดออกมาล้าง แต่ถ้าท่ออุดตันลึก ควรให้ช่างช่วยแก้ไข

 

ตรวจรอยรั่ว รอยแตก และจุดยึดรางน้ำฝน

     หลังทำความสะอาดรางน้ำฝนเสร็จแล้ว ควรตรวจสภาพรางน้ำฝนโดยรวมด้วย เช่น มีรอยรั่วหรือไม่ มีจุดแตกหรือร้าวหรือไม่ จุดยึดแน่นหรือเปล่า มีสนิมหรือรางน้ำฝนแอ่นตัวหรือไม่ หากพบความเสียหายควรซ่อมทันที เพื่อป้องกันน้ำล้นหรือน้ำไหลผิดทางในช่วงหน้าฝน

วิธีทำความสะอาดรางน้ำฝนแบบละเอียด

วิธีป้องกันรางน้ำฝนอุดตันในระยะยาว

     การป้องกันไม่ให้รางน้ำฝนอุดตันซ้ำก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยลดภาระในการทำความสะอาด และช่วยยืดอายุการใช้งานของรางน้ำฝน

 

ติดตั้งตะแกรงกันใบไม้

     ตะแกรงกันใบไม้ช่วยป้องกันใบไม้ กิ่งไม้ และเศษขยะขนาดใหญ่ไม่ให้ตกลงไปสะสมในรางน้ำฝน เหมาะมากสำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้จะติดตั้งตะแกรงกันใบไม้แล้ว ก็ยังควรตรวจสอบเป็นระยะ เพราะเศษฝุ่นหรือใบไม้เล็ก ๆ อาจยังสะสมอยู่ด้านบนตะแกรงได้

 

ตัดแต่งกิ่งไม้ใกล้หลังคา

     หากบ้านมีต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้หลังคา ควรตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยื่นเข้ามาใกล้รางน้ำฝน เพราะใบไม้และกิ่งไม้ที่ร่วงลงมาเป็นสาเหตุหลักของการอุดตัน นอกจากนี้การตัดแต่งกิ่งไม้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากกิ่งไม้ต้นไม้หักทับหลังคาในช่วงฝนตกหนักหรือลมแรง

 

ตรวจรางน้ำฝนหลังฝนตกหนัก

     หลังฝนตกหนัก ควรเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อดูว่าน้ำไหลออกจากรางน้ำฝนและท่อระบายได้ตามปกติหรือไม่ หากพบว่าน้ำล้น น้ำหยดผิดจุด หรือมีน้ำขัง ควรรีบแก้ไขทันที

 

ทำความสะอาดตามรอบเวลา

     การทำความสะอาดรางน้ำฝนไม่ควรรอให้เกิดปัญหาก่อน ควรกำหนดรอบตรวจเช็กเป็นประจำ เช่น ทุก 6 เดือน หรือทุก 3 เดือนสำหรับบ้านที่มีใบไม้ร่วงเยอะ

 

ข้อควรระวังในการทำความสะอาดรางน้ำฝน

     แม้การทำความสะอาดรางน้ำฝนจะดูเหมือนงานง่าย แต่ก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการทำงานบนที่สูง จึงควรระวังเป็นพิเศษ

 

  • อย่าทำความสะอาดขณะฝนตก : ไม่ควรขึ้นไปทำความสะอาดรางน้ำฝนในขณะที่ฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ เพราะพื้นอาจลื่น บันไดอาจไม่มั่นคง และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
  • อย่าขึ้นหลังคาหากไม่ชำนาญ : หากรางน้ำฝนอยู่สูงหรือเข้าถึงยาก ไม่ควรปีนขึ้นหลังคาเอง เพราะอาจลื่นตกหรือเหยียบกระเบื้องแตกได้ ควรเรียกช่างที่มีอุปกรณ์และประสบการณ์มากกว่า
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมขูดรางน้ำฝน : การใช้เหล็กแหลมหรือของมีคมขูดแรง ๆ อาจทำให้รางน้ำฝนเป็นรอย แตก หรือเกิดรอยรั่วได้ ควรใช้แปรง เกรียงพลาสติก หรืออุปกรณ์ที่ไม่ทำลายพื้นผิวรางน้ำฝน
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ : ควรสวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และหน้ากากกันฝุ่น เพราะในรางน้ำฝนอาจมีฝุ่น เชื้อรา มูลนก แมลง หรือเศษวัสดุที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบหายใจ

ข้อควรระวังในการทำความสะอาดรางน้ำฝน

     การทำความสะอาดรางน้ำฝน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของบ้าน เพราะช่วยป้องกันปัญหาน้ำล้น น้ำซึม ฝ้าเพดานเสียหาย เชื้อรา กลิ่นอับ และการอุดตันของท่อระบายน้ำฝน หากทำความสะอาดเป็นประจำก่อนเข้าหน้าฝน บ้านก็จะพร้อมรับมือกับฝนตกหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากความเสียหาย และช่วยให้รางน้ำฝนใช้งานได้นานขึ้น

 

     และเสริมเกราะป้องกันบ้านด้วยการทำประกันบ้าน ช่วยคุ้มครองน้ำท่วมบ้าน พายุ ลูกเห็บตก โดยสามารถเช็คเบี้ยประกันบ้าน กับ TQM สนใจเลือกแผนความคุ้มครองด้านล่าง หรือสามารถแชทกับพี่หมีได้ที่มุมขวาล่าง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันบ้าน

article created at icon15/05/69

1,138 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2211 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

รายละเอียดที่อยู่อาศัย

เลือกประเภทที่อยู่อาศัย *

บ้านเดี่ยว

บ้านเดี่ยว

บ้านแฝด

บ้านแฝด

ทาวน์โฮม

ทาวน์โฮม

คอนโด

คอนโด

ตึกแถว

ตึกแถว

โครงสร้างบ้าน *

จำนวนชั้น *

ลักษณะการใช้งานบ้าน *

ตำแหน่งบ้านของคุณ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง