รถยนต์ไฟฟ้า EV ขับลุยน้ำท่วมได้ไหม เสี่ยงแบตเตอรี่พังจริงไหม
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon26/06/69

3,396 ครั้ง

รถยนต์ไฟฟ้า EV ขับลุยน้ำท่วมได้ไหม เสี่ยงแบตเตอรี่พังจริงไหม

     ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่เกิดน้ำท่วมหนึ่งในความกังวลใจของคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV คือการขับลุยน้ำท่วม เพราะรถประเภทนี้ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจหลัก อาจทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีปัญหาได้ หลายคนจึงกังวลว่าหากน้ำเข้าจะเกิดไฟฟ้ารั่ว ไฟช็อต หรือแบตเตอรี่เสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่ วันนี้พี่หมี TQM จะพามาหาคำตอบกันว่า รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้แค่ไหน เสี่ยงแบตเตอรี่พังจริงหรือเปล่า กันครับ


Key Takeaway

 

  • รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ออกแบบมาให้ลุยน้ำลึก ควรเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูงเกินครึ่งล้อ หรือน้ำไหลเชี่ยวอย่างเด็ดขาด
  • หากจำเป็นต้องลุยน้ำตื้น ให้ใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ ห้ามเร่งเครื่องหรือเบรกกะทันหัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเซ็นเข้าจุดสำคัญหรือเกิดคลื่นน้ำ
  • อย่าหยุดหรือจอดรถทิ้งไว้กลางน้ำ เพราะความเสี่ยงที่น้ำจะซึมเข้าสู่ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่จะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่แช่น้ำ
  • หลังจากลุยน้ำมา ห้ามเสียบชาร์จรถเด็ดขาด ต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าช่องชาร์จและตัวรถแห้งสนิทไม่มีความชื้นหลงเหลือ
  • แม้จะขับผ่านได้ปกติ ควรตรวจสอบไฟเตือนหน้าปัด กลิ่นผิดปกติ ประสิทธิภาพเบรก และเสียงจากช่วงล่าง หากพบความผิดปกติให้รีบติดต่อศูนย์บริการทันที

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้ไหม

     รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้ในบางระดับ แต่ไม่ควรฝืนลุยน้ำลึก โดยเฉพาะน้ำที่สูงเกินครึ่งล้อ น้ำที่มีกระแสแรง น้ำท่วมขังนาน หรือน้ำที่ไม่รู้ระดับความลึก เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นจะมีการออกแบบระบบแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าให้ป้องกันน้ำได้ดี แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ขับลุยน้ำท่วมหนักหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน

รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้ลึกแค่ไหน

     ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับรถยนต์ EV ทุกคัน เพราะแต่ละรุ่นมีความสูงใต้ท้องรถ ตำแหน่งแบตเตอรี่ ช่องระบายอากาศ และข้อกำหนดจากผู้ผลิตแตกต่างกัน วิธีที่ถูกต้องที่สุดคือ เช็คคู่มือรถรุ่นนั้นโดยตรง ซึ่งตามหลักความปลอดภัยทั่วไป หากเจอระดับน้ำท่วม ควรประเมินดังนี้

 

น้ำตื้นระดับ 5-10 เซนติเมตร

     โดยทั่วไปถือว่าเสี่ยงต่ำ หากเป็นน้ำตื้น ถนนเรียบ และไม่มีคลื่นน้ำแรง รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมระดับนี้ได้ในกรณีจำเป็น แต่ควรขับช้า ๆ และไม่เร่งความเร็ว

 

น้ำระดับ 15-20 เซนติเมตร

     เริ่มต้องระวังมากขึ้น โดยเฉพาะรถเก๋งหรือรถ EV ที่ใต้ท้องต่ำ หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง เพราะน้ำอาจกระแทกใต้ท้องรถหรือเข้าสู่จุดอ่อนไหวบางจุดได้

 

น้ำสูงถึงครึ่งล้อ

     ไม่แนะนำให้ขับลุย เพราะเป็นระดับที่เริ่มเสี่ยงกับระบบไฟฟ้า เบรก เซนเซอร์ และห้องโดยสาร หากมีรถคันอื่นขับสวนจนเกิดคลื่น น้ำอาจสูงกว่าที่มองเห็นจริง

 

น้ำสูงถึงขอบประตูหรือท่วมใต้ท้องรถมาก

     ควรหยุดและหาทางเลี่ยงทันที เพราะรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมระดับนี้มีความเสี่ยงสูง ทั้งต่อแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า และภายในห้องโดยสาร

รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมได้ลึกแค่ไหน

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าโดนน้ำแล้วพังทันทีไหม

     แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้พังทันทีทุกครั้งที่โดนน้ำ เพราะโดยปกติแบตเตอรี่ EV ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างปิดผนึกและป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง แต่ความเสียหายจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความลึกของน้ำ ระยะเวลาที่แช่น้ำ สภาพน้ำ ความแรงของกระแสน้ำ และสภาพเดิมของรถ

 

     ถ้ารถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมแบบน้ำตื้น ขับผ่านไม่นาน และไม่มีไฟเตือนผิดปกติ โอกาสที่แบตเตอรี่จะเสียหายรุนแรงอาจไม่สูงมาก แต่ถ้ารถจอดแช่น้ำ น้ำท่วมสูง หรือมีการกระแทกใต้ท้องรถร่วมด้วย ความเสี่ยงที่แบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูงจะเสียหายจะเพิ่มขึ้นทันที

 

วิธีขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย

     หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ และจำเป็นต้องให้รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ควรทำอย่างระมัดระวังมากที่สุด

 

ประเมินระดับน้ำก่อนขับผ่าน

     ก่อนให้รถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ควรมองระดับน้ำจากรถคันหน้า ฟุตบาท หรือขอบทาง หากน้ำสูงจนมองไม่เห็นพื้นถนน หรือมีรถดับอยู่ข้างหน้า ควรเปลี่ยนเส้นทางทันที

 

ขับช้า ๆ ใช้ความเร็วคงที่

     ควรขับด้วยความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ ไม่เร่งแรง ไม่เบรกกะทันหัน และไม่สร้างคลื่นน้ำ เพราะคลื่นน้ำอาจกระแทกเข้าช่องระบายอากาศหรือจุดสำคัญของรถ

 

เว้นระยะจากรถคันหน้า

     การเว้นระยะช่วยลดโอกาสหยุดกลางน้ำ และลดแรงคลื่นจากรถคันหน้า หากรถคันหน้าสร้างคลื่นน้ำแรง อาจทำให้น้ำกระแทกใต้ท้องรถหรือส่วนหน้ารถมากขึ้น

 

หลีกเลี่ยงน้ำไหลเชี่ยว

     แม้น้ำจะดูไม่ลึกมาก แต่ถ้าน้ำไหลแรงไม่ควรขับผ่าน เพราะรถอาจเสียการทรงตัว และน้ำไหลแรงอาจทำให้ชิ้นส่วนใต้ท้องรถเสียหาย

 

ไม่ควรหยุดหรือจอดกลางน้ำ

     หากรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมแล้วต้องหยุดกลางน้ำเป็นเวลานาน ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น เพราะน้ำอาจค่อย ๆ ซึมเข้าสู่จุดต่าง ๆ ของรถ

 

หลังพ้นน้ำให้ทดสอบเบรกเบา ๆ

     เมื่อขับพ้นน้ำแล้ว ควรแตะเบรกเบา ๆ หลายครั้งเพื่อช่วยไล่น้ำออกจากจานเบรกและผ้าเบรก พร้อมสังเกตอาการรถว่ามีเสียงผิดปกติ ไฟเตือน หรือกลิ่นแปลก ๆ หรือไม่

วิธีขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย

สิ่งที่ห้ามทำเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเจอน้ำท่วม

     การดูแลรถหลังจากรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วมสำคัญมาก เพราะบางครั้งรถอาจยังขับได้ตามปกติในช่วงแรก แต่ความเสียหายอาจค่อย ๆ แสดงอาการภายหลัง

 

  • ห้ามเสียบชาร์จทันที : หากรถเพิ่งผ่านน้ำท่วม หรือจอดในพื้นที่น้ำขัง ไม่ควรเสียบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทันที ควรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าช่องชาร์จ สายชาร์จ และบริเวณรอบรถแห้งสนิท ไม่มีน้ำหรือความชื้นสะสม
  • ห้ามเปิดระบบไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน : หากสงสัยว่าน้ำเข้ารถ ไม่ควรเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน เช่น เบาะไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ระบบแอร์ หรือระบบความบันเทิง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่ม
  • ห้ามฝืนขับต่อเมื่อมีไฟเตือน : ถ้ามีไฟเตือนแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบชาร์จ หรือระบบความปลอดภัยขึ้นหลังจากรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ควรหยุดใช้รถทันที และติดต่อศูนย์บริการหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • ห้ามจอดรถทิ้งไว้โดยไม่ตรวจสอบ : หากรถผ่านน้ำท่วมมาแล้ว ควรตรวจสอบใต้ท้องรถ เบรก ยาง ห้องโดยสาร และกลิ่นภายในรถ หากมีความชื้นหรือกลิ่นอับ ควรรีบแก้ไขก่อนเกิดเชื้อราและความเสียหายระยะยาว

 

หลังรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ต้องเช็คอะไรบ้าง

     หลังจากใช้รถยนต์ไฟฟ้าขับลุยน้ำท่วม ไม่ควรคิดว่าขับผ่านมาได้แล้วก็จบ เพราะความเสียหายบางอย่างอาจไม่แสดงอาการทันที แต่เกิดขึ้นภายหลังจากความชื้น การกัดกร่อน หรือคราบสกปรกที่สะสมอยู่ในจุดต่าง ๆ ดังนี้

 

เช็คไฟเตือนบนหน้าปัด

     หากมีสัญลักษณ์เตือนระบบแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรก หรือระบบไฟฟ้า ควรหยุดใช้รถและติดต่อศูนย์บริการทันที

 

เช็คเสียงและอาการผิดปกติ

     หลังลุยน้ำ ถ้ารถมีเสียงดังผิดปกติจากช่วงล่าง มอเตอร์ เบรก หรือมีอาการสั่น กระตุก เร่งไม่ขึ้น ควรนำรถเข้าตรวจสอบ

 

เช็คกลิ่นไหม้หรือกลิ่นอับ

     กลิ่นไหม้อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ส่วนกลิ่นอับอาจเกิดจากน้ำเข้าพรม เบาะ หรือวัสดุซับเสียงภายในรถ หากปล่อยไว้จะเสี่ยงเชื้อราและกลิ่นเหม็นสะสม

 

เช็คระบบเบรก

     น้ำอาจทำให้ประสิทธิภาพเบรกลดลงชั่วคราว ควรขับช้า ๆ และแตะเบรกเบา ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก แต่หากเบรกมีเสียงดัง เบรกสั่น หรือเบรกไม่มั่นใจ ควรเข้าศูนย์ทันที

 

เช็คช่องชาร์จและสายชาร์จ

     หากรถลุยน้ำท่วมสูง ควรตรวจสอบช่องชาร์จว่ามีน้ำหรือความชื้นหรือไม่ ไม่ควรเสียบชาร์จหากยังไม่มั่นใจ เพราะความชื้นในช่องชาร์จอาจทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องได้

หลังรถยนต์ไฟฟ้า ขับลุยน้ำท่วม ต้องเช็คอะไรบ้าง

     ดังนั้นผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหากเจอน้ำท่วม สิ่งที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง ไม่ฝืนลุยน้ำลึก และหลังขับผ่านน้ำท่วมควรตรวจเช็กอาการรถทันที หากรถถูกน้ำท่วมหนักหรือแช่น้ำนาน ควรติดต่อศูนย์บริการและบริษัทประกันก่อนใช้งานหรือชาร์จไฟ

 

     อีกสิ่งสำหรับเจ้าของรถ EV การมีประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มครองน้ำท่วมและแบตเตอรี่ จะช่วยให้ขับขี่สบายใจขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่สถานการณ์น้ำท่วมอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากสนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า กับพีหมี หรือโทรปรึกษาเรื่องประกันภัยได้ที่ 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

article created at icon26/06/69

3,396 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2270 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง