Sleep Test คืออะไร เบิกประกันสังคมได้ไหม ตรวจอะไรบ้าง
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon10/02/69

82,471 ครั้ง

Sleep Test คืออะไร เบิกประกันสังคมได้ไหม ตรวจอะไรบ้าง

     บางคนอาจจะเคยมีปัญหาการนอนหลับไม่สนิทหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หนึ่งในวิธีการวินิจฉัยและรักษาปัญหาดังกล่าวนี้คือ การตรวจการนอนหลับ (Sleep test) แน่นอนว่าต้องตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการตรวจ แต่หากเราเป็นผู้ประกันตัวของประกันสังคม การทำ Sleep Test สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากประกันสังคมได้หรือไม่ แล้วอาการที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test เป็นแบบไหน วันนี้พี่หมี TQM มีคำตอบมาฝากครับ


Key Takeaway

 

  • Sleep Test คือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับเพื่อวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
  • กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคือ ผู้ที่นอนกรนเสียงดัง หยุดหายใจขณะหลับ ง่วงนอนผิดปกติในตอนกลางวัน หรือมีโรคประจำตัวเช่นความดันโลหิตสูง
  • Sleep Test สามารถเบิกประกันสังคมได้ภายใต้เงื่อนไขทางการแพทย์ โดยต้องผ่านการวินิจฉัยจากอายุรแพทย์เฉพาะทางว่ามีความจำเป็น
  • ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าบริการตรวจ Sleep Test ในอัตราไม่เกิน 7,000 บาท ตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


Sleep Test คืออะไร

     Sleep Test เป็นวิธีตรวจการนอนหลับที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA) หรือปัญหาการนอนหลับอื่น ๆ ที่มีความผิดปกติเช่นการนอนกรนเสียงดังผิดปกติ การนอนละเมอ ฯลฯ โดยการทดสอบนี้ทางแพทย์จะติดอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะหลับ รวมถึงการหายใจ การทำงานของหัวใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และการทำงานของสมอง

Sleep Test คืออะไร เบิกประกันสังคมได้หรือไม่ และต้องเตรียมตัวอย่างไร

Sleep test เบิกประกันสังคมได้ไหม

     สำหรับผู้ที่มีประกันสังคม สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการทำ Sleep Test ได้ แต่มีเงื่อนไขคือแพทย์ต้องวินิจฉัยว่า มีความจำเป็นต้องตรวจ Sleep Test เพื่อรักษาโรคหรืออาการผิดปกติ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และต้องเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล ที่เป็นโรงพยาบาลในเครือข่ายของประกันสังคม หรือโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากประกันสังคม

     

     โดยผู้ประกันตนที่มีปัญหาด้านการนอนหลับหรือป่วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเบิกค่าตรวจนอนหลับ (sleep test) ค่าอุปกรณ์ และอุปกรณ์เสริมได้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 1 จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 7,000 บาท
  2. ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 2 (การตรวจวัดเหมือนชนิดที่ 1 เว้นแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะหลับ) จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 6,000 บาท

     

     ค่าอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (Continuous positive Airway Pressure - CPAP) และอุปกรณ์เสริมสำหรับการรักษาในอัตราที่สำนักงานที่กำหนด ดังนี้

  • เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชุดละ 20,000 บาท
  • หน้ากากครอบจมูกหรือปากที่ใช้กับเครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชิ้นละ 4,000 บาท

 

     ทั้งนี้ค่าอุปกรณ์เสริม แผ่นกรองอากาศ กระดาษ และแผ่นกรองอากาศฟองน้ำ ให้รวมอยู่ในค่าบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ์ในการรับบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตน

 

Sleep Test เบิกประกันสังคมได้ทุกโรงพยาบาลไหม

     การทำ Sleep Test สามารถเบิกประกันสังคมได้ แต่ "ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาล" ที่คุณจะเดินเข้าไปตรวจแล้วเบิกได้ทันที หลักการสำคัญคือต้องเริ่มจาก โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมของเรา หากโรงพยาบาลนั้นมีศักยภาพในการตรวจ คุณจะได้รับสิทธิโดย ไม่มีค่าใช้จ่าย (หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็น) หากโรงพยาบาลตามสิทธิไม่มีเครื่องมือตรวจ เขาจะทำการ ส่งตัว คุณไปยังโรงพยาบาลในเครือข่ายที่มีความพร้อม ซึ่งคุณยังคงใช้สิทธิเบิกได้ตามระเบียบนั่นเอง

ทำ sleep test เบิกประกันสังคมได้ไหม

อาการแบบไหนควรไปตรวจ Sleep Test

     อาการที่ต้องตรวจ Sleep Test มีหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการนอนหลับหรือความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้

  • ภาวะนอนกรนรุนแรง : ขณะนอนหลับแล้วกรนเสียดังผิดปกติ
  • ภาวะนอนหลับมากผิดปกติ : ผู้ที่มีอาการง่วงนอนมากเกินไปในเวลากลางวัน หรือไม่สามารถควบคุมการนอนหลับได้
  • ภาวะพฤติกรรมผิดปกติขณะนอนหลับ : เช่น การเดินละเมอ ขากระตุก นอนกัดฟัน การพูดในขณะหลับ หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ขณะหลับ เป็นต้น
  • ภาวะนอนหลับยาก : มีอาการนอนหลับยาก นอนหลับไม่เต็มอิ่มหรือนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกหรือตื่นแต่เช้าไม่สามารถหลับต่อได้
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ : เวลานอนหลับมีอาการหายใจลำบาก หายใจได้ไม่สะดวก ไม่เต็มอิ่ม หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ

 

ประเภทของการตรวจ Sleep Test

     การตรวจ Sleep Test ไม่ได้มีแค่แบบเดียวจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความสะดวกของผู้ป่วย โดยแบ่งออกเป็นระดับตามความละเอียด ดังนี้

 

การตรวจแบบละเอียดเต็มระบบ (Type 1)

     เป็นการตรวจที่ มาตรฐานที่สุด (Gold Standard) มักทำในโรงพยาบาลหรือศูนย์โรคการนอนหลับ

 

  • ลักษณะการตรวจ : มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน วัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจน การหายใจ และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีอาการซับซ้อน หรือต้องการผลวินิจฉัยที่แม่นยำสูงสุดเพื่อเบิกสิทธิประกันสังคม

 

การตรวจแบบเต็มระบบนอกสถานที่ (Type 2)

     จะคล้าย Type 1 แต่ ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า สามารถนำเครื่องไปตรวจที่บ้านได้

 

  • ลักษณะการตรวจ : วัดคลื่นสมองและการหายใจครบถ้วนเหมือนตรวจที่โรงพยาบาล
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ไม่สะดวกนอนโรงพยาบาล แต่ยังต้องการผลตรวจที่ละเอียด

 

การตรวจคัดกรองการหายใจ (Type 3)

     จะเป็นการตรวจที่เน้นดูเฉพาะ การหายใจ เป็นหลัก

 

  • ลักษณะการตรวจ : วัดระดับออกซิเจน การเคลื่อนไหวของหน้าอก และลมหายใจ (ไม่วัดคลื่นสมอง)
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) แบบชัดเจน และไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงอื่น

 

การตรวจระดับออกซิเจน (Type 4)

     เป็นการตรวจขั้นพื้นฐานที่สุด สำหรับการคัดกรองอาการเบื้อต้น

 

  • ลักษณะการตรวจ : ใช้อุปกรณ์เพียง 1-2 อย่าง เช่น เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว
  • เหมาะสำหรับ : ใช้คัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ยืนยันผลเพื่อทำการรักษาเชิงลึกได้

ประเภทของการตรวจ Sleep Test

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับ Sleep Test

     ก่อนเข้ารับการตรวจ Sleep Test ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

 

หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ 

     เลี่ยงการดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ รวมไปถึงควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่เข้ารับการตรวจ 

 

อาบน้ำและสระผมก่อนการตรวจ 

     ควรอาบน้ำ ล้างหน้า และสระผมให้สะอาดก่อนการทดสอบ หากเป็นผู้ชายที่มีขนหน้าอก หรือหนวดเครา ให้โกนให้เรียบร้อย เนื่องจากจะต้องให้การติดอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจมีประสิทธิภาพที่สุด

 

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผม

     ในวันที่เข้ารับการตรวจให้เรางดการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผม เช่น ครีมบำรุงหน้า โลชั่นทาผิว เซรั่มเจลใส่ผม เพราะจะทำให้การติดอุปกรณ์ตรวจวัดบนผิวหนังและเส้นผมทำได้ไม่สนิท

 

เตรียมตัวพร้อมสำหรับการพักค้างคืน

     โดยปกติแล้ว การตรวจ Sleep Test จะทำในช่วงกลางคืน เพราะเป็นเวลาที่ผู้ป่วยจะนอนหลับตามปกติ เราควรเตรียมของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น รวมไปถึงหมอนส่วนตัว ตุ๊กตา ผ้าห่มหรือสิ่งที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายและหลับได้ง่ายขึ้นติดตัวมาได้

 

หลีกเลี่ยงการงีบหลับระหว่างวัน 

     ควรพยายามหลีกเลี่ยงการงีบหลับในช่วงเวลากลางวันของวันที่จะตรวจ เพื่อให้ว่าเราสามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ทำการตรวจ

 

แจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่รับประทาน 

     ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาประจำตัวที่เราต้องทานทุกวันให้แพทย์ได้ทราบ เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีผลต่อการทดสอบ รวมไปถึงหากวันที่ตรวจรู้สึกมีอาการไม่สบาย ก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยเช่นกัน

 

รับประทานอาหารมื้อเย็นปกติ   

     ก่อนเข้ารับการตรวจ Sleep Test ควรรับประทานอาหารให้เรียบร้อย สักก่อน 5 ชั่วโมง แต่ไม่ควรทานอาหารมื้อใหญ่หรือหนักเกินไป และหลังทานข้าวเสร็จให้ดื่มน้ำลดลง

 

ประโยชน์ของการตรวจ Sleep Test

     เมื่อผล Sleep Test ออกมา แพทย์จะนำค่า AHI (Apnea-Hypopnea Index) หรือดัชนีการหยุดหายใจมาวิเคราะห์ หากพบว่ามีความผิดปกติ การรักษาจะช่วยให้ผู้ที่เข้ารับการทำ Sleep Testได้ประโยชน์ดังนี้

 

  • หัวใจทำงานดีขึ้น : ลดความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวและหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • สมองสดใส : เพิ่มสมาธิ ความจำ และลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์
  • ควบคุมความดันได้ง่ายขึ้น : ผู้ป่วยหลายรายที่ความดันสูงรักษาไม่หาย เมื่อรักษาอาการหยุดหายใจขณะหลับ ความดันจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น : ตื่นมาสดชื่น ไม่เพลียระหว่างวัน ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ประโยชน์ของการตรวจ Sleep Test

คำถามที่พบบ่อย

Sleep Test ต้องนอนโรงพยาบาลกี่คืน?

การทำ Sleep Test จะต้องนอนโรงพยาบาล1 คืน โดยเริ่มเข้ารับการตรวจในช่วงหัวค่ำและเสร็จสิ้นในช่วงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น

 

ถ้าผล Sleep Test ปกติแต่ยังกรนอยู่ ต้องทำอย่างไร?

หากผลถ้าผล Sleep Test ปกติแต่ยังกรนอยู่ แพทย์อาจแนะนำการปรับท่านอน ลดน้ำหนัก หรือใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลดเสียงกรน

 

     ปัญหาด้านการนอนหลับที่ผิดปกตินั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยข้าม หากเราสังเกตุว่าตัวเองมีความเสี่ยงดังกล่าว ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะเข้ารับตรวจ Sleep Test ซึ่ง sleep test นั้นสามารถเบิกประกันสังคมได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของสำนักงานประกันสังคม ผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีความจำเป็นต้องตรวจ และใช้สิทธิ์ในโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมนั้นเอง

เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ

     อีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลสุขภาพ คือการมีประกันสุขภาพไว้ดูแล ให้เราหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล หากสนใจกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันสุขภาพ หรือหากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ 

 

article created at icon10/02/69

82,471 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง