เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ปัญหา รถสตาร์ทไม่ติด ถือเป็นฝันร้ายของคนใช้รถ โดยเฉพาะในเวลาที่รีบเร่งหรือต้องออกเดินทางไกล หลายคนมักตกใจและทำอะไรไม่ถูกเมื่อบิดกุญแจหรือกดปุ่ม Push Start แล้วเครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท หรือบางกรณี รถยนต์สตาร์ทไม่ติดแต่มีไฟ หน้าปัดโชว์ค้างไว้ ซึ่งอาการเหล่านี้มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป วันนี้พี่หมี TQM จะพามาหาสาเหตุรถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้น มาฝากกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
เมื่อเผชิญกับอาการ รถสตาร์ทไม่ติด สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการตั้งสติและสังเกต "เสียง" และ "สัญญาณไฟ" เพราะอาการที่แสดงออกมาจะบอกใบ้ถึงตัวการที่ทำให้รถมีปัญหา โดยแบ่งออกเป็น 4 สาเหตุหลักดังนี้
ปัญหารถยนต์สตาร์ไม่ติดสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่เกิน 1.5 - 2 ปี อาการที่สังเกตได้คือ เมื่อสตาร์ทจะมีเสียง "แชะๆ" รัวๆ หรือเสียงเครื่องยนต์หมุนช้ามาก (เสียงลากยาว) ไฟหน้าปัดจะวูบลงตามจังหวะที่สตาร์ท
ไดชาร์จทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขณะเครื่องยนต์ทำงาน หากไดชาร์จเสื่อม หรือไดชาร์จเสีย รถจะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้จนหมด ทำให้ รถสตาร์ทไม่ติด ในครั้งถัดไป หรืออาจจะดับไปเฉยๆ ขณะขับขี่
หากคุณพบอาการ รถยนต์สตาร์ทไม่ติดแต่มีไฟ เต็มระบบ เช่น ไฟหน้าจอสว่างโร่ แตรดังสนิท แต่พอจะสตาร์ทกลับไม่มีเสียงเครื่องยนต์ขยับเลย หรือมีเสียง "กึก" เพียงครั้งเดียวแล้วเงียบไป นั่นเป็นสัญญาณว่ามอเตอร์สตาร์ทหรือไดสตาร์ทมีปัญหา
ในกรณีที่ไดสตาร์ททำงานปกติ เครื่องยนต์หมุน "ฉึ่ดๆๆ" อย่างแรงแต่ไม่ยอมติด สาเหตุอาจมาจากปั๊มติ๊ก (ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง) ไม่ทำงาน น้ำมันหมด หรือหัวเทียน/คอยล์จุดระเบิดบกพร่อง

หลายคนมักสับสนเมื่อพบว่าระบบไฟฟ้าในรถยังทำงานปกติ ไฟส่องสว่างติดชัด แต่เครื่องยนต์กลับไม่ยอมทำงาน อาการ รถยนต์สตาร์ทไม่ติดแต่มีไฟ นี้สามารถจำแนกสาเหตุได้ดังนี้
หากคุณพยายามสตาร์ทแล้วเครื่องยนต์มีเสียงหมุน "ฉึกๆๆ" อย่างต่อเนื่องแต่ไม่ยอมจุดระเบิดติดเครื่อง สาเหตุอาจมาจาก ปั๊มติ๊กเสีย ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำมันจากถังไปยังห้องเผาไหม้ได้
สำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน หากหัวเทียนรถยนต์บอดหรือคอยล์จุดระเบิดเสื่อมสภาพ จะทำให้ไม่มีประกายไฟไปจุดระเบิดในกระบอกสูบ ส่งผลให้ รถยนต์สตาร์ทไม่ติดแต่มีไฟ เลี้ยงระบบอยู่เช่นเดิม
รถยนต์รุ่นใหม่มักมีระบบกุญแจฝังชิป หากชิปในกุญแจเสียหายหรือตัวรับสัญญาณที่คอพวงมาลัยมีปัญหา ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ทันทีเพื่อป้องกันการโจรกรรม

ในกรณีที่เราจอดรถทิ้งไว้นานๆ แล้วทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด นั่นก็เพราะแบตเตอรี่มีการคายประจุไฟฟ้าตลอดเวลาแม้ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างในรถยังคงกินไฟเล็กน้อย การจอดทิ้งไว้เกิน 2 สัปดาห์โดยไม่สตาร์ทเลย มักจะทำให้ไฟหมดหม้อได้ แนะนำให้สตาร์ทรถทิ้งไว้ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
เมื่อเกิดเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติด ลองทำตามขั้นตอนการแก้ไขง่ายๆ เหล่านี้ที่อาจช่วยให้คุณไปต่อได้

การดูแลรักษาเชิงป้องกันจะช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหา รถสตาร์ทไม่ติด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถป้องกันได้ดังนี้
หากลองพ่วงแบตเตอรี่แล้วยังสตาร์ทไม่ติด นั่นอาจเป็นเพราะเกิดจากสายพ่วงคุณภาพต่ำนำกระแสไฟได้ไม่ดีพอ หรือปัญหานั้นไม่ได้มาจากแบตเตอรี่ แต่อาจมาจากไดสตาร์ทหรือระบบจุดระเบิดที่พังถาว
แบตเตอรี่รถยนต์ปกติแล้วควรเปลี่ยนทุกๆ 1.5 - 2 ปี หรือหากเป็นแบตเตอรี่แห้งเกรดพรีเมียมอาจอยู่ได้ถึง 3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและประเภทของแบตเตอรี่
อาการ รถสตาร์ทไม่ติด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากเราเข้าใจสาเหตุ ส่วนใหญ่กว่า 80% มักมาจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หากคุณลองตรวจสอบตามวิธีเบื้องต้นแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา รถสตาร์ทไม่ติด ได้ แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ที่แม่นยำต่อไป เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของเครื่องยนต์
นอกจากนี้แล้วอย่าลืมที่จะทำประกันรถยนต์ ไว้ช่วยคุ้มครองทั้งรถและคุณจากเหตุไม่คาดฝัน หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
1,879 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2165 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
