เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้น ผู้ใช้รถกระบะและรถเครื่องยนต์ดีเซลหลายคนคงเคยยืนงงหน้าหัวจ่ายที่ปั๊มน้ำมัน เพราะมีตัวเลือกทั้ง น้ำมันดีเซล B7, น้ำมันดีเซล B10 และ น้ำมันดีเซล B20 วางเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด การเลือกผิดอาจส่งผลต่อสมรรถนะหรือแม้กระทั่งสร้างความเสียหายให้กับระบบเครื่องยนต์ในระยะยาว วันนี้พี่หมี TQM จะพามาไขข้อสงสัย! น้ำมันดีเซล B7 B10 B20 ต่างกันอย่างไร เลือกเติมแบบไหนดีให้ถนอมเครื่องยนต์
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
น้ำมันดีเซล B7 เป็นสูตรที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลอยู่ที่ 7% และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน 93% นี่คือสูตรดั้งเดิมที่รถยนต์ดีเซลเกือบทุกรุ่นในประเทศไทยสามารถเติมได้โดยไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเก่า 10-20 ปี หรือรถยุโรปสมรรถนะสูง เนื่องจากมีค่าความหนืดและความสะอาดที่ใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลเพียวมากที่สุด
น้ำมันดีเซล B10 คือน้ำมันที่รัฐบาลผลักดันให้เป็น "น้ำมันดีเซลพื้นฐาน" ของประเทศ โดยมีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ข้อดีคือราคาถูกกว่า B7 และช่วยลดการปล่อยควันดำ รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ได้ดีกว่า รถกระบะและรถ SUV รุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันสูตรนี้อย่างเต็มรูปแบบ
น้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลสูงถึง 20% และน้ำมันดีเซลแท้ 80% เป็นน้ำมันทางเลือกที่เน้นกลุ่มผู้ใช้รถเชิงพาณิชย์ เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถโดยสาร หรือรถกระบะรุ่นที่ระบุไว้ชัดเจนว่ารองรับ น้ำมันดีเซล B20 จุดเด่นคือราคาที่ประหยัดที่สุด แต่เนื่องจากมีสัดส่วนไขมันพืชสูง จึงอาจทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตันได้ง่ายหากเครื่องยนต์ไม่รองรับ

การเข้าใจความต่างของน้ำมันแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า รถของคุณควรเติมน้ำมันชนิดใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
น้ำมันดีเซล B7 คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันอยู่ที่ 7% ต่อปริมาตร ถือเป็นน้ำมันที่มีความเสถียรสูงและมีผลกระทบต่อเครื่องยนต์น้อยที่สุด
น้ำมันดีเซล B10 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ปัจจุบันถูกกำหนดให้เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานที่หาเติมได้ทั่วไปตามสถานีบริการ
น้ำมันดีเซล B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลสูงถึง 20% ออกแบบมาเพื่อเน้นความประหยัดและลดต้นทุนภาคขนส่ง
| คุณสมบัติ | น้ำมันดีเซล B7 | น้ำมันดีเซล B10 | น้ำมันดีเซล B20 |
| สัดส่วนไบโอดีเซล | 7% | 10% | 20% |
| ความสะอาดเครื่องยนต์ | สูงมาก (เขม่าต่ำ) | ปานกลาง | มีโอกาสเกิดไขสูงกว่า |
| ราคาต่อลิตร | ราคาสูงที่สุด | ราคากลางๆ | ราคาถูกที่สุด |
| กลุ่มเป้าหมาย | รถยุโรป, รถเก่า, รถพรีเมียม | รถกระบะและรถเก๋งรุ่นใหม่ | รถบรรทุก, รถขนส่งสินค้า |
น้ำมัน E20 กับ E85 ต่างกันอย่างไร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 ต่างกันอย่างไร
การเลือกเติม น้ำมันดีเซล ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับระบบจ่ายน้ำมันและห้องเผาไหม้ของคุณ วิธีการเลือกมีหลักการง่ายๆ ดังนี้
วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการดูสติ๊กเกอร์ที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือการใช้รถ หากระบุว่ารองรับ B10 หรือ B20 คุณก็สามารถเลือกเติมได้ตามความสะดวก
หากคุณใช้งานรถน้อย จอดไว้นานๆ การใช้ น้ำมันดีเซล B7 อาจจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงมีคุณสมบัติในการดูดความชื้นได้มากกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดคราบยางเหนียวหากทิ้งไว้นานเกินไป

หากคุณเผลอเติมน้ำมันดีเซล ที่มีส่วนผสมไบโอดีเซลสูงเกินกว่าที่เครื่องยนต์รองรับ หรือกรณีที่เติมน้ำมันผิด (เช่น รถรุ่นเก่าแต่ไปเติม น้ำมันดีเซล B20) อาจส่งผลเสียที่ตามมาดังนี้

รถรุ่นเก่ามาก (เกิน 15-20 ปี) แนะนำให้ใช้ น้ำมันดีเซล B7 จะปลอดภัยต่อซีลยางและระบบหัวฉีดมากกว่า ควรตรวจสอบรายชื่อรุ่นรถที่รองรับจากเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน
สาเหตุที่น้ำมันดีเซล B20 ถึงราคาถูกเนื่องจากมีสัดส่วนของไบโอดีเซลสูง ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
เนื่องจากหัวฉีดของรถยุโรปมีความละเอียดสูงมาก (High-Pressure Common Rail) และมาตรฐานไอเสียเข้มงวด การใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงอาจทำให้เกิดตะกอนในระบบได้ง่าย
ในปัจจุบันการเลือกใช้ น้ำมันดีเซล ในประเทศไทยค่อนข้างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ตราบใดที่คุณตรวจสอบสติกเกอร์ที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือรถ หากไม่แน่ใจ การเติม น้ำมันดีเซล B7 ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด (Safe Zone) สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ส่วนใครที่เน้นความคุ้มค่าและรถรองรับ น้ำมันดีเซล B10 หรือ น้ำมันดีเซล B20 ก็สามารถเติมเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน
อย่าลืมที่จะมีประกันรถยนต์ไว้ด้วย เพื่อให้คุ้มครองรถได้อย่างไม่มีสะดุด โดยสามารถเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
5,741 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
