น้ำมัน E20 กับ E85 ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับรถคุณ
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon19/03/69

7,446 ครั้ง

น้ำมัน E20 กับ E85 ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับรถคุณ

     ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน การเลือกใช้พลังงานทางเลือกอย่างกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กลายเป็นทางออกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ น้ำมัน E20 และ น้ำมัน E85 ที่มีราคาต่อลิตรถูกกว่าน้ำมันประเภทอื่น ต่หลายคนยังสงสัยว่าน้ำมัน E20 และ น้ำมัน E85มีความแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร และแบบไหนที่ช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้จริง พี่หมี TQM มีคำตอบมาฝากครับ


Key Takeaway

 

  • น้ำมัน E20 คือน้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20% ให้สมรรถนะใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ราคาประหยัดกว่า หาเติมง่ายในรถยนต์รุ่นใหม่เกือบทุกรุ่น
  • น้ำมัน E85 คือน้ำมันที่มีเอทานอลสูงถึง 85% ราคาต่อลิตรถูกที่สุด แต่สิ้นเปลืองน้ำมันเร็วกว่า และต้องใช้กับรถยนต์ระบบ FFV (Flexible Fuel Vehicle) เท่านั้น
  • ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือสัดส่วนของเอทานอล ซึ่งส่งผลต่อค่าความร้อน อัตราการสิ้นเปลือง และราคาหน้าปั๊ม
  • การเลือกใช้ควรตรวจสอบคู่มือรถยนต์ว่ารองรับระดับเอทานอลได้สูงสุดเท่าใด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อท่อยางและระบบเชื้อเพลิง

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


น้ำมัน E20 คืออะไร

     น้ำมัน E20 หรือ แก๊สโซฮอล์ E20 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินพื้นฐาน 80% และเอทานอล (Ethanol) 20% โดยเอทานอลที่นำมาผสมนั้นผลิตจากพืชเกษตร เช่น อ้อยหรือมันสำปะหลัง ทำให้เป็นพลังงานทดแทนที่ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และลดมลพิษจากการเผาไหม้ได้ดีกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไป

 

น้ำมัน E85 คืออะไร

     น้ำมัน E85 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนของเอทานอลสูงที่สุดในกลุ่มเบนซิน โดยมีส่วนผสมของเอทานอลถึง 85% และน้ำมันเบนซินเพียง 15% น้ำมันชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์ประเภท FFV (Flexible Fuel Vehicle) โดยเฉพาะ เนื่องจากเอทานอลมีคุณสมบัติในการกัดกร่อนสูงกว่าน้ำมันปกติ ระบบเชื้อเพลิงของรถจึงต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ

น้ำมัน E20 กับ น้ำมัน E85 ต่างกันอย่างไร

น้ำมัน E20 กับ น้ำมัน E85 ต่างกันอย่างไร

     น้ำมัน E20 และ E85 คือน้ำมันกลุ่ม แก๊สโซฮอล์ (Gasohols) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเบนซินพื้นฐานและเอทานอล (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์) ในสัดส่วนที่ต่างกัน โดยตัวเลขที่ตามหลังตัว "E" หมายถึงเปอร์เซ็นต์ของเอทานอลที่ผสมอยู่นั่นเอง โดยมีความแตกต่างหลักๆ ดังนี้

 

  • สัดส่วนเอทานอล : E20 มีเอทานอล 20% ส่วน E85 มีเอทานอลสูงถึง 85%
  • ค่าออกเทน : เอทานอลมีค่าออกเทนสูง ดังนั้นยิ่งมีเอทานอลมาก ค่าออกเทนก็จะยิ่งสูงตาม (E85 จึงมีค่าออกเทนสูงที่สุดในกลุ่มเบนซิน)
  • การสิ้นเปลือง : เอทานอลให้พลังงานความร้อนน้อยกว่าเบนซินเพียวๆ ดังนั้น E85 จะหมดไวกว่า E20 ในการวิ่งระยะทางที่เท่ากัน
  • ความเข้ากันได้ของเครื่องยนต์ : ไม่ใช่รถทุกคันที่เติม E85 ได้ รถต้องเป็นประเภท FFV (Flexible Fuel Vehicle) ที่มีการปรับจูนเครื่องยนต์และเปลี่ยนวัสดุท่อยางต่างๆ ให้ทนต่อการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์เข้มข้นได้

 

ตารางเปรียบเทียบน้ำมัน E20 vs E85

หัวข้อเปรียบเทียบ แก๊สโซฮอล์ E20 แก๊สโซฮอล์ E85
ส่วนประกอบ เบนซิน 80% + เอทานอล 20% เบนซิน 15% + เอทานอล 85%
ค่าออกเทน ประมาณ 95 ประมาณ 100+
ราคาต่อลิตร ปานกลาง (ถูกกว่าโซฮอล์ 95) ถูกที่สุด ในกลุ่มเบนซิน
อัตราการประหยัดน้ำมัน ประหยัดกว่า E85 หมดไวที่สุด (สิ้นเปลืองกว่าประมาณ 20-30%)
การกัดกร่อน ต่ำถึงปานกลาง สูง (ต้องใช้กับรถที่รองรับเท่านั้น)
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดี ดีเยี่ยม (ปล่อยไอเสียน้อยที่สุด)
รถที่รองรับ รถส่วนใหญ่ที่ผลิตหลังปี 2008 ต้องเป็นรถ FFV เท่านั้น

น้ำมัน E20 กับ E85 ผสมกันในถังได้ไหม

     รถที่รองรับน้ำมัน E85 สามารถเติมผสมกันได้ทุกสัดส่วน (E10, E20, E85) โดยกล่อง ECU จะปรับการจ่ายน้ำมันตามค่าออกเทนและปริมาณเอทานอลเองโดยอัตโนมัติ 

 

     แต่รถที่รองรับแค่น้ำมัน E20 ไม่ควรเติม น้ำมันE85 ผสมเพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับปริมาณเอทานอลที่สูงเกิน 20% ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น หรือกระตุก , ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ และกัดกร่อนท่อยางและซีลยางในระยะยาว

น้ำมัน E20 กับ E85 ผสมกันในถังได้ไหม

น้ำมัน E20 ข้อดีและข้อควรระวัง

     การเลือกใช้ น้ำมัน E20 มีข้อดีที่น่าสนใจ และข้อที่ควรระวัง ดังนี้

 

น้ำมัน E20 ข้อดี

  • ราคาสบายกระเป๋า : มีราคาถูกกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อรอบการเติม
  • สมรรถนะดี : ให้ค่าออกเทนที่สูง (ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 95-98) ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการชิงจุดระเบิด (Knocking)
  • หาเติมง่าย : ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันเกือบทุกแห่งมีตู้จ่าย E20 ให้บริการ
  • ถนอมเครื่องยนต์ : มีสัดส่วนน้ำมันเบนซินสูงกว่า E85 ทำให้การระเหยและการกัดกร่อนน้อยกว่า

 

น้ำมัน E20 ข้อควรระวัง

  • การรองรับของรถ : รถยนต์รุ่นเก่า (ก่อนปี 2008) ส่วนใหญ่ไม่รองรับ หากเติมอาจทำให้ท่อยางและซีลต่างๆ เสื่อมสภาพเร็ว
  • ระยะวิ่ง : แม้จะประหยัดราคาน้ำมันต่อลิตร แต่ระยะทางที่วิ่งได้ต่อถังจะน้อยกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เล็กน้อย

น้ำมัน E20 ข้อดีและข้อควรระวัง

น้ำมัน E85 ข้อดีและข้อควรระวัง

     สำหรับ น้ำมัน E85 แม้จะมีความเฉพาะตัวสูง มาดูข้อดีและข้อควรระวังกันครับ

 

น้ำมัน E85 ข้อดี

  • ราคาต่อลิตรต่ำที่สุด : ในบรรดาน้ำมันกลุ่มเบนซิน E85 มักจะมีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบต่อลิตร
  • ค่าออกเทนสูงมาก : เอทานอลมีค่าออกเทนสูงถึง 100-105 ทำให้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่ต้องการกำลังอัดสูง ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : เนื่องจากการเผาไหม้เอทานอลมีความสะอาดสูง จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น

 

น้ำมัน E85 ข้อควรระวัง

  • อัตราการสิ้นเปลือง : เนื่องจากเอทานอลให้พลังงานความร้อนน้อยกว่าน้ำมันเบนซิน รถที่ใช้ E85 จะกินน้ำมันมากกว่าน้ำมันปกติประมาณ 25-30%
  • ระบบเชื้อเพลิง : หากรถไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับ E85 ห้ามเติมเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปั๊มติ๊ก หัวฉีด และท่อน้ำมันเสียหายอย่างรวดเร็ว
  • การสตาร์ทตอนเช้า : ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัด รถที่ใช้ E85 อาจสตาร์ทติดยากกว่าปกติ

น้ำมัน E85 ข้อดีและข้อควรระวัง

น้ำมัน E20 และน้ำมัน E85 สีอะไร

     ในการระบุก๊าซโซฮอล์แต่ละชนิดในประเทศไทย กรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดให้มีการเติมสี ลงไปในน้ำมันเพื่อให้ผู้ใช้และเจ้าหน้าที่สถานีบริการสามารถแยกแยะประเภทของน้ำมันได้ง่ายและป้องกันการเติมน้ำมันผิด

 

  • น้ำมัน E20 : จะมีสี น้ำตาล (หรือสีใสที่อาจเข้มขึ้นเล็กน้อยตามมาตรฐานคลัง)
  • น้ำมัน E85 : จะมีสี ม่วง

 

น้ำมัน E20 กับ E85 มีปั๊มไหนบ้าง

     ในประเทศไทย คุณสามารถหาเติมน้ำมัน E20 ได้ในสถานีบริการน้ำมันหลักทุกแห่ง เช่น 

 

  • PTT Station (ปตท.)
  • Bangchak (บางจาก)
  • Shell (เชลล์)
  • Caltex (คาลเท็กซ์)
  • PT (พีที)
  • Esso (เอสโซ่/บางจาก)

 

     ขณะที่น้ำมัน E85 อาจจะไม่ได้มีทุกหัวจ่ายในปั๊ม อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาปั๊มรายใหญ่อย่าง PTT Station ประกาศยุติการจำหน่าย ทำให้ตอนนี้น้ำมัน E85 สามารถเติมได้ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก (Bangchak) เป็นหลัก

 

คำถามที่พบบ่อย 

น้ำมัน E20 ช่วยลดคราบเขม่าในเครื่องยนต์ได้จริงหรือไม่?

น้ำมัน E20 ช่วยลดคราบเขม่าในเครื่องยนต์ได้จริง เพราะเอทานอลใน น้ำมัน E20 มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบ ทำให้การเผาไหม้สะอาดกว่าน้ำมันเบนซินล้วน

 

น้ำมัน E85 ทำให้เครื่องยนต์พังจริงหรือไม่?

เติมน้ำมัน E85 ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์พังหากรถคันนั้นออกแบบมาเพื่อรองรับ น้ำมัน E85 โดยเฉพาะ (รถ FFV) แต่จะพังแน่นอนหากนำไปเติมในรถรุ่นเก่าที่วัสดุไม่รองรับการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์ปริมาณสูง

 

     การตัดสินใจเลือกเติม น้ำมัน E20 หรือ น้ำมัน E85 ให้ดูที่สติ๊กเกอร์ฝาถังน้ำมันเป็นหลัก หากรถระบุว่า "E20" ห้ามเติม E85 เด็ดขาดแต่ถ้ารถระบุว่า "E85" (FFV) คุณสามารถเลือกเติมได้ทั้งคู่นั่นเอง และหากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครอบคลุม สามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับ TQM ได้ง่าย ๆ เปรียบเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทประกัน พร้อมบผ่อนได้ไม่ใช้บัตรเครดิต และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

 

article created at icon19/03/69

7,446 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง