เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ในช่วงอากาศร้อนจัดของประเทศไทย หลายคนอาจโฟกัสแค่การดื่มน้ำหรือหลบแดด แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “สีของเสื้อผ้า” ที่เราใส่ในแต่ละวัน ความจริงแล้ว สีเสื้อผ้ามีผลต่อการดูดซับความร้อนโดยตรง หากเลือกผิด อาจทำให้ร่างกายสะสมความร้อนเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อฮีทสโตรกโดยไม่รู้ตัว วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเลือกสีเสื้อผ้า ว่าควรเลี่ยงสีไหน สีไหนช่วยลดร้อน และควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้ลดร้อนได้ ไม่เสี่ยงฮีทสโตรก
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
สีเสื้อผ้ามีผลต่อความร้อนในร่างกายเพราะสีมีคุณสมบัติในการดูดซับและสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ต่างกัน โดยสีเข้ม (เช่น ดำ, น้ำเงินเข้ม) จะดูดซับความร้อนได้มาก จึงทำให้อุณหภูมิสูงและรู้สึกร้อนกว่า ส่วนสีอ่อน (เช่น ขาว, เหลือง) จะช่วยสะท้อนแสงออกไป ทำให้ดูดความร้อนได้น้อยกว่าและรู้สึกเย็นสบายกว่า
การเลือกสีผิด โดยเฉพาะในวันที่ต้องอยู่กลางแดด อาจทำให้ร่างกายร้อนเร็วกว่าปกติ และเสี่ยงต่อฮีทสโตรกมากขึ้น
สีดำเป็นสีที่ดูดซับความร้อนมากที่สุด เมื่ออยู่กลางแดด เสื้อผ้าสีดำจะสะสมความร้อนและถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว แม้จะดูเท่หรือใส่แล้วผอม แต่ในสภาพอากาศร้อนจัด สีดำถือเป็นตัวเลือกที่ควรเลี่ยง โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้ง
แม้จะไม่ร้อนเท่าสีดำ แต่สีเข้มในโทนนี้ก็ยังดูดซับความร้อนได้มากกว่าสีอ่อน หากต้องทำงานกลางแดดหรืออยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน สีโทนเข้มเหล่านี้จะทำให้รู้สึกร้อน อึดอัด และเหนื่อยง่ายขึ้น
สีแดง โดยเฉพาะโทนเข้ม สามารถดูดซับความร้อนได้ในระดับสูง ทำให้ร่างกายสะสมความร้อนได้มากขึ้น นอกจากนี้ สีแดงยังทำให้รู้สึก “ร้อนทางสายตา” เพิ่มความรู้สึกอบอ้าวโดยไม่รู้ตัว

หากอยากลดความเสี่ยงฮีทสโตรก การเลือกสีที่เหมาะสมสามารถช่วยได้มาก เพราะสีของเสื้อผ้ามีผลโดยตรงต่อการดูดซับและสะท้อนความร้อนจากแสงแดด หากเลือกสีที่สะท้อนแสงได้ดี ร่างกายจะสะสมความร้อนน้อยลง ทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น แม้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
สีขาวเป็นสีที่สะท้อนแสงได้ดีที่สุด จึงช่วยลดการสะสมความร้อนในร่างกาย เหมาะมากสำหรับการใส่ในวันที่ต้องออกแดด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
สีโทนอ่อน เช่น ครีม เบจ หรือพาสเทล จะสะท้อนแสงได้ดีใกล้เคียงกับสีขาว แต่ดูมีสไตล์มากกว่า ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้น และไม่อับชื้นง่าย
สีฟ้าอ่อนและสีพาสเทลอื่น ๆ ไม่เพียงช่วยสะท้อนความร้อน แต่ยังให้ความรู้สึกสบายตา เหมาะสำหรับการใส่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน

การเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศร้อนสามารถช่วยลดความร้อนได้จริง เพราะเนื้อผ้ามีผลโดยตรงต่อการระบายอากาศ การซับเหงื่อ และการสะสมความร้อนของร่างกาย ผ้าที่ระบายอากาศดี เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน จะช่วยให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก เหงื่อสามารถระเหยออกจากผิวได้เร็ว ทำให้ร่างกายเย็นลงตามธรรมชาติ ในขณะที่ผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าหนา มักกักเก็บความร้อนและความชื้น ทำให้รู้สึกร้อน อับ และเหนื่อยง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อร่างกายระบายความร้อนได้ดี จะช่วยลดภาระการทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้ไม่ต้องขับเหงื่อมากเกินไป และลดโอกาสเกิดอาการจากความร้อนสะสม เช่น เวียนหัว อ่อนเพลีย หรือเสี่ยงฮีทสโตรก
นอกจากสีของเสื้อผ้าแล้ว “เนื้อผ้า” ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความร้อนในร่างกายโดยตรง หากเลือกผ้าที่ระบายอากาศดี จะช่วยลดการสะสมความร้อนและลดความเสี่ยงฮีทสโตรกได้
ผ้าฝ้ายเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดในหน้าร้อน เพราะมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ซับเหงื่อได้ และไม่ทำให้รู้สึกอับชื้น เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมกลางแจ้ง
ผ้าลินินมีความโปร่ง เบา และช่วยให้อากาศไหลผ่านได้ดี ทำให้รู้สึกเย็นสบายแม้อยู่ในอากาศร้อน เหมาะกับวันที่ต้องออกแดดหรือเดินทางนาน ๆ
ผ้าที่ทำจากใยธรรมชาติ เช่น เรยอน หรือผ้าผสมฝ้าย จะช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์ ทำให้ใส่แล้วไม่เหนียวตัว และลดการสะสมเหงื่อ
สำหรับคนที่ต้องออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผ้าแบบระบายเหงื่อจะช่วยดึงความชื้นออกจากผิว ทำให้แห้งเร็วและลดความอับชื้น

ในช่วงอากาศร้อนจัด การเลือกผ้าไม่เหมาะสมอาจทำให้ร่างกายสะสมความร้อนมากขึ้น เหงื่อระบายออกยาก และเพิ่มความเสี่ยงฮีทสโตรกโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผ้าบางประเภทที่กักเก็บความร้อนและอับชื้นง่าย
ผ้าโพลีเอสเตอร์เป็นผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ ทำให้เหงื่อระเหยได้ยาก ใส่แล้วมักรู้สึกร้อน อับ และเหนียวตัว ยิ่งอยู่กลางแดดนานจะยิ่งสะสมความร้อน
ผ้าไนลอนมีลักษณะคล้ายโพลีเอสเตอร์ คือระบายอากาศไม่ดี และกักเก็บความร้อน ทำให้ผิวหนังร้อนเร็ว เหมาะกับการใช้งานบางประเภท แต่ไม่เหมาะกับการใส่ในหน้าร้อนจัด
ผ้ายีนส์และผ้าที่มีความหนา จะกักเก็บความร้อนและทำให้อากาศไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก ใส่แล้วจะรู้สึกร้อน อึดอัด และเหนื่อยง่าย
แม้เนื้อผ้าจะบาง แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าที่รัดแน่น จะทำให้อากาศไม่สามารถไหลผ่านได้ ส่งผลให้เหงื่อสะสม และเพิ่มความอับชื้น ทำให้ร่างกายร้อนเร็วขึ้น
เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสี UV หรือแสงแดด สามารถช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ร่างกายได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับผ้าที่ระบายอากาศดี จะช่วยลดความร้อนสะสมได้มากกว่าการใส่เสื้อผ้าทั่วไป
ใส่หลายชั้นอาจทำให้ร้อนขึ้นได้ แต่หากเลือกผ้าบางและระบายอากาศดี ชั้นนอกสามารถช่วยกันแดดและลดความร้อนที่กระทบผิวโดยตรงได้ ซึ่งในบางกรณีกลับช่วยให้ร้อนน้อยลงกว่าการใส่เสื้อบางตัวเดียว
เมื่ออยู่ในที่ร่ม ยังควรเลือกเสื้อผ้าสีอ่อน เพราะแม้จะไม่โดนแดดโดยตรง แต่อุณหภูมิรอบตัวและความอับอากาศยังส่งผลต่อร่างกาย สีอ่อนและผ้าระบายอากาศดีจะช่วยให้รู้สึกสบายตัวมากกว่าในพื้นที่ที่ร้อนหรือไม่มีลม
การเลือกเสื้อผ้าในช่วงหน้าร้อนไม่ใช่แค่เรื่องของสไตล์ แต่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ทั้งสี เนื้อผ้า และความโปร่งของเสื้อผ้า ล้วนมีผลต่อการสะสมความร้อนในร่างกาย หากเลือกสีอ่อน ผ้าระบายอากาศดี และหลีกเลี่ยงผ้าที่กักความร้อน ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดฮีทสโตรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดขึ้นในทุกปี การเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน หรือการวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการลองเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ เปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองหลายบริษัท เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคุณ หรือปรึกษาเรื่องประกันภัย โทร 1737 พี่หมียินดีให้บริการครับ
268 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2204 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
