โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ต่างจากสายพันธุ์เดิมยังไง อันตรายไหม
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon27/03/69

738 ครั้ง

โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ต่างจากสายพันธุ์เดิมยังไง อันตรายไหม

     ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ดูเหมือนจะปรับตัวอยู่ร่วมกับไวรัสได้แล้ว ล่าสุดวงการสาธารณสุขกลับมาตื่นตัวอีกครั้งกับการปรากฏตัวของ โควิดสายพันธุ์ใหม่ ที่มีรหัสพันธุกรรมน่าสนใจอย่าง โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ จากสายพันธุ์ Omicron (BA.3) ที่เคยระบาดก่อนหน้านี้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปเจาะลึกกันว่าโควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 คืออะไร ต่างจากสายพันธุ์เดิมยังไง ระบาดไปแล้วกี่ประเทศ และเช็คอาการที่ต้องระวัง


Key Takeaway

 

  • Cicada BA.3.2 คือ โควิดสายพันธุ์ใหม่ ที่แตกแขนงมาจากสายพันธุ์ Omicron (BA.3) ซึ่งเคยระบาดเมื่อช่วงต้นปี 2022 แต่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมการกลายพันธุ์ที่สูงมาก
  • พบจุดกลายพันธุ์บนโปรตีนหนาม (Spike Protein) มากถึง 70-75 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าสายพันธุ์ JN.1 ถึง 2 เท่า ส่งผลให้มีความสามารถในการ หลบภูมิคุ้มกัน ได้ดีเยี่ยม
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้ามอง โดยพบการระบาดแล้วในอย่างน้อย 23 ประเทศทั่วโลก 
  • อาการเด่นที่แตกต่างจากเดิมคือ อาการเจ็บคออย่างรุนแรง (เหมือนมีใบมีดบาด) แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตมากกว่าเดิม

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 คืออะไร

     Cicada BA.3.2 คือสายพันธุ์ย่อยของไวรัส SARS-CoV-2 ในตระกูล Omicron ที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากลักษณะการเกิดของมัน นักวิจัยตั้งฉายาให้มันว่า "Cicada" หรือจักจั่น เพราะพฤติกรรมของมันที่คล้ายกับแมลงชนิดนี้ คือการซุ่มตัวเงียบหรือหยุดการระบาดไปนาน แล้วจู่ๆ ก็โผล่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งพร้อมการกลายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

     สายพันธุ์นี้ถูกตรวจพบครั้งแรกที่แอฟริกาใต้ในช่วงปลายปี 2024 และเริ่มเห็นสัญญาณการแพร่ระบาดที่ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี 2025 จนถึงต้นปี 2026 นี้ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม (Variant Under Monitoring - VUM)

โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2

โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ต่างกับสายพันธุ์เดิมยังไง

     ความแตกต่างที่ทำให้ โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ตัวนี้กลายเป็นที่จับตามองขององค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) มีประเด็นหลักๆ ดังนี้

 

การกลายพันธุ์ที่รุนแรงกว่าเดิม

     นักวิจัยพบว่า Cicada BA.3.2 มีการกลายพันธุ์ในส่วนของโปรตีนหนาม (Spike Protein) มากถึง 70-75 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ต้นแบบ หรือแม้แต่สายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้าอย่างโควิดสายพันธุ์ JN.1 และ XFG การกลายพันธุ์ที่มากมายขนาดนี้เปรียบเสมือนการ "เปลี่ยนชุดเกราะ" ใหม่ ทำให้ร่างกายจำหน้าตาของไวรัสไม่ได้

 

ประสิทธิภาพในการหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

     ด้วยจำนวนการกลายพันธุ์ที่สูงมาก ทำให้ โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 มีคุณสมบัติในการหลบภูมิคุ้มกัน (Immune Evasion) ที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนรุ่นเก่า หรือภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจากการเคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นมาก่อน ก็อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ได้เต็มร้อย

 

อัตราการแพร่เชื้อและความสามารถในการจับเซลล์

     แม้ผลแล็บจะชี้ว่า Cicada BA.3.2 อาจมีความสามารถในการเข้าสู่เซลล์ปอดได้น้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา (Delta) แต่ในแง่ของการแพร่กระจายในชุมชน มันกลับทำได้ดีในแถบยุโรป โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น ซึ่งเชื้อสามารถมีชีวิตรอดและแพร่กระจายผ่านละอองฝอยได้ดีขึ้น

 

โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ระบาดแล้วกี่ประเทศ

     จากการรายงานล่าสุดของหน่วยงานเฝ้าระวังพันธุกรรมไวรัสโลก ข้อมูลระบุว่า โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ได้แพร่กระจายไปแล้วอย่างน้อย 23 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูล ณ มีนาคม 2026) โดยมีรายละเอียดพื้นที่ระบาดสำคัญดังนี้

 

  • สหรัฐอเมริกา : พบการปนเปื้อนในน้ำเสียแล้วกว่า 29 รัฐ และมีรายงานผู้ติดเชื้อในคลินิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ทวีปยุโรป: เป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนการระบาดสูงสุดในขณะนี้ โดยเฉพาะใน เยอรมนี เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพบว่า Cicada BA.3.2 ครองสัดส่วนผู้ติดเชื้อสูงถึง 30% ของผู้ป่วยโควิดทั้งหมด
  • ภูมิภาคอื่นๆ : มีรายงานการตรวจพบในประเทศญี่ปุ่น, แอฟริกาใต้ (จุดที่คาดว่าพบเคสแรก), ออสเตรเลีย

 

สถานการณ์โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ในไทย

     ขณะที่สถานการณ์โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ในไทยตอนนี้ยังไม่พบการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่นี้ แต่ควรเฝ้าระวังการกลายพันธุ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น การสวมหน้ากากในที่แออัดและการล้างมือบ่อยๆ

โควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada BA.3.2 ในไทย

อาการของโควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ที่ต้องเฝ้าระวัง

     สำหรับอาการของ โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 นั้น ส่วนใหญ่ยังคงคล้ายคลึงกับโควิดสายพันธุ์ Omicron อื่นๆ แต่มีความโดดเด่นในเรื่องของอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน ดังนี้

 

  • อาการเจ็บคออย่างรุนแรง 
  • มีน้ำมูกไหลและจามบ่อยครั้ง
  • มีไข้ต่ำถึงไข้สูงในบางราย
  • อาการอ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • บางรายอาจพบอาการคลื่นไส้ หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย
  • อาการเด่นที่พบมากขึ้น : มีเหงื่อออกตอนกลางคืน และบางรายมีอาการผื่นทางผิวหนังร่วมด้วย

 

วิธีการป้องกันและรับมือกับ โควิดสายพันธุ์ใหม่

     ถึงแม้ว่า Cicada BA.3.2 จะดูน่ากังวลในแง่ของการกลายพันธุ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงยืนยันว่ามาตรการป้องกันพื้นฐานยังคงใช้ได้ผล

 

  • การสวมหน้ากากอนามัย : โดยเฉพาะหน้ากากคุณภาพสูง (N95 หรือ KN95) เมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรือระบบขนส่งสาธารณะที่มีคนหนาแน่น
  • การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น : แม้ไวรัสจะหลบภูมิได้ดีขึ้น แต่การรับวัคซีนสูตรล่าสุดยังคงช่วยลดความเสี่ยงจากการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้
  • การตรวจ ATK เมื่อมีอาการ : หากมีอาการเจ็บคอรุนแรงหรือไข้ต่ำๆ ควรตรวจคัดกรองเบื้องต้นทันที
  • การระบายอากาศ: การอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกช่วยลดความเข้มข้นของละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสได้มาก

วิธีการป้องกันและรับมือกับ โควิดสายพันธุ์ใหม่

คำถามที่พบบ่อย

วัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ยังป้องกันโควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ได้หรือไม่?

วัคซีนรุ่นปัจจุบันอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อลดลงเนื่องจากการกลายพันธุ์ที่สูง แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ายังสามารถป้องกัน "อาการรุนแรง" และการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ดี

 

โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 มีความรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นอาการที่รักษาตามอาการได้ แต่เพียงเป็นสายพันธุ์แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดิม

 


     การมาถึงของ โควิดสายพันธุ์ Cicada BA.3.2 ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าไวรัสยังคงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงมีประโยชน์ในการช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ นอกจากนี้การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดและการล้างมือบ่อย ๆ ยังคงเป็นมาตรการป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับทุก โควิดสายพันธุ์ใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคตได้นั้นเอง

 

     อีกสิ่งที่ช่วยเป็นเกราะป้องกันด้านสุขภาพ คือการมีประกันสุขภาพ ไว้คอยดูแล คุ้มครองค่ารักษาตั้งเจ็บป่วยไข้หวัดธรรมดา หรือป่วยเพราะโควิด รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั้ง ค่าห้อง ค่ายา หากสนใจสามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ได้หรือสนใจปรึกษาแผนประกันที่เหมาะกับคุณได้โทร 1737 พี่หมียินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ

article created at icon27/03/69

738 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2207 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง