เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่เจ้าของรถหลายคนเริ่มเจอปัญหา แอร์รถมีกลิ่นอับ เปิดแอร์ทีไรก็มีกลิ่นชื้น ๆ เหม็นอับ หรือมีกลิ่นคล้ายผ้าเปียกค้างคืน ทำให้การขับรถไม่สดชื่น โดยเฉพาะเวลาฝนตก รถปิดกระจกแน่น และต้องเปิดแอร์นาน ๆ ปัญหานี้จึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปรู้จัก วิธีลดกลิ่นอับแอร์รถยนต์ในช่วงหน้าฝน แบบง่าย ๆ ที่ทำเองได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อนกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่รถยนต์เจอกับความชื้นมากกว่าปกติ ทั้งจากฝนที่ตกบ่อย น้ำที่ติดรองเท้าเข้ามาในรถ พรมรถที่เปียกชื้น รวมถึงอากาศภายนอกที่มีความชื้นสูง สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แอร์รถมีกลิ่นอับ ได้ง่าย โดยเฉพาะรถที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร หรือไม่ได้เปลี่ยนกรองแอร์เป็นเวลานาน
สาเหตุหลักที่ทำให้แอร์รถมีกลิ่นอับนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ถ้าแก้ไม่ตรงจุด กลิ่นอาจหายแค่ชั่วคราว แล้วกลับมาเหม็นอีก โดยปัญหาแอร์รถยนต์มีกลิ่นอับเกิดได้จากดังนี้
คอยล์เย็นเป็นจุดที่อากาศผ่านเพื่อให้เกิดความเย็น เมื่อเปิดแอร์นาน ๆ จะเกิดความชื้นหรือหยดน้ำเกาะบริเวณนี้ หากดับเครื่องทันทีโดยไม่ไล่ความชื้น ความชื้นอาจค้างอยู่ในระบบแอร์ และทำให้เกิดกลิ่นอับได้ ปัญหานี้พบได้บ่อยในช่วงฝนตก เพราะอากาศภายนอกมีความชื้นสูงอยู่แล้ว เมื่อระบบแอร์ทำงานหนักขึ้น โอกาสที่ความชื้นจะสะสมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ไส้กรองแอร์ทำหน้าที่กรองฝุ่น ละออง เกสร และสิ่งสกปรกก่อนที่อากาศจะไหลเข้าสู่ห้องโดยสาร หากใช้รถเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนไส้กรอง สิ่งสกปรกจะสะสมมากขึ้น และกลายเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ แอร์รถมีกลิ่นอับ
เมื่อแอร์ทำงาน จะมีน้ำที่เกิดจากการควบแน่นไหลออกทางท่อระบายน้ำแอร์ หากท่อนี้อุดตัน น้ำอาจค้างอยู่ในระบบ ทำให้เกิดความชื้นสะสมมากผิดปกติ และกลายเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ หากสังเกตว่าพื้นรถเปียก มีกลิ่นชื้นแรง หรือแอร์มีกลิ่นเหม็นอับมากกว่าปกติ อาจต้องให้ช่างตรวจสอบท่อระบายน้ำแอร์ เพราะเป็นจุดที่เจ้าของรถอาจตรวจเองได้ยาก
บางครั้งปัญหา แอร์รถมีกลิ่นอับ ไม่ได้มาจากระบบแอร์โดยตรง แต่มาจากความชื้นในห้องโดยสาร เช่น พรมเปียก ร่มเปียก เสื้อกันฝน ผ้าขนหนู รองเท้า หรือเศษอาหารที่ทิ้งไว้ในรถ เมื่อเปิดแอร์ กลิ่นเหล่านี้จะหมุนเวียนอยู่ในห้องโดยสาร ทำให้รู้สึกเหมือนแอร์มีกลิ่น ทั้งที่จริงแล้วกลิ่นอาจมาจากภายในรถ
ช่องแอร์เป็นจุดที่ฝุ่นเกาะได้ง่าย หากไม่เคยทำความสะอาด ฝุ่นและความชื้นอาจรวมตัวกันจนเกิดกลิ่นอับ เมื่อเปิดแอร์แรง ๆ กลิ่นจะกระจายออกมาชัดเจนขึ้น ทำให้รู้สึกว่า แอร์รถมีกลิ่นอับ ทุกครั้งที่เริ่มเปิดแอร์

แอร์รถยนต์มีกลิ่นอับ ในช่วงหน้าฝน สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ช่วยให้กลิ่นในรถดีขึ้นได้จริง หากทำเป็นประจำ และเหมาะกับคนที่อยากดูแลรถเบื้องต้นก่อนนำรถเข้าศูนย์หรืออู่

หนึ่งในวิธีลดกลิ่นอับแอร์รถยนต์ในช่วงหน้าฝน ที่ง่ายมาก คือก่อนถึงจุดหมายประมาณ 3-5 นาที ให้ปิดปุ่ม A/C แต่ยังเปิดพัดลมแอร์ไว้ เพื่อให้ลมช่วยเป่าความชื้นที่ค้างอยู่บริเวณคอยล์เย็น วิธีนี้ช่วยให้คอยล์เย็นแห้งขึ้น ลดโอกาสเกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสม เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้รถทุกวัน โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือช่วงที่อากาศชื้นมาก
แผ่นกรองแอร์ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในรถ เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ฝุ่นเหล่านั้นจะอุ้มความชื้นเอาไว้จนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี หากคุณรู้สึกว่า แอร์รถมีกลิ่นอับ ลองแกะลิ้นชักหน้ารถออกมาเช็คกรองแอร์ดู หากพบว่าดำหรือชื้นมาก ควรเปลี่ยนใหม่ทันที โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก ๆ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร
วันไหนที่มีแดดออกหรือฟ้าเปิด ถือเป็นโอกาสทองในการจัดการปัญหา แอร์รถมีกลิ่นอับ ให้คุณนำรถไปจอดตากแดดจัด ๆ จากนั้นทำการเปิดประตูและกระจกทิ้งไว้ทุกบานประมาณ 1-2 ชั่วโมง ความร้อนจากแสงแดดและรังสี UV จะช่วยฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย พร้อมทั้งขับไล่ความชื้นที่ฝังอยู่ในเบาะผ้าและพรมให้ระเหยออกไป เป็นอีกหนึ่ง วิธีลดกลิ่นอับแอร์รถยนต์ในช่วงหน้าฝน ที่ได้ผลดีเยี่ยมและไม่มีค่าใช้จ่าย
ในช่วงหน้าฝนหลายคนมักวางร่มเปียก เสื้อกันฝน หรือรองเท้าเปียกไว้ในรถโดยไม่ทันคิด แต่ของเหล่านี้เป็นแหล่งเพิ่มความชื้นชั้นดี และอาจทำให้ แอร์รถมีกลิ่นอับ ได้ง่ายขึ้น หลังใช้งานรถ ควรนำของเปียกออกจากรถทันที หรือใส่ถุงกันน้ำแยกไว้ หากพรมเปียกควรรีบซับน้ำและผึ่งให้แห้ง อย่าปล่อยให้แห้งเองในรถ เพราะความชื้นจะสะสมและทำให้กลิ่นอับติดนาน
ตัวดูดความชื้น เช่น ถ่านไม้ไผ่ ซิลิกาเจล หรือกล่องดูดความชื้นสำหรับรถยนต์ สามารถช่วยลดความชื้นภายในห้องโดยสารได้ เหมาะกับช่วงหน้าฝนที่อากาศชื้นตลอดวัน ควรวางไว้ในจุดที่ไม่รบกวนการขับขี่ เช่น ใต้เบาะ หรือบริเวณที่ไม่กลิ้งไปมา และควรเปลี่ยนหรือทำให้แห้งตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
พรมรถเป็นจุดที่สะสมความชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่รองเท้ามักเปียกก่อนขึ้นรถ ควรทำความสะอาดพรมรถ ล้างและตากแดดเป็นระยะ หากเป็นพรมผ้า ควรตรวจดูว่ามีความชื้นฝังอยู่หรือไม่ ส่วนเบาะผ้าควรหลีกเลี่ยงการนั่งด้วยเสื้อผ้าเปียก เพราะความชื้นอาจซึมเข้าเบาะและทำให้เกิดกลิ่นติดทนนาน ส่งผลให้เบาะรถยนต์เหม็นอับช่วงหน้าฝนได้เช่นกัน

วิธีป้องกันกลิ่นอับแอร์รถยนต์เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้กลับมาเป็นซ้ำอีก เพราะถ้าดูแลสม่ำเสมอ จะช่วยให้รถหอมสะอาดและระบบแอร์ทำงานได้ดีขึ้น โดยมีวิธีป้องกันง่ายๆ ดังนี้
หลังเจอฝนควรเช็คว่าพรมรถ เบาะรถ และพื้นรถมีความชื้นหรือไม่ หากพบว่าพรมเปียกหรือมีน้ำขัง ควรรีบเช็ดและตากให้แห้ง อย่าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะความชื้นจะสะสมและทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย
ควรดูดฝุ่นภายในรถอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากใช้งานรถทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นรถ ใต้เบาะ ช่องเก็บของ และท้ายรถ เพราะเป็นจุดที่มักมีฝุ่น เศษอาหาร หรือสิ่งสกปรกสะสม
แม้รถจะยังแอร์เย็นดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าระบบแอร์สะอาดเสมอไป ควรตรวจเช็กกรองแอร์และระบบแอร์ตามระยะ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและเชื้อรา หากพบว่ากรองแอร์ดำ มีกลิ่น หรืออุดตัน ควรเปลี่ยนทันที
หากต้องจอดรถนาน ๆ ควรเลือกจอดในที่ที่อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น และไม่เสี่ยงน้ำขัง เพราะสภาพแวดล้อมที่ชื้นจะทำให้กลิ่นอับเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ถ้าจอดในที่ร่มหรืออาคารเป็นประจำ ควรหาโอกาสเปิดรถระบายอากาศบ้าง เพื่อให้ความชื้นภายในรถลดลง

การดูแลแอร์รถให้สะอาดในช่วงหน้าฝน ไม่เพียงช่วยให้รถหอมสดชื่น แต่ยังช่วยให้ขับรถสบายขึ้น ลดความอับชื้น และทำให้ทุกการเดินทางน่าใช้งานมากกว่าเดิม หากแอร์รถมีกลิ่นอับเล็กน้อย วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้กลิ่นลดลงได้ แต่ถ้ากลิ่นแรง กลิ่นกลับมาบ่อย พื้นรถเปียก ลมแอร์เบา หรือแอร์ไม่เย็น ควรนำรถเข้าศูนย์หรืออู่เพื่อตรวจระบบแอร์อย่างละเอียด
สิ่งสำคัญในการขับรถช่วงหน้าฝนคือ เช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง และขับรถด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติไม่คาดฝัน รวมถึงการทำประกันรถยนต์ไว้ หากสนใจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
962 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2250 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
