ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน การเลือกใช้พลังงานทางเลือกอย่างกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กลายเป็นทางออกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ น้ำมัน E20 และ น้ำมัน E85 ที่มีราคาต่อลิตรถูกกว่าน้ำมันประเภทอื่น ต่หลายคนยังสงสัยว่าน้ำมัน E20 และ น้ำมัน E85มีความแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร และแบบไหนที่ช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้จริง พี่หมี TQM มีคำตอบมาฝากครับ
Key Takeaway
- น้ำมัน E20 คือน้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20% ให้สมรรถนะใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ราคาประหยัดกว่า หาเติมง่ายในรถยนต์รุ่นใหม่เกือบทุกรุ่น
- น้ำมัน E85 คือน้ำมันที่มีเอทานอลสูงถึง 85% ราคาต่อลิตรถูกที่สุด แต่สิ้นเปลืองน้ำมันเร็วกว่า และต้องใช้กับรถยนต์ระบบ FFV (Flexible Fuel Vehicle) เท่านั้น
- ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือสัดส่วนของเอทานอล ซึ่งส่งผลต่อค่าความร้อน อัตราการสิ้นเปลือง และราคาหน้าปั๊ม
- การเลือกใช้ควรตรวจสอบคู่มือรถยนต์ว่ารองรับระดับเอทานอลได้สูงสุดเท่าใด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อท่อยางและระบบเชื้อเพลิง
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
น้ำมัน E20 คืออะไร
น้ำมัน E20 หรือ แก๊สโซฮอล์ E20 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินพื้นฐาน 80% และเอทานอล (Ethanol) 20% โดยเอทานอลที่นำมาผสมนั้นผลิตจากพืชเกษตร เช่น อ้อยหรือมันสำปะหลัง ทำให้เป็นพลังงานทดแทนที่ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และลดมลพิษจากการเผาไหม้ได้ดีกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไป
น้ำมัน E85 คืออะไร
น้ำมัน E85 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนของเอทานอลสูงที่สุดในกลุ่มเบนซิน โดยมีส่วนผสมของเอทานอลถึง 85% และน้ำมันเบนซินเพียง 15% น้ำมันชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์ประเภท FFV (Flexible Fuel Vehicle) โดยเฉพาะ เนื่องจากเอทานอลมีคุณสมบัติในการกัดกร่อนสูงกว่าน้ำมันปกติ ระบบเชื้อเพลิงของรถจึงต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ

น้ำมัน E20 กับ น้ำมัน E85 ต่างกันอย่างไร
น้ำมัน E20 และ E85 คือน้ำมันกลุ่ม แก๊สโซฮอล์ (Gasohols) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเบนซินพื้นฐานและเอทานอล (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์) ในสัดส่วนที่ต่างกัน โดยตัวเลขที่ตามหลังตัว "E" หมายถึงเปอร์เซ็นต์ของเอทานอลที่ผสมอยู่นั่นเอง โดยมีความแตกต่างหลักๆ ดังนี้
- สัดส่วนเอทานอล : E20 มีเอทานอล 20% ส่วน E85 มีเอทานอลสูงถึง 85%
- ค่าออกเทน : เอทานอลมีค่าออกเทนสูง ดังนั้นยิ่งมีเอทานอลมาก ค่าออกเทนก็จะยิ่งสูงตาม (E85 จึงมีค่าออกเทนสูงที่สุดในกลุ่มเบนซิน)
- การสิ้นเปลือง : เอทานอลให้พลังงานความร้อนน้อยกว่าเบนซินเพียวๆ ดังนั้น E85 จะหมดไวกว่า E20 ในการวิ่งระยะทางที่เท่ากัน
- ความเข้ากันได้ของเครื่องยนต์ : ไม่ใช่รถทุกคันที่เติม E85 ได้ รถต้องเป็นประเภท FFV (Flexible Fuel Vehicle) ที่มีการปรับจูนเครื่องยนต์และเปลี่ยนวัสดุท่อยางต่างๆ ให้ทนต่อการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์เข้มข้นได้
ตารางเปรียบเทียบน้ำมัน E20 vs E85
| หัวข้อเปรียบเทียบ |
แก๊สโซฮอล์ E20 |
แก๊สโซฮอล์ E85 |
| ส่วนประกอบ |
เบนซิน 80% + เอทานอล 20% |
เบนซิน 15% + เอทานอล 85% |
| ค่าออกเทน |
ประมาณ 95 |
ประมาณ 100+ |
| ราคาต่อลิตร |
ปานกลาง (ถูกกว่าโซฮอล์ 95) |
ถูกที่สุด ในกลุ่มเบนซิน |
| อัตราการประหยัดน้ำมัน |
ประหยัดกว่า E85 |
หมดไวที่สุด (สิ้นเปลืองกว่าประมาณ 20-30%) |
| การกัดกร่อน |
ต่ำถึงปานกลาง |
สูง (ต้องใช้กับรถที่รองรับเท่านั้น) |
| ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
ดี |
ดีเยี่ยม (ปล่อยไอเสียน้อยที่สุด) |
| รถที่รองรับ |
รถส่วนใหญ่ที่ผลิตหลังปี 2008 |
ต้องเป็นรถ FFV เท่านั้น |
น้ำมัน E20 กับ E85 ผสมกันในถังได้ไหม
รถที่รองรับน้ำมัน E85 สามารถเติมผสมกันได้ทุกสัดส่วน (E10, E20, E85) โดยกล่อง ECU จะปรับการจ่ายน้ำมันตามค่าออกเทนและปริมาณเอทานอลเองโดยอัตโนมัติ
แต่รถที่รองรับแค่น้ำมัน E20 ไม่ควรเติม น้ำมันE85 ผสมเพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับปริมาณเอทานอลที่สูงเกิน 20% ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น หรือกระตุก , ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ และกัดกร่อนท่อยางและซีลยางในระยะยาว

น้ำมัน E20 ข้อดีและข้อควรระวัง
การเลือกใช้ น้ำมัน E20 มีข้อดีที่น่าสนใจ และข้อที่ควรระวัง ดังนี้
น้ำมัน E20 ข้อดี
- ราคาสบายกระเป๋า : มีราคาถูกกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อรอบการเติม
- สมรรถนะดี : ให้ค่าออกเทนที่สูง (ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 95-98) ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการชิงจุดระเบิด (Knocking)
- หาเติมง่าย : ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันเกือบทุกแห่งมีตู้จ่าย E20 ให้บริการ
- ถนอมเครื่องยนต์ : มีสัดส่วนน้ำมันเบนซินสูงกว่า E85 ทำให้การระเหยและการกัดกร่อนน้อยกว่า
น้ำมัน E20 ข้อควรระวัง
- การรองรับของรถ : รถยนต์รุ่นเก่า (ก่อนปี 2008) ส่วนใหญ่ไม่รองรับ หากเติมอาจทำให้ท่อยางและซีลต่างๆ เสื่อมสภาพเร็ว
- ระยะวิ่ง : แม้จะประหยัดราคาน้ำมันต่อลิตร แต่ระยะทางที่วิ่งได้ต่อถังจะน้อยกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เล็กน้อย

น้ำมัน E85 ข้อดีและข้อควรระวัง
สำหรับ น้ำมัน E85 แม้จะมีความเฉพาะตัวสูง มาดูข้อดีและข้อควรระวังกันครับ
น้ำมัน E85 ข้อดี
- ราคาต่อลิตรต่ำที่สุด : ในบรรดาน้ำมันกลุ่มเบนซิน E85 มักจะมีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบต่อลิตร
- ค่าออกเทนสูงมาก : เอทานอลมีค่าออกเทนสูงถึง 100-105 ทำให้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่ต้องการกำลังอัดสูง ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบ
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : เนื่องจากการเผาไหม้เอทานอลมีความสะอาดสูง จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น
น้ำมัน E85 ข้อควรระวัง
- อัตราการสิ้นเปลือง : เนื่องจากเอทานอลให้พลังงานความร้อนน้อยกว่าน้ำมันเบนซิน รถที่ใช้ E85 จะกินน้ำมันมากกว่าน้ำมันปกติประมาณ 25-30%
- ระบบเชื้อเพลิง : หากรถไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับ E85 ห้ามเติมเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปั๊มติ๊ก หัวฉีด และท่อน้ำมันเสียหายอย่างรวดเร็ว
- การสตาร์ทตอนเช้า : ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัด รถที่ใช้ E85 อาจสตาร์ทติดยากกว่าปกติ

น้ำมัน E20 และน้ำมัน E85 สีอะไร
ในการระบุก๊าซโซฮอล์แต่ละชนิดในประเทศไทย กรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดให้มีการเติมสี ลงไปในน้ำมันเพื่อให้ผู้ใช้และเจ้าหน้าที่สถานีบริการสามารถแยกแยะประเภทของน้ำมันได้ง่ายและป้องกันการเติมน้ำมันผิด
- น้ำมัน E20 : จะมีสี น้ำตาล (หรือสีใสที่อาจเข้มขึ้นเล็กน้อยตามมาตรฐานคลัง)
- น้ำมัน E85 : จะมีสี ม่วง
น้ำมัน E20 กับ E85 มีปั๊มไหนบ้าง
ในประเทศไทย คุณสามารถหาเติมน้ำมัน E20 ได้ในสถานีบริการน้ำมันหลักทุกแห่ง เช่น
- PTT Station (ปตท.)
- Bangchak (บางจาก)
- Shell (เชลล์)
- Caltex (คาลเท็กซ์)
- PT (พีที)
- Esso (เอสโซ่/บางจาก)
ขณะที่น้ำมัน E85 อาจจะไม่ได้มีทุกหัวจ่ายในปั๊ม อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาปั๊มรายใหญ่อย่าง PTT Station ประกาศยุติการจำหน่าย ทำให้ตอนนี้น้ำมัน E85 สามารถเติมได้ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก (Bangchak) เป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
น้ำมัน E20 ช่วยลดคราบเขม่าในเครื่องยนต์ได้จริงหรือไม่?
น้ำมัน E20 ช่วยลดคราบเขม่าในเครื่องยนต์ได้จริง เพราะเอทานอลใน น้ำมัน E20 มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบ ทำให้การเผาไหม้สะอาดกว่าน้ำมันเบนซินล้วน
น้ำมัน E85 ทำให้เครื่องยนต์พังจริงหรือไม่?
เติมน้ำมัน E85 ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์พังหากรถคันนั้นออกแบบมาเพื่อรองรับ น้ำมัน E85 โดยเฉพาะ (รถ FFV) แต่จะพังแน่นอนหากนำไปเติมในรถรุ่นเก่าที่วัสดุไม่รองรับการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์ปริมาณสูง
การตัดสินใจเลือกเติม น้ำมัน E20 หรือ น้ำมัน E85 ให้ดูที่สติ๊กเกอร์ฝาถังน้ำมันเป็นหลัก หากรถระบุว่า "E20" ห้ามเติม E85 เด็ดขาดแต่ถ้ารถระบุว่า "E85" (FFV) คุณสามารถเลือกเติมได้ทั้งคู่นั่นเอง และหากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครอบคลุม สามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับ TQM ได้ง่าย ๆ เปรียบเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทประกัน พร้อมบผ่อนได้ไม่ใช้บัตรเครดิต และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
