เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่เกิดน้ำท่วมหนึ่งในความกังวลใจของคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV คือการขับลุยน้ำท่วม เพราะรถประเภทนี้ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจหลัก อาจทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีปัญหาได้ หลายคนจึงกังวลว่าหากน้ำเข้าจะเกิดไฟฟ้ารั่ว ไฟช็อต หรือแบตเตอรี่เสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่ วันนี้พี่หมี TQM จะพามาหาคำตอบกันว่า รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้แค่ไหน เสี่ยงแบตเตอรี่พังจริงหรือเปล่า กันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้ในบางระดับ แต่ไม่ควรฝืนลุยน้ำลึก โดยเฉพาะน้ำที่สูงเกินครึ่งล้อ น้ำที่มีกระแสแรง น้ำท่วมขังนาน หรือน้ำที่ไม่รู้ระดับความลึก เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นจะมีการออกแบบระบบแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าให้ป้องกันน้ำได้ดี แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ขับลุยน้ำท่วมหนักหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับรถยนต์ EV ทุกคัน เพราะแต่ละรุ่นมีความสูงใต้ท้องรถ ตำแหน่งแบตเตอรี่ ช่องระบายอากาศ และข้อกำหนดจากผู้ผลิตแตกต่างกัน วิธีที่ถูกต้องที่สุดคือ เช็คคู่มือรถรุ่นนั้นโดยตรง ซึ่งตามหลักความปลอดภัยทั่วไป หากเจอระดับน้ำท่วม ควรประเมินดังนี้
โดยทั่วไปถือว่าเสี่ยงต่ำ หากเป็นน้ำตื้น ถนนเรียบ และไม่มีคลื่นน้ำแรง รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมระดับนี้ได้ในกรณีจำเป็น แต่ควรขับช้า ๆ และไม่เร่งความเร็ว
เริ่มต้องระวังมากขึ้น โดยเฉพาะรถเก๋งหรือรถ EV ที่ใต้ท้องต่ำ หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง เพราะน้ำอาจกระแทกใต้ท้องรถหรือเข้าสู่จุดอ่อนไหวบางจุดได้
ไม่แนะนำให้ขับลุย เพราะเป็นระดับที่เริ่มเสี่ยงกับระบบไฟฟ้า เบรก เซนเซอร์ และห้องโดยสาร หากมีรถคันอื่นขับสวนจนเกิดคลื่น น้ำอาจสูงกว่าที่มองเห็นจริง
ควรหยุดและหาทางเลี่ยงทันที เพราะรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมระดับนี้มีความเสี่ยงสูง ทั้งต่อแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า และภายในห้องโดยสาร

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้พังทันทีทุกครั้งที่โดนน้ำ เพราะโดยปกติแบตเตอรี่ EV ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างปิดผนึกและป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง แต่ความเสียหายจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความลึกของน้ำ ระยะเวลาที่แช่น้ำ สภาพน้ำ ความแรงของกระแสน้ำ และสภาพเดิมของรถ
ถ้ารถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมแบบน้ำตื้น ขับผ่านไม่นาน และไม่มีไฟเตือนผิดปกติ โอกาสที่แบตเตอรี่จะเสียหายรุนแรงอาจไม่สูงมาก แต่ถ้ารถจอดแช่น้ำ น้ำท่วมสูง หรือมีการกระแทกใต้ท้องรถร่วมด้วย ความเสี่ยงที่แบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูงจะเสียหายจะเพิ่มขึ้นทันที
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ และจำเป็นต้องให้รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ควรทำอย่างระมัดระวังมากที่สุด
ก่อนให้รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ควรมองระดับน้ำจากรถคันหน้า ฟุตบาท หรือขอบทาง หากน้ำสูงจนมองไม่เห็นพื้นถนน หรือมีรถดับอยู่ข้างหน้า ควรเปลี่ยนเส้นทางทันที
ควรขับด้วยความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ ไม่เร่งแรง ไม่เบรกกะทันหัน และไม่สร้างคลื่นน้ำ เพราะคลื่นน้ำอาจกระแทกเข้าช่องระบายอากาศหรือจุดสำคัญของรถ
การเว้นระยะช่วยลดโอกาสหยุดกลางน้ำ และลดแรงคลื่นจากรถคันหน้า หากรถคันหน้าสร้างคลื่นน้ำแรง อาจทำให้น้ำกระแทกใต้ท้องรถหรือส่วนหน้ารถมากขึ้น
แม้น้ำจะดูไม่ลึกมาก แต่ถ้าน้ำไหลแรงไม่ควรขับผ่าน เพราะรถอาจเสียการทรงตัว และน้ำไหลแรงอาจทำให้ชิ้นส่วนใต้ท้องรถเสียหาย
หากรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมแล้วต้องหยุดกลางน้ำเป็นเวลานาน ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น เพราะน้ำอาจค่อย ๆ ซึมเข้าสู่จุดต่าง ๆ ของรถ
เมื่อขับพ้นน้ำแล้ว ควรแตะเบรกเบา ๆ หลายครั้งเพื่อช่วยไล่น้ำออกจากจานเบรกและผ้าเบรก พร้อมสังเกตอาการรถว่ามีเสียงผิดปกติ ไฟเตือน หรือกลิ่นแปลก ๆ หรือไม่
.jpg)
การดูแลรถหลังจากรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมสำคัญมาก เพราะบางครั้งรถอาจยังขับได้ตามปกติในช่วงแรก แต่ความเสียหายอาจค่อย ๆ แสดงอาการภายหลัง
หลังจากใช้รถยนต์ไฟฟ้าขับลุยน้ำท่วม ไม่ควรคิดว่าขับผ่านมาได้แล้วก็จบ เพราะความเสียหายบางอย่างอาจไม่แสดงอาการทันที แต่เกิดขึ้นภายหลังจากความชื้น การกัดกร่อน หรือคราบสกปรกที่สะสมอยู่ในจุดต่าง ๆ ดังนี้
หากมีสัญลักษณ์เตือนระบบแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรก หรือระบบไฟฟ้า ควรหยุดใช้รถและติดต่อศูนย์บริการทันที
หลังลุยน้ำ ถ้ารถมีเสียงดังผิดปกติจากช่วงล่าง มอเตอร์ เบรก หรือมีอาการสั่น กระตุก เร่งไม่ขึ้น ควรนำรถเข้าตรวจสอบ
กลิ่นไหม้อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ส่วนกลิ่นอับอาจเกิดจากน้ำเข้าพรม เบาะ หรือวัสดุซับเสียงภายในรถ หากปล่อยไว้จะเสี่ยงเชื้อราและกลิ่นเหม็นสะสม
น้ำอาจทำให้ประสิทธิภาพเบรกลดลงชั่วคราว ควรขับช้า ๆ และแตะเบรกเบา ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก แต่หากเบรกมีเสียงดัง เบรกสั่น หรือเบรกไม่มั่นใจ ควรเข้าศูนย์ทันที
หากรถลุยน้ำท่วมสูง ควรตรวจสอบช่องชาร์จว่ามีน้ำหรือความชื้นหรือไม่ ไม่ควรเสียบชาร์จหากยังไม่มั่นใจ เพราะความชื้นในช่องชาร์จอาจทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องได้

ดังนั้นผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหากเจอน้ำท่วม สิ่งที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง ไม่ฝืนลุยน้ำลึก และหลังขับผ่านน้ำท่วมควรตรวจเช็กอาการรถทันที หากรถถูกน้ำท่วมหนักหรือแช่น้ำนาน ควรติดต่อศูนย์บริการและบริษัทประกันก่อนใช้งานหรือชาร์จไฟ
อีกสิ่งสำหรับเจ้าของรถ EV การมีประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มครองน้ำท่วมและแบตเตอรี่ จะช่วยให้ขับขี่สบายใจขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่สถานการณ์น้ำท่วมอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากสนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า กับพีหมี หรือโทรปรึกษาเรื่องประกันภัยได้ที่ 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
3,396 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2270 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
