พี่หมี TQM

25/08/64

15,405 ครั้ง

ตรวจเช็ครถตามระยะที่กี่กิโล ตรวจอะไรบ้าง

    การตรวจเช็ครถตามระยะ หรือ การตรวจสภาพรถ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรถยนต์ หากมีการใช้งานแล้ว ก็ย่อมมีวันเสื่อมสภาพเช่นกัน หากเราไม่ใส่ใจ อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นยิ่งต้องได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตลอดเวลา จึงจะมีอายุการใช้งานคุ้มค่าราคารถ แต่อะไหล่รถยนต์แต่ละชิ้นนั้น มีระยะเวลาการใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องหมั่นเช็ครถตามระยะอยู่บ่อยๆ นับว่าเป็นเรื่องที่จุกจิกเลยก็ว่าได้ เพื่อไม่ให้เป็นการหลงลืม วันนี้พี่หมี TQM จึงรวบรวมรายการที่ต้องตรวจเช็คของแต่ละระยะทาง ให้เพื่อนสามารถจดเซฟเก็บไว้ใช้เช็คลิสต์กันครับ

เช็คสภาพรถยนต์ตามระยะ กิโลที่เท่าไหร่บ้าง

     การเช็คสภาพรถยนต์ แท้จริงก็คือ การบำรุงรักษารถยนต์อย่างนึง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคือ การเช็คสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ และแบบที่ 2 คือ เปลี่ยนตามระยะทางหรือระยะไมล์
 
เช็คสภาพรถยนต์ตามระยะ
 

เช็คสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ

    การตรวจเช็คสภาพรถแบบแรก จำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำกัดระยะเวลาหรือระยะทาง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นยามที่เราประมาท 
  1. ตรวจเช็ครถยนต์ เครื่องยนต์ เช็คสภาพ ก่อนออกเดินทาง เพื่อให้พร้อมใช้งานทุกครั้ง
  2. การล้างทำความสะอาดตัวรถ กระจก และล้อหรือยางรถยนต์ ตามความจำเป็น เพื่อป้องกันคราบเศษหินดินทรายติดแน่นจนกินสีรถจนเกิดสนิม หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน
  3. หมั่นเช็ครายการต่อไปนี้ สัปดาห์ละครั้ง
    • ระดับน้ำมันหล่อลื่น
    • เช็ควันหมดแบตเตอรี่
    • เช็คระดับน้ำหล่อเย็น
    • เช็คเครื่องปรับอากาศให้ทำงาน 3 – 4 นาที
  4. ภายใน 2 สัปดาห์ ควรมีการเช็คความดันลมยาง

เช็คความดันลมยาง
 

เช็คสภาพรถยนต์ตามระยะทาง

    การเช็คสภาพรถโดยใช้ระยะทางในการใช้งานเป็นตัวกำหนดว่า ถึงเวลาตรวจเช็คสภาพแล้ว จะมีตั้งแต่ 1,500 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 1 เดือนหลังจากออกรถใหม่ จนไปรถเก่าที่ถูกใช้งานจนเลขไมล์หลักแสนเลยหละ ซึ่งในวันที่เราออกรถใหม่ ตัวแทนจำหน่ายรถแต่ละยี่ห้อ จะมีศูนย์ซ่อมบำรุงช่วยดูแลเรื่องรถของบริษัทตัวเองแล้วส่วนหนึ่ง และมีคู่มือพร้อมรายการบอกเตือนเช็คระยะในแต่ละครั้ง ว่ามีอะไรบ้าง หรืออาจมีป้ายที่จะเตือนเจ้าของรถว่า ถึงเวลาที่ต้องนำรถเข้าศูนย์เมื่อผ่านการใช้งานไปถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่ ฟังดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่พอถึงเวลาต้องเข้าศูนย์ตามระยะ หากศึกษาการเช็คสภาพรถดูดีๆ หละก็ อะไหล่บางตัวอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือตรวจสภาพก่อนถึงเวลากำหนด หรือบางตัวอาจยังไม่ถึงเวลา เพราะรถแต่ละคันมีสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน บางคันสายขับน้อยจอดนาน บางคันสายขับนานขยันลุย ก็ทำให้อะไหล่ถึงกำหนดที่ต้องเปลี่ยนต่างกัน และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ข้อมูลที่ทางศูนย์กำหนดคือระยะมาตรฐานปกติทั่วไปเท่านั้น
  1. เลขไมล์ที่ 1,500 กิโลเมตร หรืออายุรถ 1 เดือน ควรเช็ครถตามรายการต่อไปนี้
    • ความสะอาดของขั้วแบตเตอรี่
    • สภาพท่อน้ำหล่อเย็น
    • การสึกของยาง
    • ระดับน้ำมันเบรก
    • ฝาหม้อน้ำ
    • สายพานขับปั๊ม
    • สายพานแอร์
  2. เลขไมล์ที่ 5,000 กิโลเมตร หรืออายุรถ 3 เดือน มีอุปกรณ์รถยนต์หลายอย่างที่ควรเช็ค ดังนี้
    • สายพานและระดับความตึง
    • ความสะอาดกรองอากาศ
    • น้ำมันคลัตช์
    • ระดับน้ำมันในปั๊ม
    • ใบปัดน้ำฝน
    • การทำงานของหัวฉีด
    • ความสะอาดของคอยล์ร้อน
    • รอยรั่วที่ข้อต่อ
    • ปริมาณน้ำยาทำความเย็น
  3. เลขไมล์ที่ 5,000 - 10,000 กิโลเมตร หรือในระยะเวลา 6 เดือน ควรมีการเช็คของเหลวอย่าง น้ำมันหล่อลื่น เพื่อทำการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่น ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นต้องมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันหล่อลื่นด้วย
  4. เลขไมล์ที่ 10,000 กิโลเมตร หรืออายุรถครบ 6 เดือน ต้องระมัดระวังในเรื่องของความเสื่อม โดยเฉพาะของยางรถยนต์ จึงควรเช็คสภาพรถในเรื่องต่อไปนี้
    • ระยะหน้าทองขาวและเขี้ยวหัวเทียน
    • พื้นยางล้อหน้ากับล้อหลัง อาจสับเปลี่ยนตำแหน่งของยาง เพื่อทำให้ยางแต่ละเส้นสึกเสมอกัน
    • ความลึกของดอกยาง
    • ระยะฟรีของแป้นคลัตช์
    • ระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
    • สภาพเบรก
    • การหล่อลื่นข้อต่อต่าง ๆ
  5. เลขไมล์ที่ 20,000 กิโลเมตร เริ่มมีอุปกรณ์บางอย่างที่ต้องถึงเวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว จึงมีรายการเช็คสภาพดังนี้
    • ระยะช่องว่างของวาล์ว
    • สายหัวเทียน
    • ฝาครอบจานจ่ายและหัวโรเตอร์
    • วาล์ว พีซีวี
    • ล้างหม้อน้ำ
    • ชุดทองขาวและคอนเดนเซอร์
    • น้ำหล่อเย็น
    • หัวเทียน
    • ตัวกรองอากาศ
  6. เลขไมล์ที่ 40,000 กิโลเมตร หรืออายุรถประมาณ 2 ปี ยังคงมีมีอุปกรณ์สำคัญๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนดังนี้
    • สายพาน
    • น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
    • สายพานขับปั๊ม
    • สายพานแอร์
    • ใบปัดน้ำฝน
  7. เลขไมล์ที่ 60,000 กิโลเมตร หรืออายุรถประมาณ 3 ปี มีสิ่งที่ควรเปลี่ยนและทำความสะอาดดังนี้
    • เปลี่ยนสายหัวเทียน
    • เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง
    • ทำความสะอาดคาร์บูเรเตอร์
  8. เลขไมล์ที่ 100,000 กิโลเมตร สำหรับเครื่องเบนซิน จำเป็นต้องเช็คสายพานไทม์มิ่ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ  ไม่ว่าจะเป็นนิสัยการขับขี่ ควรเช็คสภาพความแข็ง มีรอยแตกหรือฉีกขาดชำรุดหรือไม่ หากพบให้รีบเปลี่ยนทันที
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์
 
    เพราะรถยนต์ ยิ่งใช้งานนาน ยิ่งเสื่อมสภาพได้ง่าย เราจึงควรหมั่นดูแลและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอตามระยะการใช้งาน เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของรถ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม การขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง แม้เครื่องยนต์จะพร้อมมากไหน เราก็ไม่ควรประมาท เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ พี่หมีขอแนะนำ ทำประกันรถยนต์ไว้อุ่นใจกว่า สนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ คลิกที่นี่เลย
 

 

25/08/64

15,405 ครั้ง

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2121 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง