น้ำมันดีเซล B7 B10 B20 ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีต่อรถยนต์
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon20/03/69

5,741 ครั้ง

น้ำมันดีเซล B7 B10 B20 ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีต่อรถยนต์

     ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้น ผู้ใช้รถกระบะและรถเครื่องยนต์ดีเซลหลายคนคงเคยยืนงงหน้าหัวจ่ายที่ปั๊มน้ำมัน เพราะมีตัวเลือกทั้ง น้ำมันดีเซล B7, น้ำมันดีเซล B10 และ น้ำมันดีเซล B20 วางเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด การเลือกผิดอาจส่งผลต่อสมรรถนะหรือแม้กระทั่งสร้างความเสียหายให้กับระบบเครื่องยนต์ในระยะยาว วันนี้พี่หมี TQM จะพามาไขข้อสงสัย! น้ำมันดีเซล B7 B10 B20 ต่างกันอย่างไร เลือกเติมแบบไหนดีให้ถนอมเครื่องยนต์


Key Takeaway

 

  • น้ำมันดีเซล B7, B10 และ B20 ต่างกันที่สัดส่วนการผสม "ไบโอดีเซล" (B100) ตั้งแต่ 7%, 10% ไปจนถึง 20% ตามลำดับ
  • น้ำมันดีเซล B7 คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% เหมาะสำหรับรถยนต์ยุโรป รถรุ่นใหม่ และรถกระบะที่ไม่ต้องการการปรับแต่งเครื่องยนต์
  • น้ำมันดีเซล B10 คือน้ำมันดีเซลพื้นฐานของประเทศไทยในปัจจุบัน มีไบโอดีเซล 10% ช่วยลดมลพิษและราคาประหยัดกว่า B7
  • น้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมไบโอดีเซลสูงถึง 20% เน้นใช้ในรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถกระบะบางรุ่นที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต
  • การเลือกใช้ควรตรวจสอบคู่มือรถหรือสัญลักษณ์ที่ฝาถังน้ำมันเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบหัวฉีดและกรองน้ำมันเชื้อเพลิง

 

📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


น้ำมันดีเซล B7 คืออะไร

     น้ำมันดีเซล B7 เป็นสูตรที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลอยู่ที่ 7% และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน 93% นี่คือสูตรดั้งเดิมที่รถยนต์ดีเซลเกือบทุกรุ่นในประเทศไทยสามารถเติมได้โดยไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเก่า 10-20 ปี หรือรถยุโรปสมรรถนะสูง เนื่องจากมีค่าความหนืดและความสะอาดที่ใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลเพียวมากที่สุด

 

น้ำมันดีเซล B10 คืออะไร

     น้ำมันดีเซล B10 คือน้ำมันที่รัฐบาลผลักดันให้เป็น "น้ำมันดีเซลพื้นฐาน" ของประเทศ โดยมีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ข้อดีคือราคาถูกกว่า B7 และช่วยลดการปล่อยควันดำ รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ได้ดีกว่า รถกระบะและรถ SUV รุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันสูตรนี้อย่างเต็มรูปแบบ

 

น้ำมันดีเซล B20 คืออะไร

     น้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลสูงถึง 20% และน้ำมันดีเซลแท้ 80% เป็นน้ำมันทางเลือกที่เน้นกลุ่มผู้ใช้รถเชิงพาณิชย์ เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถโดยสาร หรือรถกระบะรุ่นที่ระบุไว้ชัดเจนว่ารองรับ น้ำมันดีเซล B20 จุดเด่นคือราคาที่ประหยัดที่สุด แต่เนื่องจากมีสัดส่วนไขมันพืชสูง จึงอาจทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตันได้ง่ายหากเครื่องยนต์ไม่รองรับ

น้ำมันดีเซล B7 , B10 และ B20 ต่างกันอย่างไร

น้ำมันดีเซล B7 , B10 และ B20 ต่างกันอย่างไร

     การเข้าใจความต่างของน้ำมันแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า รถของคุณควรเติมน้ำมันชนิดใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

 

น้ำมันดีเซล B7

     น้ำมันดีเซล B7 คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันอยู่ที่ 7% ต่อปริมาตร ถือเป็นน้ำมันที่มีความเสถียรสูงและมีผลกระทบต่อเครื่องยนต์น้อยที่สุด

 

  • เหมาะสำหรับ : รถยนต์ดีเซลรุ่นเก่า, รถยุโรปหรู (BMW, Mercedes-Benz, Audi), และรถกระบะรุ่นใหม่ที่เน้นสมรรถนะสูง
  • ข้อดี : ไม่ก่อให้เกิดตะกอนในถังน้ำมันง่ายเท่าสูตรอื่น ลดความเสี่ยงเรื่องหัวฉีดอุดตัน และเป็นมิตรกับซีลยางในเครื่องยนต์รุ่นเก่า

 

น้ำมันดีเซล B10 

     น้ำมันดีเซล B10 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ปัจจุบันถูกกำหนดให้เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานที่หาเติมได้ทั่วไปตามสถานีบริการ

 

  • เหมาะสำหรับ : รถกระบะ รถ MPV และรถบรรทุกส่วนใหญ่ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป (เช่น Toyota Hilux Revo/Vigo, Isuzu D-Max)
  • ข้อดี : ราคาถูกกว่า B7 ช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 และให้แรงบิดที่ไม่แตกต่างจาก B7 มากนักในการใช้งานทั่วไป

 

น้ำมันดีเซล B20 

     น้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลสูงถึง 20% ออกแบบมาเพื่อเน้นความประหยัดและลดต้นทุนภาคขนส่ง

 

  • เหมาะสำหรับ : รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Fleet) รถโดยสาร และรถกระบะบางรุ่นที่ผ่านการปรับจูนเครื่องยนต์มาเพื่อรองรับ B20 โดยเฉพาะ
  • ข้อดี : ราคาประหยัดที่สุดในกลุ่ม น้ำมันดีเซล ทั้งหมด ช่วยลดการปล่อยมลพิษได้สูงสุด แต่ต้องระวังเรื่องการเปลี่ยนกรองโซล่าที่ถี่ขึ้น

 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ น้ำมันดีเซล B7 , B10 และ B20

 
คุณสมบัติ น้ำมันดีเซล B7 น้ำมันดีเซล B10 น้ำมันดีเซล B20
สัดส่วนไบโอดีเซล 7% 10% 20%
ความสะอาดเครื่องยนต์ สูงมาก (เขม่าต่ำ) ปานกลาง มีโอกาสเกิดไขสูงกว่า
ราคาต่อลิตร ราคาสูงที่สุด ราคากลางๆ ราคาถูกที่สุด
กลุ่มเป้าหมาย รถยุโรป, รถเก่า, รถพรีเมียม รถกระบะและรถเก๋งรุ่นใหม่ รถบรรทุก, รถขนส่งสินค้า

 

น้ำมัน E20 กับ E85 ต่างกันอย่างไร

 

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 ต่างกันอย่างไร

 

เลือกเติมน้ำมันดีเซลแบบไหนดีให้เหมาะกับเครื่องยนต์

     การเลือกเติม น้ำมันดีเซล ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับระบบจ่ายน้ำมันและห้องเผาไหม้ของคุณ วิธีการเลือกมีหลักการง่ายๆ ดังนี้

 

เช็คคู่มือประจำรถ  

     วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการดูสติ๊กเกอร์ที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือการใช้รถ หากระบุว่ารองรับ B10 หรือ B20 คุณก็สามารถเลือกเติมได้ตามความสะดวก

 

พิจารณาอายุและรุ่นรถ

  • รถยุโรปหรือรถนำเข้า  : ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ น้ำมันดีเซล B7 เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเซนเซอร์และระบบกรองไอเสีย (DPF)
  • รถกระบะ/SUV รุ่นใหม่ (ปี 2010 ขึ้นไป): สามารถใช้ น้ำมันดีเซล B10 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
  • รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ : หากบริษัทผู้ผลิตยืนยันว่ารองรับ การใช้ น้ำมันดีเซล B20 จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้มหาศาล

 

ลักษณะการใช้งาน

     หากคุณใช้งานรถน้อย จอดไว้นานๆ การใช้ น้ำมันดีเซล B7 อาจจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงมีคุณสมบัติในการดูดความชื้นได้มากกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดคราบยางเหนียวหากทิ้งไว้นานเกินไป

เลือกเติมน้ำมันดีเซลแบบไหนดีให้เหมาะกับเครื่องยนต์

เติมน้ำมันดีเซล ไม่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ส่งผลอะไรบ้าง

     หากคุณเผลอเติมน้ำมันดีเซล ที่มีส่วนผสมไบโอดีเซลสูงเกินกว่าที่เครื่องยนต์รองรับ หรือกรณีที่เติมน้ำมันผิด (เช่น รถรุ่นเก่าแต่ไปเติม น้ำมันดีเซล B20) อาจส่งผลเสียที่ตามมาดังนี้

 

  • ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน : เนื่องจากไบโอดีเซลมีคุณสมบัติในการชะล้างสูง มันจะไปกัดชะคราบสกปรกในถังน้ำมันให้ออกมาอุดตันที่กรองน้ำมันเครื่อง ทำให้รถมีอาการเร่งไม่ขึ้นหรือเครื่องยนต์ดับ
  • ระบบหัวฉีดเสียหาย : ใน น้ำมันดีเซล B20 มีความหนืดและคุณสมบัติทางเคมีที่ต่างจากดีเซลปกติ หากหัวฉีดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับ อาจทำให้การฉีดฝอยน้ำมันไม่ละเอียด เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และเกิดคราบเขม่าสะสม
  • ปัญหาน้ำมันเครื่องเจือปน : การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนเล็ดลอดลงไปปนกับน้ำมันเครื่อง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นลดลงและเครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น
  • การกัดกร่อนชิ้นส่วนยาง : รถรุ่นเก่าที่ไม่ได้ใช้ท่อยางหรือซีลยางชนิดพิเศษ อาจถูกไบโอดีเซลกัดกร่อนจนเกิดการรั่วซึมในระบบทางเดินน้ำมัน

เติมน้ำมันดีเซล ไม่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ส่งผลอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

รถรุ่นเก่าสามารถเติมน้ำมันดีเซล B10 ได้หรือไม่?

รถรุ่นเก่ามาก (เกิน 15-20 ปี) แนะนำให้ใช้ น้ำมันดีเซล B7 จะปลอดภัยต่อซีลยางและระบบหัวฉีดมากกว่า ควรตรวจสอบรายชื่อรุ่นรถที่รองรับจากเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน

 

ทำไมน้ำมันดีเซล B20 ถึงราคาถูกที่สุด?

สาเหตุที่น้ำมันดีเซล B20 ถึงราคาถูกเนื่องจากมีสัดส่วนของไบโอดีเซลสูง ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดการนำเข้าน้ำมันดิบ

 

ทำไมรถยุโรปถึงแนะนำให้ใช้เฉพาะ น้ำมันดีเซล B7?

เนื่องจากหัวฉีดของรถยุโรปมีความละเอียดสูงมาก (High-Pressure Common Rail) และมาตรฐานไอเสียเข้มงวด การใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงอาจทำให้เกิดตะกอนในระบบได้ง่าย

 

     ในปัจจุบันการเลือกใช้ น้ำมันดีเซล ในประเทศไทยค่อนข้างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ตราบใดที่คุณตรวจสอบสติกเกอร์ที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือรถ หากไม่แน่ใจ การเติม น้ำมันดีเซล B7 ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด (Safe Zone) สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ส่วนใครที่เน้นความคุ้มค่าและรถรองรับ น้ำมันดีเซล B10 หรือ น้ำมันดีเซล B20 ก็สามารถเติมเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน

 

     อย่าลืมที่จะมีประกันรถยนต์ไว้ด้วย เพื่อให้คุ้มครองรถได้อย่างไม่มีสะดุด โดยสามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

article created at icon20/03/69

5,741 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ *

นามสกุล *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง